6 คาเฟ่สุดชิคย่านอารีย์ ..ไปครั้งเดียว ลงรูปใน IG ได้ตลอดไป

6 คาเฟ่สุดชิคย่านอารีย์ ..ไปครั้งเดียว ลงรูปใน IG ได้ตลอดไป

“อยากออกไปนั่งคาเฟ่ชิคๆ ถ่ายรูปสัก 1 Content หวานๆ ไปแถวไหนดีอะแก..” 

ถ้าชาวแก๊งเกิดมีคำถามแบบนี้เข้ามาระหว่างคุยไลน์กันอยู่ล่ะก็.. ก็ต้องเป็นอารีย์สิคะพี่สาว ก็แหม..อารีย์นี่เรียกได้ว่าเป็นดงคาเฟ่เลยก็ว่าได้ ร้านเก่าปิดไปไม่ทันไร เจอร้านใหม่อีกแล้ว! และแน่นอนค่ะ ทางเราเกิดอยากจะไปเป็นคนเก๋ที่อารีย์ขึ้นมาอีกแล้ว จึงจัดการเข้า IG หาคาเฟ่อารีย์ที่เหมาะกับคนชิคๆ คัดแล้วว่าสไตล์ร้านโดดเด้งไม่แพ้ใคร ไปครั้งเดียวได้รูปลงยาวๆ

Beaker and Bitter ☕️

ถ้าตอนเด็กเคยฝันอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ นี่คือคาเฟ่ที่พวกเธอควรพุ่งตัวไปด้วยความเร็วแสง เพราะอะไรน่ะหรอ? อย่างแรกเลยคือร้านนี้ถูกออกแบบให้เป็นแนวห้องทดลองทางวิทยาศาสตร์ ที่ไม่ว่าจะเดินไปมุมไหนก็ชิคไปหมด ถ่ายรูปได้เป็นพันค่ะบอกเลย สองคือที่มาที่ไปของคาเฟ่ที่พัฒนาพื้นที่เดิมของเป็นโรงงานยากว่า 50 ปี มาปรับปรุงให้กลายเป็นคาเฟ่ และ Co-Working Space ก็คือต่อยอดสิ่งที่มีอยู่แล้วให้ปังกว่าเดิม ประทับใจค่ะจุดๆ นี้

และสำหรับกิจกรรมที่พลาดไม่ได้คือ การตามหาหนูทดลองที่หายไป ที่ฝ่ายพนักงานที่เป็นคนหาที่ซ่อนทุกเช้า และฝ่ายลูกค้าก็จะสำรวจทุกซอกทุกมุมของร้านเพื่อหาว่าหนูทดลองซ่อนอยู่ที่ไหน ซึ่งถ้าใครหาหนูทดลองเจอ และนำมาคืนจะได้ จะรับเครื่องดื่มฟรีหนึ่งแก้ว 

ส่วนเครื่องดื่มแนะนำคือ R.I.P. (145 บาท) กาแฟดำผสมพีช และกุหลาบเพื่อดื่มได้ง่ายขึ้น ซึ่งเมนู R.I.P ของทางร้าน
ย่อมาจาก Rose In Peach ไม่ใช่ Rest In Peace นะทุกคน อย่าเข้าใจผิดดดด

Wongnai Rating : 3.9
Google Rating : 4.4

ช่องทางติดต่อ :  https://www.facebook.com/beakerandbitter/
แผนที่ร้าน : https://goo.gl/maps/ny5dvabBpEuoYMaH8 

