May 19, 2025 | บทความอสังหาฯ
ในช่วงนี้หลายๆ คนคงเห็นนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาในประเทศไทยมากมาย ไม่ว่าจะมาเพื่อท่องเที่ยว ชาว Expat ที่เข้ามาทำงานหรือแม้กระทั่งชาวต่างชาติที่วางแผนจะใช้ชีวิตช่วงเกษียณในประเทศไทยก็ตาม
ต้องยอมรับว่าประเทศไทยคือหนึ่งในประเทศที่อยู่อาศัยและท่องเที่ยวได้ง่ายสำหรับชาวต่างชาติ ด้วยการเดินทางที่สะดวก สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อีกทั้งประเทศไทยยังมีกฎหมายที่อนุญาตให้ชาวต่างชาติสามารถถือครองกรรมสิทธิ์คอนโดได้ ก็ยิ่งเป็นปัจจัยที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวไหลเข้ามาที่ไทย
เพราะฉะนั้นการลงทุนปล่อยเช่าคอนโดในจังหวัดที่เป็นเมืองใหญ่ทั่วไทยก็ถือเป็นการลงทุนที่น่าสนใจ โดยเฉพาะเมืองที่เป็นที่นิยมของชาวต่างชาติ เพราะสามารถขยายฐานลูกค้าจากผู้เช่าที่ไม่ใช่แค่ไทย แต่เป็นชาวต่างชาติได้ด้วย
จังหวัดที่น่าสนใจลงทุนคอนโดนอกจากกรุงเทพมีอะไรบ้าง

จังหวัดที่น่าลงทุนปล่อยเช่าคอนโด
- เชียงใหม่
- กลุ่มเป้าหมาย: นักท่องเที่ยวต่างชาติ นักเรียน นักศึกษา และผู้เกษียณอายุ
- จุดเด่น: เป็นเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม มีนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติอยู่ระยะยาวมาก และมีสถานที่สำคัญ คือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
- โซนที่น่าสนใจ: นิมมานเหมินทร์, ใกล้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, รอบคูเมือง
- ภูเก็ต
- กลุ่มเป้าหมาย: นักท่องเที่ยวต่างชาติ นักลงทุนต่างประเทศ
- จุดเด่น: เมืองท่องเที่ยวระดับโลก มีการเช่าระยะสั้นและระยะยาวตลอดทั้งปี
- โซนที่น่าสนใจ: ป่าตอง, กะตะ, ราไวย์, ลากูน่า
- พัทยา (ชลบุรี)
- กลุ่มเป้าหมาย: นักท่องเที่ยว ชาวต่างชาติ และคนทำงานในนิคมอุตสาหกรรม
- จุดเด่น: ใกล้กรุงเทพฯ เป็นเมืองเศรษฐกิจและท่องเที่ยว
- โซนที่น่าสนใจ: พัทยากลาง, หาดจอมเทียน, บางเสร่
- ระยอง / ชลบุรี (นิคมอุตสาหกรรม EEC)
- กลุ่มเป้าหมาย: วิศวกร พนักงานในนิคมฯ คนทำงานต่างชาติ
- จุดเด่น: เป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ การลงทุนจากต่างชาติสูง
- โซนที่น่าสนใจ: บ้านฉาง, มาบตาพุด, ศรีราชา, แหลมฉบัง
- หัวหิน (ประจวบคีรีขันธ์)
- กลุ่มเป้าหมาย: นักท่องเที่ยว ผู้สูงอายุ และชาวต่างชาติที่มาอยู่ระยะยาว
- จุดเด่น: เมืองพักผ่อนตากอากาศยอดนิยม คนกรุงมาพักผ่อนเสาร์-อาทิตย์
- โซนที่น่าสนใจ: ใกล้ชายหาด, ใกล้โรงพยาบาล, ใกล้โครงการหรู
- ขอนแก่น / โคราช (นครราชสีมา)
- กลุ่มเป้าหมาย: นักศึกษา คนทำงานราชการ และกลุ่มธุรกิจท้องถิ่น
- จุดเด่น: เป็นศูนย์กลางของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีรถไฟความเร็วสูงในอนาคต
- โซนที่น่าสนใจ: ในตัวเมือง, ใกล้สถานที่สำคัญอย่างโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย
ปัจจัยเพิ่มเติมในการเลือกทำเลเพื่อลงทุน
- ความต้องการเช่าจริงในพื้นที่ (Demand): ศึกษาความต้องการของตลาดในพื้นที่เป้าหมาย
- ราคาคอนโดต่อตารางเมตร (ต้นทุน): เปรียบเทียบราคาต่อหน่วยพื้นที่เพื่อประเมินความคุ้มค่า
- ค่าเช่าที่คาดว่าจะได้รับ (ผลตอบแทน): คำนวณรายได้จากค่าเช่าเทียบกับต้นทุน
- ความสะดวกในการปล่อยเช่า: พิจารณาการบริหารจัดการ เช่น มีบริษัทบริหารให้หรือไม่
- ศักยภาพในการเติบโตของพื้นที่นั้น ๆ: ดูแนวโน้มการพัฒนาและการเติบโตในอนาคต
ปล่อยเช่าคอนโดได้ไว้ ลงประกาศฟรีเพื่อเพิ่มการมองเห็นเลย
นอกจากการเลือกคอนโดบนทำเลที่ได้เปรียบเพื่อการลงทุนที่คุ้มค่าแล้ว การลงประกาศบนแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือและมีฐานลูกค้า ก็ยิ่งช่วยเพิ่มความมองเห็นและโอกาสในการปล่อยเช่าหรือปล่อยขายคอนโดของคุณได้มากขึ้น
หากคุณมีคอนโดที่อยากปล่อย ไม่ว่าขายหรือปล่อยเช่า ก็สามารถเอามาลงประกาศได้ฟรีบนขายดี เพราะเรามีกลุ่มลูกค้าอสังหาฯ อยู่มากมายในหลายทำเล
ลงประกาศกดที่นี่ หรือเป็นเพื่อนกับ LINE OA @kaideeproperty เพื่อรับข่าวสารดีๆ เลย!

เป็นเพื่อนกับ LINE OA Kaidee Property เพื่อรับข่าวสารดีๆ เลย
May 15, 2025 | ไลฟ์สไตล์
ปัญหาเรื่องคราบสกปรก คราบฝังลึกเป็นปัญหาที่กวนใจเหล่าแม่บ้านพ่อบ้านและคนที่รักความสะอาดเป็นอย่างมาก เพราะเลี่ยงไม่ได้เลยว่าการที่เราใช้งานมุมต่างๆ ภายในบ้าน ไม่ว่าจะเป็นห้องครัว ห้องนั่งเล่นหรือห้องน้ำ ก็ต้องเกิดคราบสกปรกตามมา และยิ่งในหน้าฝนแบบนี้ ก็อาจเกิดคราบสกปรกจากอากาศที่ชื้นหรือน้ำขังได้ง่ายมากยิ่งขึ้น
วันนี้ Kaidee Property ก็มีสูตรลับขจัดคราบในบ้านมาฝากกัน สำหรับใครที่กำลังเจอกับปัญหาคราบสกปรกภายในบ้าน ลองทำตามสูตรลับนี้ดูเลย ประหยัด ปลอดภัย ใช้งานได้จริง
รวมสูตรลับวิธีขจัดคราบฝังแน่นจากของใช้ภายในบ้าน
🧽 คราบในห้องครัว
- คราบน้ำมันบนเตาแก๊ส : ใช้น้ำส้มสายชู + เบกกิ้งโซดา
- ผสมเป็นเนื้อครีม ทาทิ้งไว้ 10–15 นาที แล้วขัดออก
- คราบฝังแน่นบนเขียง : ใช้มะนาว + เกลือ
- โรยเกลือ ทามะนาวให้ทั่ว ปล่อยทิ้งไว้สักพักแล้วล้างออก
🚿 คราบในห้องน้ำ
- คราบหินปูน : ใช้น้ำส้มสายชูร้อน + เบกกิ้งโซดา
- ใช้ฉีดพ่นบริเวณที่เป็นคราบ ทิ้งไว้ก่อนขัดออก
- คราบสบู่ในกระจก : ใช้น้ำสบู่อุ่น + น้ำส้มสายชู
- ใช้ฟองน้ำเช็ดวนเบา ๆ แล้วเช็ดแห้งด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์