F.I.X Pradipat ☕️

คาเฟ่สุดมินิมอลสไตล์ญี่ปุ่น ในโครงการ Somewhere ภายใต้ Concept ‘Let Us Fix Your Day’ และด้วยความที่ตัวร้านโดดเด่นด้านกาแฟสุดๆ ทำให้มีเมล็ดกาแฟให้เลือกหลากหลายชนิดมากๆ มีมุมที่นั่งให้เลือกทั้งภายในร้าน และภายนอกร้าน จะนั่งรับแอร์เย็นๆ หรือแสงแดดอุ่นๆ ก็ดีทั้งนั้น แต่ถ้าใครอยากถ่ายรูป ทางเราแนะนำให้มาช่วงเช้า หรือไม่ก็เย็นๆ หน่อยน้า เพราะแสงกำลังสวย แถมอากาศก็ไม่ร้อนมากอีกต่างหาก 

สำหรับเครื่องดื่มแนะนำของทางร้านจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก Cortado (95 บาท) เมนู Signature ของทางร้านที่เลือกใช้เมล็ดกาแฟ F.I.X Blend เสิร์ฟในแก้วหกเหลี่ยมสุดชิคจากอเมริกา เพิ่มอรรถรสความเป็นชาวนิวยอร์คแบบแกล้งๆ แต่ถ้าใครไม่ดื่มกาแฟ เมนูเครื่องดื่มอื่นๆ รวมถึงของหวานของที่นี่ก็เด็ดอยู่น้า แวะมาชิมกันได้

Wongnai Rating : 3.8 
Google Rating : 4.4 

ช่องทางติดต่อ :  https://www.facebook.com/fixcoffeebkk/ 
แผนที่ร้าน : https://goo.gl/maps/THXfdPzgwviCMVbT6 

Trust Cafe and Studio ☕️

มา 1 ได้ถึง 5 เพราะ Trust Cafe and Studio เขาเป็นทั้งคาเฟ่ สตูดิโอ ร้านเสื้อผ้า ร้านอาหาร และร้านตัดผม เรียกว่านั่งอยู่ร้านได้ทั้งวัน นั่งจนแม่ตามกลับบ้านกันไปเลย! สู้ไหมถามแค่นี้ และถ้าเกิดมีอาการอยากถ่ายรูปให้ครบทุกมุม ทุกโซน เพื่อสร้าง Content ปังๆ ลงรูปจนเพื่อนถามว่ายังไม่กลับจากร้านอีกหรอ จ่ายไปเลยจ่ะ แค่ 50 บาท ที่สำคัญเอาไปเป็นส่วนลดในโซนคาเฟ่ได้ด้วยนะเออ ไม่ใช่ได้แค่ถ่ายรูปอย่างเดียว ปัง! 

แต่ แต่ แต่ จะไปทั้งที แนะนำว่าวางแผนก่อนสักนิด เพราะตอนนี้กระแสแรงดีไม่มีตก คนอาจจะเยอะนิดนึงถึงมาก ถ้าอยากได้รูปสวยๆ อาจจะต้องรีบไป หรือไม่ก็จัดสรรเวลาให้ดี  

ส่วนเครื่องดื่มเราขอแนะนำ English Cookie Latte และ Classic Grapefruit อร่อยจริง ติดใจแน่นอน

Wongnai Rating : 3.8 
Google Rating : 3.8

ช่องทางติดต่อ :  https://www.facebook.com/trustcafeandstudio/ 
แผนที่ร้าน : https://goo.gl/maps/j4ff9ScVLRvVymCt9 

Bay.aree ☕️

คาเฟ่กึ่งบาร์สไตล์ Industrial Loft ที่ผสมผสานกลิ่นอายของความเป็น Colonial Style อย่างลงตัว โดยมีนักร้องหนุ่มอย่าง ‘บอย-LOMOSONIC’ เป็นหุ้นส่วนของร้าน การันตีความร็อคแบบเน้นๆ คนที่หลงใหลความดิบดุ ลึกลับ เข่งขรึม รับรองว่าถูกใจแน่นอน แถมเลือกได้ด้วยนะว่าจะคั่วอ่อน คั่วกลาง หรือคั่วเข้ม ไม่พูดมากเอาเป็นว่าลองมาสักครั้งติดใจแน่นอน 