🛋 คราบบนเฟอร์นิเจอร์, ผ้า, พรม
- คราบกาแฟ ชา บนโซฟา : ใช้น้ำยาล้างจาน + น้ำอุ่น
- ซับด้วยผ้าเปียกที่แช่ส่วนผสม แล้วเช็ดด้วยผ้าแห้ง
– คราบเชื้อราในตู้เสื้อผ้า : ใช้เบกกิ้งโซดา + น้ำมันหอมระเหย
– ผสมน้ำแล้วฉีดพ่น ทิ้งให้แห้ง ช่วยฆ่าเชื้อและดับกลิ่น
ข้อควรระวัง
- ห้ามใช้เบกกิ้งโซดากับพื้นผิวอลูมิเนียมหรือหินอ่อน
- ทดสอบบนจุดเล็กๆ ก่อนใช้งานจริง
- ระวังอย่าให้เข้าตาและหลีกเลี่ยงการสูดดมโดยตรง
ใครที่ลองใช้สูตรธรรมชาติแล้วได้ผลยังไงก็มาแชร์หรือบอกต่อกันด้วยนะ และถ้าเฟอร์นิเจอร์ของใครที่ไม่ไหวเกินจะทำความสะอาดแล้ว ก็หาเฟอร์นิเจอร์ใหม่มาแทนหรือเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์มือสองคุณภาพดี ราคาคุ้มค่าได้ที่นี่เลย
May 15, 2025 | ไลฟ์สไตล์
ทุกคนรู้ไหมว่าเครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดก็มีอายุการใช้งานที่ควรเปลี่ยนใหม่อยู่นะ
ถึงแม้เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดจะมีอายุการใช้งานที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับการใช้งานและการดูแลรักษาอย่างเหมาะสม แต่เครื่องใช้ไฟฟ้าแต่ละชนิดก็ยังมีอายุเฉลี่ยการใช้งานอยู่ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการบำรุงรักษาและการเปลี่ยนทดแทนได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เพราะการดื้อดึงใช้เครื่องใช้ไฟฟ้าต่อทั้งที่ถึงเวลาที่ควรเปลี่ยนแล้ว อาจทำให้คุณเปลืองไฟมากกว่าเดิมเพราะประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องใช้ไฟฟ้าลดลง
เรามาดูกันเลยว่าอายุเฉลี่ยของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านแต่ละชนิด คือเท่าไหร่กันบ้าง
อายุการใช้งานเฉลี่ยของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน
- ตู้เย็น อายุเฉลี่ย 13 -19 ปี
- เครื่องซักผ้า อายุเฉลี่ย 10 – 14 ปี
- เครื่องอบผ้า อายุเฉลี่ย 10 – 14 ปี
- เตาไมโครเวฟ อายุเฉลี่ย 9 – 10 ปี
- เครื่องล้างจาน อายุเฉลี่ย 9 – 13 ปี
- เตาอบ / เตาแก๊ส อายุเฉลี่ย 13 – 15 ปี
- เครื่องปรับอากาศ อายุเฉลี่ย 10 – 15 ปี
- พัดลม อายุเฉลี่ย 8 – 15 ปี
- โทรทัศน์ อายุเฉลี่ย 12 ปี
- เตารีด อายุเฉลี่ย 9 ปี
- หม้อหุงข้าว อายุเฉลี่ย 10 – 11 ปี
- เครื่องดูดฝุ่น อายุเฉลี่ย 8 ปี
เคล็ดลับการดูแลเครื่องใช้ไฟฟ้าให้ใช้งานได้นานขึ้น
- ทำความสะอาดสม่ำเสมอ เช่น ทำความสะอาดขดลวดด้านหลังตู้เย็นปีละครั้งเพื่อป้องกันฝุ่นสะสม
- หลีกเลี่ยงการใช้งานหนักเกินไป เช่น ไม่ควรใส่เสื้อผ้าในเครื่องซักผ้ามากเกินน้ำหนักที่กำหนดในการซักผ้าแต่ละครั้ง