สำหรับเครื่องดื่มแนะนำคือ Bay(180 บาท) เมนูเรียกความสดชื่นจากน้ำแอปเปิลอาโอโมริผสมกับน้ำส้มยูซุ และ Coffee Mimosa (250 บาท) กาแฟเบลนด์รสชาติผสมกับน้ำส้ม และ Elderflower ให้ความรู้สึกซาบซ่าสดชื่นไปพร้อมกัน 

Wongnai Rating : 4
Google Rating : 4.5

ช่องทางติดต่อ :  https://www.facebook.com/Bayaree-113621177484394/ 
แผนที่ร้าน : https://g.page/bay-aree?share 

Tropi Hoola ☕️

สดใสซาบซ่าเหมือนอยู่ชินจูกุ กับ Tropi Hoola คาเฟ่สุดคิ้วท์ ส่งตรงจากเชียงใหม่จ้าว ในซอยอารีย์ 4 (ฝั่งเหนือ) ที่มีเมนูเครื่องดื่ม และขนมแสนอร่อยพร้อมเสิร์ฟให้เพื่อนๆ หลายเมนูสุดๆ แต่ทางเราขอแนะนำ Tropi Hoola Slurpee (129 บาท)  Forrest Berry Croissant (179 บาท) แต่!! ต้องเสียค่าเข้าร้าน 50 บาทก่อนน้า (สามารถนำไปเป็นส่วนลดค่าเครื่องดื่มภายในร้านได้) 

แอบกระซิบว่าร้านมีมุมถ่ายรูปสวยๆ หลายมุมเลย ถ้าเลือกใส่เสื้อผ้าสีสดใสๆ สไตล์สาวน่ารัก หรือสไตล์ญี่ปุ่นๆ มินิมอลมาเนี่ยจะเข้ากับร้านมากเลย ที่สำคัญอย่ามาตอนช่วงเที่ยงหรือบ่าย เพราะแดดร้อนมากเวอร์ ผิวไหม้ได้เลยนะทุกคน แดดประเทศไทยแรงจริง อย่าริอาจสู้!!

Wongnai Rating : 3.2
Google Rating : 3.4 

ช่องทางติดต่อ :  https://www.facebook.com/TropihoolaAri4 
แผนที่ร้าน : https://goo.gl/maps/58iU8aYUKxQ9VpiV9 

Sati Handcraft ☕️

กลับมาอีกครั้งกับร้าน “สติ” ร้านที่เชื่อว่าทุกอย่างต้องทำด้วยความมี “สติ” ซึ่งรอบนี้ทางร้านได้ปรับโฉมใหม่จนเราเซอร์ไพรส์ ทั้งทางเดินสีขาวสว่าง เฟอร์นิเจอร์ดีไซน์เก๋ และหน้าต่างใสที่เผยให้เห็นการอบขนมภายในร้าน แถมมีเมนูอาหารใหม่ๆ หลายเมนู บอกเลยว่าอร่อยมากทุกคน ส่วนตัวเราชอบโซนทางเดินสีขาวสว่างเป็นพิเศษ เพราะมันดูเรียบง่าย แต่ยังคงความเป็นดีไซน์ไว้ ชิคมากเลย

สำหรับเครื่องดื่มแนะนำคือ Ginger Dirty (135 บาท) เดอร์ตี้เพิ่มความพิเศษด้วยการผสมขิงสดไม่ใส่น้ำแข็ง เสิร์ฟพร้อมเลมอนบิสกิตแสนอร่อย และ Spring Brew (150 บาท) กาแฟสกัดเย็นจากเมล็ดไทยผสมกับส้มยูซุและน้ำผึ้งป่า 

Wongnai Rating : 3.9
Google Rating : 4.6

ช่องทางติดต่อ :  https://www.facebook.com/satihandcraftcoffee/ 
แผนที่ร้าน : https://g.page/satihandcraft?share 

ความจริงอารีย์มีคาเฟ่อีกหลายร้านมากเลยนะทุกคน แต่ว่าทางเราขอเอามาฝากแค่ 6 ร้านก่อน เพราะถ้าแนะนำมากกว่านี้ เราคิดว่าเราอาจจะตุ้บก่อนได้ เพราะนอกจากจะต้องเขียนแล้ว เรายังต้องไปลองชิมด้วย คือพุงตึงไม่ไหวอะ ทั้งน้ำทั้งขนมปัง  แต่คอนเฟิร์มได้เลยว่า สิ่งที่เลือกทั้งหมดนั้นคือร้านสวยมีสไตล์จริง ไปครั้งเดียวได้รูปจนลงไอจีได้ทั้งปีแน่นอน 

และถ้าชอบอารีย์จนอยากย้ายมาอยู่ย่านนี้ละก็.. ทาง Kaidee Property มีคอนโดคุณภาพรออยู่หลากหลายโครงการเลย เข้าไปดูกันได้น้า 

🍞☕️

Meteor 350 และ Interceptor 650 คลาสสิกไบค์ ขี่สนุกไปสุดได้ทุกวันจาก Royal Enfield

Meteor 350 และ Interceptor 650 คลาสสิกไบค์ ขี่สนุกไปสุดได้ทุกวันจาก Royal Enfield

“Royal Enfield มอเตอร์ไซค์คลาสสิก Meteor 350 และ Interceptor 650 เปลี่ยนโลกแห่งการเดินทาง สู่ประสบการณ์ที่น่าหลงใหล ด้วยราคาดีที่สุดในตลาด”

เพราะความคลาสสิกเป็น DNA ที่เป็นอมตะ โดยหนึ่งในจักรยานยนต์สายเรโทร ซึ่งได้รับความนิยมและมีแฟนขี่อยู่ทั่วทุกมุมโลก ก็คือ Royal Enfield นับเป็น “ดิ ไอคอน” แห่งยุคสมัย โดยในปีที่ผ่านมาเพิ่งฉลองครบรอบ 120 ปีไปอย่างยิ่งใหญ่ ล่าสุดมาพร้อมกับครุยเซอร์และโรดสเตอร์รุ่นยอดนิยม Meteor 350 และ Interceptor 650 ซึ่งจะพาคุณย้อนเวลาไปสู่ความสนุกในการเดินทาง และเติมฝันในอดีตให้เต็มสิบได้อีกครั้ง 

ในไทยมีกลุ่มผู้ชื่นชอบและหลงใหลเรโทรไบค์อยู่พอสมควร เพราะตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างจากรถที่มีในท้องตลาด รวมไปถึงการให้เอกลักษณ์เฉพาะตัว มอบการขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร และช่วยสร้าง Passion บางอย่างให้กับผู้เป็นเจ้าของได้ โดยเฉพาะกับกระแสตอบรับ Meteor 350 และ Interceptor 650 หนึ่งในโมเดลที่เป็น Flagship ของ Royal Enfield รุ่นยอดนิยมและขายดีในปี 2022

Royal Enfield จิตวิญญาณแห่งการเดินทาง

Royal Enfield ชื่อนี้ไม่ใช่ยี่ห้อน้องใหม่ แต่เป็นแบรนด์ดังระดับโลก โดยผลิตจักรยานยนต์ขนาดกลาง และมียอดขายดีที่สุดในโลก พร้อมส่งต่อประสบการณ์และร่วมผจญภัยในทุกทริป บุกเบิกกับเพื่อนร่วมทางไปได้ทุกที่ทั่วโลกมากกว่า 120 ปี 