- ตรวจสอบและบำรุงรักษา เช่น ตรวจสอบประสิทธิภาพของยางประตูตู้เย็นและเปลี่ยนเมื่อเสื่อมสภาพ
- ใช้แรงดันไฟฟ้าที่เหมาะสม เพื่อป้องกันความเสียหายจากไฟฟ้าเกินหรือไฟตก
การดูแลรักษาเครื่องใช้ไฟฟ้าอย่างเหมาะสมไม่เพียงแต่ยืดอายุการใช้งาน แต่ยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและลดการใช้พลังงานอีกด้วย
ค้นหาเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาดีได้ที่นี่
May 15, 2025 | บทความยานยนต์
ยังทำอยู่ไหม? 5 ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการใช้รถ ที่ควรเลิกเพื่อความปลอดภัยของคุณและเพื่อนร่วมทาง
มีหลายควาเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการใช้รถที่ถูกบอกต่อกันมา และหลายคนอาจทำไปโดยไม่รู้ตัว เพราะคิดว่าเป็นสิ่งที่ดี แต่ที่จริงแล้วอาจทำให้รถพังไวหรือเสี่ยงอันตรายมากขึ้น
มาดูกันว่าคุณยังทำพฤติกรรมเหล่านี้อยู่หรือไม่?
1. เปิดไฟฉุกเฉินเวลาขับรถผ่านทางแยก
❌ ความเชื่อที่ผิด: การเปิดไฟฉุกเฉินช่วยให้รถอื่นระวังเรามากขึ้น
✅ ความจริง: ไฟฉุกเฉินควรใช้เฉพาะในกรณีรถเสียหรือหยุดฉุกเฉินเท่านั้น การเปิดไฟระหว่างขับอาจทำให้รถคันอื่นเข้าใจผิดและเกิดอุบัติเหตุได้
2. ติดฟิล์มยิ่งมืดยิ่งดี ยิ่งกันแดดได้มาก
❌ ความเชื่อที่ผิด: ฟิล์มทึบจะช่วยกันความร้อนดีที่สุด
✅ ความจริง: ฟิล์มใสคุณภาพดีสามารถกันรังสี UV และความร้อนได้ดีกว่า บางครั้งฟิล์มมืดเกินไปยังผิดกฎหมายและทำให้ทัศนวิสัยตอนกลางคืนแย่ลงอีกด้วย
3. ยกก้านปัดน้ำฝนขึ้นเมื่อต้องจอดตากแดด
❌ ความเชื่อที่ผิด: ยกก้านจะช่วยยืดอายุการใช้งานของก้านปัดน้ำฝน
✅ ความจริง: การยกก้านบ่อยๆ อาจนอกจากจะไม่ได้ยืดอายุการใช้งานของที่ปัดน้ำฝนแล้ว ยังทำให้สปริงล้าและเสียเร็วขึ้น ทางที่ดีควรเลือกที่ปัดน้ำฝนที่คุณภาพดี ใช้งานตามระยะเวลาที่ควรเป็น และเปลี่ยนเมื่อเสื่อมสภาพแล้ว
4. เหยียบเบรกค้างไว้ขณะใส่เกียร์ D ตอนติดไฟแดง
❌ ความเชื่อที่ผิด: สะดวกและพร้อมออกตัวได้เร็ว
✅ ความจริง: หากต้องจอดนาน ควรเปลี่ยนเป็นเกียร์ N หรือ P และดึงเบรกมือ เพื่อช่วยลดการสึกหรอของระบบส่งกำลังและลดความเสี่ยงการเกิดเหตุฉุกเฉิน
5. ปิดแอร์ตอนน้ำมันใกล้หมด จะช่วยประหยัดน้ำมัน
❌ ความเชื่อที่ผิด: การปิดแอร์ช่วยลดการทำงานของเครื่องยนต์
✅ ความจริง: สิ่งที่ช่วยประหยัดน้ำมันคือการขับแบบไม่กระชาก ไม่บรรทุกของหนัก และเปิดแอร์ในระดับพอดีมากกว่าการปิดแอร์ไปเลย
อย่าลืมว่าการขับขี่ที่ดีคือการขับขี่ที่ปลอดภัย ปฏิบัติตามกฎจราจรและให้เกียรติผู้ขับขี่บนท้องถนน เพื่อความปลอดภัยของคุณและผู้ร่วมทาง ติดตามขายดีไว้ เพื่อรับข่าวสารดีๆ เลย!
อ้างอิงข้อมูล กรมการขนส่งทางบก, สำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.)
May 13, 2025 | Gadget
อยากปล่อยขายคอมเครื่องเก่าเพราะซื้อใหม่? มีคอมที่ไม่ได้ใช้แต่สภาพยังดีอยู่อยากปล่อยต่อ?
การซื้อขายอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างคอมพิวเตอร์ในยุคนี้ทำได้สะดวกกว่าเมื่อก่อนมาก ด้วยการติดต่อที่ทันสมัย ทุกคนสามารถติดต่อหากันได้ง่าย การซื้อขายสินค้าออนไลน์จึงเกิดขึ้นได้ง่ายและมีค่าใช้จ่ายที่น้อยลง การขายคอมพิวเตอร์ที่ไม่ได้ใช้ต่อให้กับผู้ที่ต้องการใช้ จึงเป็นการเปลี่ยนของที่ไม่ได้ใช้ ให้เป็นเงินไว้สำหรับทำประโยชน์ต่อได้อีกมากมาย
แต่การขายคอมพิวเตอร์ต่อนั้นมีสิ่งที่ผู้ขายต้องเตรียมพร้อมคือการจัดการกับข้อมูลในเครื่องก่อนปล่อยต่อ เพื่อป้องกันไม่ให้ข้อมูลรั่วไหล เพราะคอมพิวเตอร์ก็ถือเป็นอุปกรณ์ที่ใครหลายๆ คน ใช้ในการเก็บข้อมูลสำคัญ หรือแม้กระทั่งทำงานส่วนตัว
วันนี้ขายดีก็มีเช็คลิสต์ที่ควรทำก่อนปล่อยต่อคอมพิวเตอร์มือสองมาฝากกัน
สิ่งที่ควรทำก่อนขายคอมพิวเตอร์มือสอง
- สำรองข้อมูล (Backup Data)
- คัดลอกไฟล์งาน, รูปภาพ, รหัสผ่าน และข้อมูลสำคัญทั้งหมดลงใน External Hard Drive หรือ Cloud (Google Drive, OneDrive ฯลฯ)
- ตรวจสอบให้แน่ใจว่าไม่ได้ลืมไฟล์สำคัญใน Desktop, Downloads หรือ Documents
- ลบข้อมูลให้หมดเครื่อง (Factory Reset หรือ Format)
- สำหรับ Windows: ใช้เมนู Reset This PC → Remove Everything
- สำหรับ Mac: ล้างข้อมูลด้วย Disk Utility และติดตั้ง macOS ใหม่ผ่าน Recovery Mode
เพื่อความปลอดภัยสูง ควรใช้โปรแกรมลบข้อมูลถาวร เช่น DBAN (Windows) หรือ Eraser เพื่อให้ไม่สามารถกู้ข้อมูลคืนได้
- นำบัญชีออกจากเครื่อง (Sign Out & Deauthorize)
- ออกจากบัญชีที่ Log in ไว้ในแอปพลิเคชั่นต่างๆ เช่น Microsoft, Apple ID, Adobe, Spotify ฯลฯ
- ถอนการเชื่อมต่ออุปกรณ์กับ iCloud (Mac), Google (Windows) และบริการออนไลน์อื่น ๆ ที่ผูกกับเครื่อง
- ทำความสะอาดเครื่องทั้งภายนอกและภายใน
- เช็ดหน้าจอ, คีย์บอร์ด และตัวเครื่องด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์