ด้วยปรัชญาที่มั่นคงและอนุรักษ์นิยมในการออกแบบ เพื่อให้มอเตอร์ไซค์ขี่สนุก ภายใต้การควบคุมโดยผู้ขี่มากที่สุด และใช้เทคโนโลยีช่วยให้น้อยที่สุด หรือที่เรียกกันว่า Pure Motorcycle นับเป็นจิตวิญญาณที่แท้จริงของการเดินทางจาก Royal Enfield 

Meteor 350 และ Interceptor 650 แตกต่างแบบมีสไตล์

สำหรับเรโทรทั้ง 2 รุ่น ซึ่งทีมงาน Kaidee Auto เอามาแนะนำทั้ง Meteor 350 (เมทธีออร์ 350) และ Interceptor 650 (อินเตอร์เซ็ปเตอร์ 650) นับว่ามีความน่าสนใจมาก เพราะแค่ชื่อเสียงของ Royal Enfield ก็ถือว่ากินขาดแล้ว และทั้ง 2 รุ่นได้รับการออกแบบเครื่องยนต์ใหม่แบบ All New ทำให้เครื่องยนต์เดินเรียบ ลดการสั่นสะเทือน และที่สำคัญให้ความแรงตั้งแต่รอบเริ่มต้น ออกตัวแบบไม่มีสะดุดอีกด้วย นับเป็นการใส่เทคโนโลยีล้ำสมัยลงในเครื่องยนต์อย่างลงตัวแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน 

Kaidee Auto สรุปฟีลลิ่งกันสั้น ๆ ก่อนว่า Meteor 350 เป็นครุยเซอร์ตัวเริ่มต้น เอาไว้ขี่เล่นในเมือง เน้นบิดสบาย ๆ กินลมชิล ๆ ออกแนวอินดี้ไม่รีบร้อน สำหรับ Interceptor 650 เป็นโรดสเตอร์ตัวขนาดกลาง เครื่องแรงขึ้น เอาไว้ขี่ออกทริปต่างจังหวัด จึงให้ความเร็วและแรงกว่า ตอบสนองทันใจ ด้วยราคาที่เร้าใจมากที่สุด เกริ่นมาแค่นี้ก็น่าสนใจแล้วใช่ไหม งั้นเราไปเจาะลึกในสเปคของแต่ละรุ่นกันดีกว่า

Meteor 350 สัญลักษณ์แห่งอมตะครุยเซอร์

เริ่มต้นกันที่ Meteor 350 ครุยเซอร์ขนาดกลางในไซส์เล็กจาก Royal Enfield ตัวถังไม่ใหญ่เทอะทะ ขี่สนุกและเน้นสบาย ให้ความเท่กับคนขี่ได้อย่างเต็มเปี่ยม ด้วยตัวถังน้ำหนักเบา จัดบาลานซ์เฉลี่ยหน้าและหลังมาค่อนข้างดี ออกแบบมาด้วยสไตล์ “โมเดิร์น คลาสสิก” เน้นขี่เท่ในเมืองแบบ Easy Cruiser ง่าย ๆ ใครก็ขี่ได้ สวยสะดุดตาจนเห็นแล้วต้องเหลียวมอง แถมใส่เทคโนโลยีทันสมัยติดตัวมาด้วย

ทุกดีไซน์สะท้อนตัวตนที่แท้จริง

ดีไซน์คลาสสิคเน้นความเรียบหรู แต่ใส่เส้นสายและโทนสีบนตัวถังอย่างทันสมัย ด้วยไฟหน้าทรงกลมขนาดใหญ่มี Daytime Running Lights ส่วนไฟท้ายเป็นแบบ LED ถังน้ำมันความจุ 15 ลิตร วางแฮนด์ทรงตัวยูโค้งมนและยกขึ้นในระดับเหนือเอวเล็กน้อย ทำให้ท่านั่งขี่ค่อนข้างสบาย ไม่ต้องก้มลงไปหาหน้ารถจึงไม่ปวดหลัง จัดระเบียบร่างกายได้ง่าย ๆ คนขี่จึงดูเท่และชิคขึ้น โดยมาพร้อมกับล้อหน้าขนาด 19 นิ้ว และล้อหลัง 17 นิ้ว ท่อไอเสียปลายออกเดี่ยว

ครุยเซอร์ที่ขี่ง่ายและสนุกได้ทุกวัน

อย่างที่บอกไปว่า Royal Enfield รุ่น Meteor 350 เป็นครุยเซอร์ไซส์กลางตัวถังเบา ตัวรถมีความสูงจากพื้นเพียง 17 เซนติเมตรเท่านั้น จึงเหมาะกับสรีระของคนไทย ขี่สบายได้ทุกวัน คนที่มีส่วนสูงประมาณ 160 เซนติเมตรขึ้นไป ค่อมได้ไม่มีปัญหา เวลาจอดนิ่งสามารถเอาเท้าวางบนพื้นได้เต็มที่ ไม่ต้องเขย่งเอาปลายเท้าจิกพื้นเหมือนนักบัลเล่ต์ให้กวนใจ

นอกจากนี้ ยังมีความคล่องตัวสูง บอกเลยว่าขี่ในเมืองสนุกมาก สามารถลัดเลาะทั้งในถนนหลักและทางลัดเส้นแคบ ๆ ได้เลย อัตราเร่งในการออกตัวจัดว่าใช้ได้ ไม่เป็นรองกลุ่มจักรยานยนต์เครื่องสายพานออโตแมติคเลยด้วยซ้ำ

“Meteor 350 ครุยเซอร์ดีไซน์คลาสสิก เหมาะกับทุกเพศและทุกวัย ผู้ชายขี่ได้ ผู้หญิงก็ขี่สนุก มอบความสนุกในการเดินทาง สะท้อนไลฟ์สไตล์ที่โดดเด่นในตัวคุณ เครื่องยนต์สูบเดียว 349 ซีซี หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ ทนทานและทันสมัย มีระบบนำทางในตัว เป็นเจ้าของง่าย ๆ ในราคาข้ามแสนมานิดเดียว”

เครื่องยนต์ทันสมัย ใส่หัวใจดวงใหม่ในการออกทริป

ใช้ขุมพลังเครื่องยนต์ในตระกูล J Series เป็นเครื่องสูบเดียว ความจุ 349 ซีซี. แบบ 4 จังหวะ มี 5 เกียร์เดินหน้า ระบายความร้อนด้วยอากาศ ใช้หัวฉีดน้ำมันแบบอิเล็กทรอนิกส์ ผสมผสานความร่วมสมัยอย่างลงตัว

การทำความเร็วอยู่ในระดับที่ยอมรับได้ เพราะตัวรถไม่ได้ออกแบบมาให้เป็นสายซิ่ง แต่เป็นสายกินลมชมวิวมากกว่า ขับสนุกในเมืองจนคุณต้องหลงรัก เพราะอัตราการ 0 – 80 กิโลเมตร / ชั่วโมง ตีนต้นทำได้ดี สับเกียร์ไว ๆ ก็หายเหมือนกัน 

แต่ถ้าไปออกทริปต่างจังหวัด ความเร็วกำลังดีอยู่ที่ประมาณ  80 – 120 กิโลเมตร / ชั่วโมง จะได้อินกับบรรยากาศของเส้นทางธรรมชาติไปด้วย มั่นใจมากขึ้นด้วยระบบเบรก ABS ป้องกันล้อล็อก นอกจากนี้ยังมีทีเด็ดในเรื่องของเทคโนโลยีนำทางด้วย Tripper ทำงานร่วมกับ Google Maps และแอปพลิเคชัน Royal Enfield เชื่อมต่อด้วยสัญญาณบลูทูธ แสดงเส้นทางบนจอแยกข้างเรือนไมล์อย่างแม่นยำ 

Interceptor 650 ให้ทุกการเดินทางมีเรื่องราวที่ไม่ซ้ำใคร

ทางด้านรุ่นพี่ Interceptor 650 เป็น “โรดสเตอร์ – Roadster” ขนาดกลางรุ่นใหญ่ แตกไลน์มาจาก Continental GT โดดเด่นด้วยการออกแบบในสไตล์โรดสเตอร์ เครื่องยนต์พิกัดใหญ่ทั้งเร็วและแรงขึ้น โดยเฉพาะความเร็วตีนต้นฉีกขาดเป็นกระดาษ เหมาะกับการขี่ออกทริปต่างจังหวัด แต่ก็สามารถขี่ใช้งานในเมืองได้ไม่ขัดขิน 

ดีไซน์คลาสสิก หยุดเวลาไว้ที่วันวาน

Interceptor 650 ได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรุ่นปี 1960 ยุคที่นิยมขี่มอเตอร์ไซค์เลียบชายหาด อาจจะเคยเห็นภาพจากในภาพยนต์มาบ้าง ความคลาสสิกดังกล่าวถูกนำมาใส่ไว้ในการออกแบบ Interceptor 650 ทุกมิติ จนกลายเป็นสเน่ห์ที่น่าหลงใหล ตัวรถไม่สูงมาก วัดจากพื้นถนนถึงเบาะนั่งประมาณ 80 เซนติเมตรเท่านั้น

เริ่มจากไฟหน้าสุดคลาสสิกทรงกลมขอบโครเมียม ด้านในเป็นหลอดฮาโลเจน เรียบหรูด้วยแฮนด์แบบยกขึ้น เรือนไมล์แบบ 2 เข็มแยกซ้ายและขวา ถังน้ำมันทรงหยดน้ำขนาด 13.7 ลิตร เบาะทรงเรียบแต่มีผิวสัมผัสนุ่มนั่งสบาย ล้อหน้าและหลังแบบซี่ลวด 18 นิ้ว มีระบบดิสก์ ABS และปั๊มเบรก โดยด้านหน้าใช้โช๊คอัพแบบ Telescopic ส่วนด้านหลังเป็นแบบซัพแทงค์ ท่อไอเสียคู่แบบปลายยกขึ้นให้ความสปอร์ต

การออกแบบที่เรียบง่ายแต่ดูดีมีสไตล์ ทำให้ Interceptor 650 เป็นโรดสเตอร์ตัวแรงแต่ขี่ง่าย ไม่ต้องจัดระเบียบร่างกายเยอะ นั่งขี่หลังตรงได้แบบสุดเท่ ไม่ต้องโน้มตัวลงไปจับที่แฮนด์ ท่าขี่จึงสง่างามมากกว่ารถทั่วไป ช่วยเสริมบุคลิกของคุณให้ดูภูมิฐานและมีไลฟ์สไตล์ที่น่าค้นหา

คล่องตัวทุกการเดินทาง

ตัวถังมีการบาลานซ์น้ำหนักมาได้ดีมาก ผสานกับล้อน้ำหนักเบาขนาด 18 นิ้ว ระบบช่วงล่างได้รับการเซ็ตอัพมาอย่างดี ทำให้ Interceptor 650 เป็น “โรดสเตอร์ – Roadster” ที่มีความคล่องตัว ปราดเปรียว และควบคุมง่าย แฮนด์ค่อนข้างไว ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วในทุกสภาพถนน สามารถขี่แบนเข้าโค้งได้อย่างสนุกสนานเมื่อออกทริปต่างจังหวัด

“Interceptor 650 โรดสเตอร์ที่มีจิตวิญญาณแบบสปอร์ตโรดสเตอร์ โดดเด่นด้วยดีไซน์เฉพาะตัว ให้สมรรถนะที่ทรงพลังและขี่สนุก ตอบโจทย์ให้ทุกการเดินทางมีเรื่องเล่า ผลักดันทุกข้อจำกัดด้วยเครื่องยนต์ 2 สูบ ความจุ 648 ซีซี. เปิดตัวด้วยราคาสุดว้าว”

เครื่องยนต์สมรรถนะสูง ตอบสนองทันใจ

หัวใจของ Interceptor 650 อยู่ที่เครื่องยนต์ 2 สูบ ความจุ 648 ซีซี. ระบายความร้อนด้วย Oil-cooler โดยมี 6 เกียร์เดินหน้า พร้อมสลิปเปอร์คลัทช์ ทำให้อัตราเร่งแรงทันใจ สั่งได้ตามมือ ให้อัตราเร่ง 0 – 100 กม. / ชม. ได้ในไม่กี่วินาที ทั้งความเร็วในการออกตัว รวมไปถึงความเร็วสูงในช่วงปลายรอบ

ซึ่งเครื่องยนต์ขนาดกลางตัวนี้ เหมาะกับการขี่ในเมืองและออกทริปต่างจังหวัด มีความทนทานมาก วิ่งระยะทางไกลไม่มีปัญหา ออกตัวพุ่งไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ ชนิดหลังหงายได้ทีเดียว 

ความคลาสสิกกับราคาในฝัน เริ่มต้นแค่ 1.5 แสนบาท

Meteor 350 และ Interceptor 650 มีราคาเร้าใจและคุ้มค่าที่สุดในตลาดมอเตอร์ไซค์ดีไซน์คลาสสิก นับเป็นจุดเด่นของ Royal Enfield เลยทีเดียว ด้วยราคาเพียงเท่านี้ แต่ให้ได้มากถึงขนาดนี้

สำหรับ Meteor มีทั้งหมด 3 รุ่นย่อย Fireball, Stella และ Supernova มีสีตัวถังให้เลือกเยอะ ราคาเริ่มต้นที่ 156,000 บาท* และในรุ่น interceptor 650 ราคาขึ้นอยู่กับสีตัวถัง แต่ไม่แพงเพราะเริ่มต้นเพียง 237,8000 บาทเท่านั้น* ราคาดีที่สุดในกลุ่ม “คลาสิก – ไบค์” ชนิดที่กระเป๋าตังค์ต้องสั่นไปตาม ๆ กัน

Kaidee Auto เราอยากให้คุณได้ทดลองขับ แล้วจะหลงรัก 2 รุ่นนี้อย่างแน่นอน สามารถเข้าชมและทดลองขับได้ที่ Royal Enfield ซึ่งมี “เอ็กซ์คลูซีฟ สโตร์” ทั้งหมด 14 แห่งทั่วประเทศ หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านช่องทางออนไลน์ง่ายกว่า พร้อมรับส่วนลดพิเศษ*  รายละเอียดเพิ่มเติม / ทดลองขี่ Royal Enfield คลิก ! 

สรุปให้อ่านง่าย

Royal Enfield มอบประสบการณ์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ ด้วยมอเตอร์ไซค์ดีไซน์คลาสสิก Meteor 350 และ Interceptor 650 สะท้อนความโดดเด่น ด้วยการออกแบบเฉพาะตัวสุดเรทโทร ขี่สนุกได้ทุกวัน เหมาะกับการใช้งานในเมือง และออกทริปต่างจังหวัด ไม่ว่าคุณจะไปคนเดียวหรือออกทริปเป็นกลุ่ม ให้ Royal Enfield เป็นเพื่อนร่วมทางไปกับคุณ

สิทธิพิเศษเพื่อคนพิเศษ เพียงลงทะเบียนทดลองขี่ Royal Enfield ผ่านช่องทางออนไลน์ รับทันทีเสื้อทีเชิ้ตจาก Kaidee Auto รุ่นลิมิเต็ด เอดิชัน รีบด่วนสิทธิพิเศษแบบนี้ มีจำนวนจำกัด !