- ทำความสะอาดและเป่าฝุ่นภายในของเครื่อง เพราะการทำความสะอาดเครื่องให้ดูใหม่ก่อนปล่อยขาย สามารถช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเครื่องได้
- ตรวจสอบสภาพและระบุข้อบกพร่องอย่างตรงไปตรงมา
- แจ้งสเปกที่แท้จริง: CPU, RAM, SSD/HDD, GPU, อายุการใช้งาน
- ถ้ามีรอยขีดข่วน, จอมี dead pixel หรือแบตเสื่อม ควรระบุอย่างตรงไปตรงมาเพื่อลดปัญหาหลังการขาย
- ตั้งราคาขายตามสภาพและความเป็นจริง
- สำรวจราคากลางจากเว็บไซต์ขายของมือสองเพื่อเป็นตัวช่วยในการตั้งราคาที่ไม่สูงหรือต่ำกว่าตลาดมากเกินไป
- ตั้งราคาที่สมเหตุสมผล มีกลยุทธ์การตั้งราคาเพื่อมีการต่อรอง
- เตรียมอุปกรณ์เสริมให้ครบ
- กล่อง, อะแดปเตอร์, สายชาร์จ, ใบเสร็จ/ประกัน (ถ้ามี)
- ยิ่งอุปกรณ์ครบ ยิ่งเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับผู้ซื้อ
- ถ่ายภาพสินค้าชัดเจน
- ใช้แสงธรรมชาติหรือไฟสีขาวในการถ่ายภาพ เพื่อทำให้ภาพถ่ายโดยรวมออกมาดูดีและช่วยให้มองเห็นรายละเอียดของตัวเครื่องได้ชัดเจน
- ถ่ายภาพตัวเครื่องหลายมุม เช่น ด้านหน้า, ด้านข้าง, คีย์บอร์ด, พอร์ตต่าง ๆ รวมถึงอุปกรณ์ที่แถมให้
- เลือกช่องทางขายที่เหมาะสม
- เลือกขายบนช่องทางขายที่ไว้ใจได้และมีฐานลูกค้าผู้ใช้ที่สนใจซื้อคอมพิวเตอร์มือสอง อย่าง Kaidee เพื่อให้ปิดการขายไว
- แต่ถ้าต้องการนำไปขายที่ร้านมือสอง ก็อย่าลืมคุยรายละเอียดให้ชัดเจนและสอบถามราคาให้แน่ใจก่อนตัดสินใจขาย
คำแนะนำเพิ่มเติม
- อย่าลืมทดสอบการทำงานของเครื่อง เช่น Wi-Fi, USB, Bluetooth, กล้อง, เสียง ฯลฯ ก่อนประกาศขาย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาระบบการใช้งานชำรุดตามมาทีหลัง
- ระวังการโดนหลอกหรือถูกโกง โดยควรนัดรับหรือใช้บริการเก็บเงินปลายทางกับระบบขนส่งที่น่าเชื่อถือ
ก่อนขายคอมพิวเตอร์มือสอง อย่าลืมสำรองข้อมูล ล้างเครื่องให้สะอาดทั้งข้อมูลและฝุ่น เช็กสเปก พร้อมตั้งราคาที่เหมาะสม และเตรียมภาพและข้อมูลสินค้าให้ครบถ้วน จะช่วยให้คุณขายได้ไว ปลอดภัย และได้ราคาดี
สนใจลงประกาศขายคอมพิวเตอร์หรือสินค้าอื่นๆ บน Kaidee สามารถลงประกาศเองได้เลยฟรี*
*ลงประกาศฟรีมีจำกัด สามารถตรวจสอบรายละเอียดที่นี่ได้เลย เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด