เขียน “ประกาศ” อย่างไรให้ปิดการขายรถได้ง่ายขึ้นใน Kaidee

เขียน “ประกาศ” อย่างไรให้ปิดการขายรถได้ง่ายขึ้นใน Kaidee

ลงขายรถยังไงก็ปิดการขายไม่ได้สักที Kaidee จะมาแนะนำวิธีลงขายอย่างไร ให้คนที่เห็นประกาศเข้ามาสนใจ ประกาศ ของคุณมากยิ่งขึ้น และเพิ่มโอกาสปิดการขายได้ง่ายยิ่งขึ้น

คำโปรยที่หน้าประกาศจะต้องเป็นคำที่โดนใจ และดึงดูดให้ผู้คนสนใจและคลิกเข้ามาอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมให้ได้ โดยสิ่งที่จำเป็นของส่วนนี้จะต้องมีเลย คือ

  1. จะต้องใช้คำที่กระชับ
  2. ต้องมีข้อมูล (ยี่ห้อ รุ่น หรือรายละเอียดข้อดี) ให้ครบถ้วน
  3. ใส่คำเชิญชวนต่าง ๆ ให้ประกาศดูน่าสนใจ
  4. ใช้คำที่บ่งบอกความพิเศษของรถยนต์ เช่น รถบ้านเดิม ๆ ,รถป้ายแดงมือเดียว

แน่นอนว่าไม่มีใครไม่อยากจะทราบถึงรายละเอียดของรถที่ไม่ครบถ้วน ดังนั้นทางที่ดีแล้วควรใส่ข้อมูลของรถให้ครบ ไม่ว่าจะเป็น ยี่ห้อ รุ่น ปีที่ซื้อ ในช่อง “Description” โดยมีทริคการเขียนดังต่อไปนี้

  1. ใส่รายละเอียดของรถเป็น Bullet Point เช่น ยี่ห้อ รุ่น รุ่นย่อย ปีรถ ประเภทรถ เชื้อเพลิง เลขไมล์ เกียร์ สี
  2. อาศัยการเว้นวรรคเพื่อให้อ่านได้ง่ายและสบายตา
  3. เขียนรายละเอียดของรถให้ครบถ้วน
  4. ระบุรายละเอียดส่วนเสริมและสิ่งอำนวยความสะดวกภายในรถ
  5. แจ้งเรื่องของแถมต่าง ๆ (ถ้าหากมี)
  6. ใช้ภาษาที่เป็นกันเอง ไม่ทางการจนเกินไป
  7. แต่งเติมข้อความต่าง ๆ ด้วย Emoji สร้างสีสัน
  8. ไม่ควรเขียนรายละเอียดทั้งหมดเกิน 20 บรรทัด

เรื่องของราคาก็เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้ใครหลายคนเลือกที่จะตัดสินใจซื้อได้ ดังนั้นการตั้งราคาจะต้องดึงดูดใจ และไม่ตั้งแพงเกินไป จนใครไม่กล้าที่แม้แต่จะเข้ามาเปิด ประกาศ ดู แต่จะทำอย่างไรล่ะ ง่าย ๆ แค่ทำตามขั้นตอนนี้

  1. ศึกษาราคาตลาดว่ามีการซื้อ-ขายที่ราคาเท่าไร
  2. ประเมินคุณภาพของรถ
  3. ตั้งราคาอย่างสมเหตุสมผล (ไม่สูงเกินราคาตลาด)

ภาพถ่ายก็เป็นอีกส่วนที่จะทำให้เกิดการตัดสินใจซื้อ การสื่อสารผ่านภาพถ่ายจะช่วยให้ผู้ซื้อสนใจยิ่งขึ้น และสามารถปิดการขายได้ง่าย เพียงทำตามขั้นตอนเหล่านี้

  1. ถ่ายรูปรถยนต์ทั้งภายนอกและภายใน
  2. ถ่ายเครื่องยนต์ให้เห็นได้ชัดเจน
  3. รถยนต์จะต้องมีสภาพที่ดี สะอาดและเรียบร้อย
  4. ถ่ายรูปเล่มของรถเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับทริคดีๆ ในการลงประกาศขายรถที่เรานำมาฝากกัน หากใครมีรถมือสองสภาพดี สามารถนำมาลงขายกับเราได้เลยที่ Kaidee Auto แหล่งรวมรถยนต์คุณภาพดี หลากรุ่น หลายแบรนด์ ที่คนรักรถยนต์ต้องคลิก!!!

Calling SneakerHeads: รองเท้าออกใหม่ครึ่งปีแรก

Calling SneakerHeads: รองเท้าออกใหม่ครึ่งปีแรก

ถ้าคุณกำลังอ่านบทความนี้อยู่ โอกาสสูงมากที่คุณจะรู้จักนักสะสมรองเท้าผ้าใบ หรือผู้ที่มีรองเท้าผ้าใบมากกว่า 50 คู่ที่บ้าน เขาคนนั้นอาจจะเป็นไอดอลที่คุณติดตามในอินสตราแกรม หรืออาจจะเป็นคนที่คุณเห็นทุกวันหน้ากระจก….

ก่อนจะเริ่มอ่านบทความนี้ ขอบอกกันตรงนี้ก่อนเลยว่า ไม่มีอะไรผิดปกติ สำหรับพวกเรา คนที่ชอบซื้อ และสะสมรองเท้าผ้าใบ ทุกคนมีของสะสมที่แตกต่างกันทั้งนั้น บางคนสะสมพระเครื่อง บางคนคลั่งไคล้กระเป๋าแบรนด์เนม และบางคนก็เล่นซื้อตัว Firgure การ์ตูนตัวใหม่กันทุกอาทิตย์

ท้ายที่สุดแล้ว พวกเราและพวกเขา นักสะสมทั้งหลาย จะไปถึงจุดที่เรียกว่า “พอ” ได้เอง ถึงแม้ว่ามันจะไม่ใช่วันนี้หรือตอนนี้ก็ตาม

ความในใจจากพวกเรา Sneakerheads

Sneakerheads เป็นกลุ่มคนที่ถูกมองว่าใช้จ่ายฟุ่มเฝือย “มีแค่ 2 เท้า จะซื้อทำไมเยอะแยะ” และแน่นอนว่าคนที่ใช้ประโยคนี้กับคุณ มักจะเป็นคนที่จะยังคงใส่ Adidas All Star หรือ Skechers ซึ่งเป็นรองเท้าผ้าใบที่โด่งดังเมื่อ 5 ปีที่แล้วอยู่

แต่ถึงแม้ว่าเราจะรำคาญกับคำพูดของพวกเขามากแค่ไหน เราเองก็ถามตัวตัวเองอยู่บ่อยครั้งใช่ไหมคะว่า “รองเท้าคู่ใหม่นี้ มันจำเป็นไหม” แต่ขณะที่เราถามคำถามนี้กับตัวเองอยู่นั้น มือของเราก็เผลอไปกดปุ่ม ‘Add to cart’ เสียแล้ว

ถ้าความสุขของเรา ไม่ได้มาจากการขับรถหรูๆ หรือถือกระเป๋าแบรนด์เนมไปทำงาน แต่กลับมาจากรองเท้าผ้าใบที่วางเรียงกันอย่างสวยงามบนชั้นวางรองเท้าหน้าบ้านเราแทนล่ะ ทำไมเราจะมีความสุขบ้างไม่ได้

ในบทความนี้ Kaidee ได้รวบรวมรองเท้าผ้าใบ หรือรองเท้า Sneaker ตัวเด็ด ที่เพิ่งออกวางจำหน่ายในช่วง 6 เดือนแรกของต้นปี 2021 มาให้เพื่อนๆ เหล่า Sneakerheads ได้ดู และไปเสียสตางค์พร้อมๆ กัน จะมีแบรนด์ไหน รุ่นอะไรบ้าง น่าสอยมาเก็บในคอลเลคชัน ไปดูกันเลย

1. A Ma Maniére x Air Jordan 3 “Raised By Women”

nicekicks.com

เมื่อต้นเดือนเมษายน Air Jordan ได้แจ้งข่าวการ Collaboration ร่วมกับ A Ma Maniére (ร้านตัวแทนจำหน่าย รองเท้า High-End และ Hypebeast จากรัฐ Atlanta) ในการเปิดตัวรองเท้า “A Ma Maniére x Air Jordan 3 “Raised By Women” ให้กับแฟนได้เตรียมพร้อมละลายทรัพย์

ซึ่งดีไซน์ของรองเท้าคู่นี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก “Woman” (ผู้หญิง) และยังเพื่อเป็นการฉลองเดือนแห่งประวัติศาสตร์สตรีโลก หรือ International Women’s Month ซึ่งตรงกับเดือนมีนาคมของทุกปี

เหตุผลที่เลือกใช้ Air Jordan 3 ในการ Collab ครั้งนี้นั้น เพราะ Air Jordan 3 เป็นรองเท้าที่ผู้หญิงผู้เลี้ยง James Whitner (เจ้าของร้าน A Ma Maniére) ขึ้นมา ซื้อให้เขาและน้องชายเป็นคู่แรก


ดังนั้น ทุกองค์ประกอบของรองเท้าคู่นี้ จึงถูกออกแบบโดยมี ‘ผู้หญิง’ เป็นจุดศูนย์กลาง ตั้งแต่ไซส์รองเท้า ไปจนถึงรูปทรง และดีไซน์ ซึ่งได้ถอดคราบ Hypebeast จนเหลือเพียงดีไซน์เรียบๆ จาก หนัง Tumbled สีขาว และ ผ้ากำมะหยี่ สีเทา และเพิ่ม Detail เล็กๆ ด้วยการสลัก โลโก้ 2 แบรนด์ ที่ลิ้นรองเท้า (ซ้าย – A Ma Maniére , ขวา – Jordan Brand ) ก็ทำให้รองเท้าคู่นี้ เป็นที่จับตามองจากสื่อ และแฟนๆ ทั่วโลก

วางจำหน่าย: 10 มิถุนายน 2021

2. Air Jordan 1 Low Premium ‘Berlin Grey’

oqium.com

เนื่องจาก Silhouette (รูปทรงรองเท้า) ของรองเท้า AJ1 ยังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จึงไม่แปลกใจที่ Air Jordan ได้ทยอยออกรองเท้ารุ่นใหม่ แต่ยังคง Silhouette ของ AJ1 มาเรื่อยๆ อย่างไม่หยุดหย่อน

Sneakerhead หลายคนหลงรัก Air Jordan 1 Low Premium ‘Berlin Grey’ ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น เพราะไม่เพียงแต่ดีไซน์ ลายหนังช้าง (Elephant Print) บน Swoosh (ตัวโลโก้ Nike) และ บริเวณ Overlay หน้าเท้า ที่โดดเด่นแล้ว รองเท้าคู่นี้ยังทำให้หลายคนนึกถึง Air Jordan 1 Dior Lows ด้วยตัวเลือกพาเลทสีที่คล้ายกัน อย่างสีขาวและสีเทานั่นเอง

แต่การใช้ สีเทา เป็นสีหลักของรองเท้าคู่นี้ ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อจะเลียนแบบรุ่น AJ1 Dior แต่อย่างใด หากเป็นการการตัดสินเพื่อให้สอดคล้องกับชื่อรองเท้า ‘Berlin Grey’  เพราะสีเทาเป็นสีที่แสดงถึง สถาปัตยกรรมของเมือง Berlin นั่นเอง

วางจำหน่าย: 6 มีนาคม 2021

3. Converse X Kim Jones Edition Chuck 70 Utility Wave Hi

havenshop.com

Converse ต้อนรับปี 2021 กับแฟนๆ ด้วยการประกาศการร่วมงานสร้างสรรค์รองเท้า Converse คู่ใหม่ กับ ดีไซเนอร์ชื่อดังจากห้องเสื้อ Dior และ Fendi….  “Kim Jones” 

โดยครั้งนี้ Converse ขอขโมยตัว Kim Jones มาช่วยปรับเปลี่ยนดีไซน์ของรองเท้าผ้าใบตัว Iconic ของแบรนด์ “Chuck 70” ในมีความ Unique มากขึ้น

แน่นอนว่า Kim Jones ก็ไม่ทำให้แฟน Converse ต้องผิดหวัง การออกแบบของเขาได้เพิ่มความ Retro เข้าไปให้กับรองเท้าอีกระดับ ด้วยการใช้ Translucent Rubber Overlay  (แผ่นยางใส) ทับบนเนื้อผ้า Canvas บนส่วน Upper รองเท้าอีกทบ ทำให้รองเท้ามีสไตล์วินเทจแปลกตามากขึ้น แถมยังกันน้ำ เหมาะสำหรับใส่หน้าฝน อีกด้วย

วางจำหน่าย: 8 เมษายน 2021

4. Air Force 1 ‘Valentine’s Day’

sneakernews.com

Valentine เป็นอีกเทศกาลที่หลายแบรนด์ต่างพากันออกรองเท้าคู่ใหม่ ที่มีดีไซน์และสีสัน เข้ากับความหวานของเดือนแห่งความรักกันทั้งนั้น 

ตามมาติดๆ ต่อจาก Air Max 90 ‘Valentine’s Day’ ซึ่งเป็น Air Max รุ่นใหม่ ตกแต่งไปด้วยสีสันที่ตะโกน คำว่า ‘Valentine’ อย่างสีแดงและสีชมพูแบบจัดเต็ม โดยครั้งนี้ Air Force 1 ‘Valentine’s Day’ มาพร้อมกับดีไซน์ที่ไม่ต่างจากรุ่น Air Force 1 ตัว OG สักเท่าไร เพียงแต่เพิ่มฟิลความรักอันแสนอบอุ่น ด้วยการใช้ สีครีม แทนสีขาว ที่ Swoosh และพื้นรองเท้า และที่ขาดไม่ได้เลยคือ Icon หัวใจสีแดงก่ำ พร้อมกับ Mini Swoosh หรือ สัญลักษณ์ Nike สลักตรงกลางหัวใจ 

ที่สำคัญราคายังก็เท่ากับรุ่น AF1 OG ด้วย เพราะฉะนั้น สำหรับแฟน AF1 รองเท้าคู่นี้คือ ของขวัญวันวาเลนไทน์ชิ้นงามจาก Nike ดีๆ นี่เอง

วางจำหน่าย: 7 กุมภาพันธ์ 2021

5. Dior x Stüssy ‘B27’ Low-Top 

Dior ต้อนรับปี 2021 ด้วยการโยนรองเท้า Collaboration ผลงานของดีไซเนอร์มือทอง ‘Shawn Stüssy’ มาทวงบัลลังก์คืนได้อย่างสวยงาม

ซึ่ง Collaboration ครั้งนี้ ก็สามารถคงชื่อความเป็น Legend ของ Dior ได้อย่างสง่างามอีกเช่นเคย 

…Are you surprised?

โดยโมเดลรุ่น B27 ในครั้งนี้ Shawn Stüssy ได้ไอเดียการออกแบบมาจากดีไซน์ของรองเท้าสเก็ตจาก ยุค 90’ และ ยุค 00’ พร้อมกับเพิ่มองค์ประกอบเล็กๆ ด้วยโลโก้ “DIOR” สีแดงสด ซึ่งเป็นลายมือของ Shawn เอง ที่ด้านหลังรองเท้า เพื่อให้เข้ากับเทศกาลตรุษจีน ซึ่งเป็นช่วงเทศกาลที่รองเท้าคู่นี้ถูกเปิดตัว

B27 แตกต่างจากรองเท้าผ้าใบแบรนด์อื่น ด้วยการใช้วัตถุดิบระดับพรีเมียมอย่าง หนังลูกวัวเรียบ (Craftskin) และ ดีไซน์ Cutouts ลายโลโก้ Dior ที่สองข้างเท้า 

เท่านี้ยังไม่พอ Dior ยังเพิ่มรายละเอียด ที่บ่งบอกความประณีตในการผลิตตามสไตล์แบรนด์ Luxury ด้วยการใช้รูเชือกรองเท้ารูปทรง CD (Christian Dior) แทนรูเชือกรองเท้าทรงกลมทั่วไป

วางจำหน่าย: มกราคม 2021

6. Rhuigi X PUMA Suede Low

ครั้งนี้ Puma ได้เปลี่ยนรองเท้า รุ่นคลาสิคตัวดังให้ดูทันสมัยมากขึ้น ด้วยการใช้วัตถุดิบ 2 ชนิด ที่แตกต่าง อย่าง หนังพรีเมียม กับ ผ้ากำมะหยี่ เข้าด้วยกัน

อีกทั้งยังเปลี่ยนเส้น formstip เอกลักลักษณ์ของ Puma จากสีขาว เป็น สีเขียว เพิ่มความวินเทจ คล้ายคลึงกับรองเท้าของเด็ก B-Boy, นักกีฬาบาสเกตบอล และ เด็กสเก็ตบอร์ด ในยุค 90 นั่นเอง


นอกจากนี้ บริเวณส้นรองเท้า ยังใช้ หนังจระเข้ปลอม เพื่อสร้างลวดลายขรุขระ เพิ่มรายละเอียดเล็กๆ แต่สร้าง Impact ให้กับตัวรองเท้าได้อย่างชาญฉลาด แต่จุดเด่นที่สุดของรองเท้าคู่นี้ เห็นจะเป็น เชือกรองเท้าสีครีม ขนาด Oversize ที่กินพื้นที่เกือบทั้งหน้าเท้า ซึ่งนี่เองทำให้รองเท้าคู่นี้ดูวินเทจและทันสมัยไปในเวลาเดียวกัน

วางจำหน่าย: 12 มิถุนายน 2021

รองเท้าผ้าใบเบสิคที่ Sneakerheads ทุกคนต้องมี

คนไหนอยากเริ่มเส้นอาชีพ Sneakerheads แต่ไม่รู้จะเริ่มที่รองเท้าคู่ไหนดี เราขอแนะนำรองเท้าผ้าใบสุดคลาสิกเหล่านี้ ที่ยืนยัน นอนยัน นั่งยัน ได้เลยว่า Sneakerheads ทุกคนต้องมีในคอลเลคชันอย่างน้อย 1-2 คู่ แน่นอน

Nike Air Force 1 

Nike Air Force เป็นรองเท้าจาก Nike ที่ขายได้ 25 คู่ ต่อวินาที และยังเป็นรองเท้าผ้าใบคู่แรกที่ทำให้นักสะสมหลายคนตกหลุมรักรองเท้า Sneaker จากแบรนด์ Nike

Converse Chuck Taylor All Star (High & Low)

Converse All Star มีมาตั้งแต่ปี 1917 และเป็นรองเท้าที่วัยรุ่นในทุกยุค ทุกสมัยเลือกใส่ จนทำให้รองเท้าผ้าใบจาก Converse คู่นี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่รองเท้าอีกต่อไป แต่เป็น ‘Culture’ สำหรับวัยรุ่นไปเสียแล้ว

Air Jordan 1

คุณไม่สามารถเรียกตัวเองว่า Sneakerhead ได้เลย ถ้าคุณไม่มี AJ1 ไว้ในครอบครอง

Sneakerheads ทุกคนรู้ดีว่า AJ1 ไม่เพียงแต่เป็นรองเท้า Staple ที่ควรมีในคอลเลคชัน เพราะดีไซน์ที่สวยงามเพียงเท่านั้น แต่ประวัติความเป็นมาของรองเท้าคู่นี้ ก็มีค่ามากพอให้ซื้อเก็บไว้เฉยๆ

Vans OG old skool

สำหรับเด็กกิจกรรม Vans Old Skool เป็นรองเท้าที่เกิดมาเพื่อคุณ ไม่ว่าจะใส่เล่นสเก็ตบอร์ด ไปเรียนพิเศษ หรือจะใส่ไปทำงานคู่กับกางเกงสแล็ค ยังไงก็เข้ากัน ที่สำคัญหาซื้อง่าย รับรองได้ว่ามีขายทุกห้าง แถมราคาถูก สบายกระเป๋า อีกด้วย

Nike Classic Cortez 

“รองเท้าผ้าใบที่ดี ต้องไม่ตายตามกาลเวลา” 

Nike Cortez เป็นรองเท้าผ้าใบ ที่ถูกปล่อยตัวออกมาครั้งแรกเมื่อปี 1960 และตั้งแต่ปีแรกที่เจ้ารองเท้าคู่นี้ถูกปล่อยออกมาจนถึงปัจจุบัน ก็เกือบ 60 ปีแล้ว แต่ความนิยมไม่เคยจืดจาง และสำหรับคอวินเทจแล้ว นี่สิที่เรียกว่ารองเท้า Timeless ของจริง

อยากได้รองเท้าผ้าใบ? ซื้อสิ รออะไร

ถ้าเพื่อนๆ ถูกใจรองเท้าที่เราเอามาให้ได้ดูกันในวันนี้ แต่โควิดนั้น น่ากลัวกว่าที่จะเสี่ยงออกไปซื้อที่ร้านแล้วล่ะก็ ลองแวะมาดูรองเท้าผ้าใบสวยๆ อินเทรนด์กันได้ที่ Kaidee ค่ะ เรามีรองเท้าผ้าใบหลายแบรนด์ ตั้งแต่มือหนึ่ง ใหม่เอี่ยม ไปจนถึงมือสองสุดวินเทจ ราคาก็มีให้เลือกมากมาย ทั้งแบบสบายกระเป๋า หรือแบบกระเป๋าฉีก รออะไรอยู่ คลิกเลย

11 แบบบ้านชั้นเดียวโมเดิร์น สวย ๆ มีเสน่ห์

11 แบบบ้านชั้นเดียวโมเดิร์น สวย ๆ มีเสน่ห์

เราเชื่อว่า บ้าน เป็นสถานที่ที่ใครหลายคนใฝ่ฝันอยากจะมีเป็นของตัวเอง มีบ้านที่ถูกใจและเป็นไปตามความต้องการของตนเอง มีบ้านที่อบอุ่น สวยงาม และสบายใจ โดยอาจมีหลากหลายแบบและสไตล์ต่างกันออกไป ซึ่งบ้านที่เรากำลังจะพูดถึงในวันนี้ก็มีความสะดวกสบายกับคนทุกวัยโดยเฉพาะผู้สูงอายุที่ต้องระวังในการเดินไปมา แต่ขณะเดียวกันก็มีความสวยงามถูกใจคนรุ่นใหม่อย่าง แบบบ้านชั้นเดียวโมเดิร์น

บ้านสไตล์โมเดิร์นเป็นอย่างไร ?

บ้านโมเดิร์น ถ้าหากจะพูดถึงบ้านสไตล์นี้หลายคนก็น่าจะเห็นได้ชัดว่ามีเอกลักษณ์อยู่ตรงที่การออกแบบแสนเรียบง่ายมีสไตล์ ด้วยการนำเอาวัสดุในอุตสาหกรรมสมัยใหม่อย่าง เหล็กและกระจก มาใช้ในการก่อสร้างเพื่อการใช้สอยประโยชน์สูงสุด ซึ่งส่วนมากแล้วจะออกแบบมาให้สี่เหลี่ยมกลายเป็นรูปทรงหลักของบ้าน ส่วนสีที่ใช้ก็มักจะเป็นสีขาว สีดำ สีเทา หรือสีน้ำตาล ที่อ้างอิงจากธรรมชาติ และภายในก็มักจะใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่ายแต่มีสไตล์

11 แบบบ้านชั้นเดียวโมเดิร์น สวย ๆ มีเสน่ห์

แบบบ้านชั้นเดียวโมเดิร์น สีดำ

ขอบคุณรูปจาก: houseplans.com

แบบบ้านโมเดิร์น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ขนาด 105 ตร.ม. ที่มีการตกแต่งด้วยสีดำและน้ำตาลเป็นหลัก ภายในมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ทั้งที่จอดรถ ห้องครัว ห้องรับแขก พื้นที่ซักล้าง ห้องนอน ห้องน้ำพร้อมอ่างอาบน้ำทุกห้อง เหมาะกับครอบครัวขนาดปานกลาง 4-6 คน

แบบบ้านชั้นเดียวโมเดิร์น ริมทะเลสาบ

ขอบคุณรูปจาก: houseplans.com

พบกับแบบบ้านโมเดิร์นสีน้ำตาลจากอิฐริมทะเลสาบสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก ที่ให้อารมณ์ราวกับคุณได้พักผ่อนในทะเลทรายอันกว้างใหญ่ในบ้านพื้นที่ 80 ตร.ม. ประกอบไปด้วย 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ที่มีการจัดสรรพื้นที่อย่างคุ้มค่าลงตัว พร้อมระเบียงชมวิวอันแสนกว้างและหน้าต่างบานใหญ่

แบบบ้านชั้นเดียวโมเดิร์น หลังคาทรงจั่ว

ขอบคุณรูปจาก: houseplans.com

บ้านสไตล์โมเดิร์นขนาดเล็กกะทัดรัดที่มีความสูงโปร่งถึง 10 ฟุต ด้วยกำแพงไม้และหลังคาที่รองรับการใช้โซลาร์เซลล์ ช่วยประหยัดพลังงานและค่าใช้จ่ายของคุณ ภายในประกอบด้วย 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ และพื้นที่ตรงกลางบ้านที่เชื่อมต่อกันให้ความรู้สึกอบอุ่น รวมพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านทั้งหมด 92 ตร.ม.

แบบบ้านชั้นเดียวโมเดิร์น จากอิฐและปูน

ขอบคุณรูปจาก: houseplans.com

แบบบ้านโมเดิร์นสีขาวรูปทรงสี่เหลี่ยมที่มีความเรียบง่ายมีสไตล์ด้วยอิฐสีเทา ตัวบ้านมีพื้นที่ใช้สอยรวม 166 ตร.ม. ประกอบไปด้วย 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ​ ห้องรับแขก ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว พร้อมโรงจอดรถถึง 2 คัน 

แบบบ้านชั้นเดียวโมเดิร์น ขนาดเล็ก

ขอบคุณรูปจาก: houseplans.com

แบบบ้านโมเดิร์นขนาดเล็กกะทัดรัดสำหรับสาวโสด หนุ่มโสด หรือคู่รัก ขนาด 29 ตร.ม. 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ที่มีทั้งห้องครัว เตาผิง และระเบียงพักผ่อน ทั้งหมดนี้ถูกจัดสรรอย่างลงตัว และยังสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชันพื้นที่เหล่านี้ได้อย่างอิสระครบถ้วนตามต้องการ

แบบบ้านชั้นเดียวโมเดิร์น สุดหรูหรา

ขอบคุณรูปจาก: houseplans.com

แบบบ้านตากอากาศสไตล์โมเดิร์นสีเทา-เขียว ขนาด 44.5 ตร.ม. 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ที่มีการติดตั้งเทคโนโลยีต่าง ๆ มากมาย และการออกแบบที่โล่งโปร่งสบายจากห้องครัว ห้องรับแขก และชุดห้องนอนที่สามารถเชื่อมต่อธรรมชาติด้วยการเปิดประตูกระจกบานใหญ่

แบบบ้านชั้นเดียวโมเดิร์น สำหรับครอบครัวใหญ่

ขอบคุณรูปจาก: houseplans.com

บ้านโมเดิร์นขนาด 251 ตร.ม. สำหรับครอบครัวใหญ่ที่มีถึง 4 ห้องนอน 2.5 ห้องน้ำ ที่จอดรถถึง 3 คัน ภายนอกตกแต่งด้วยสีเทา ขาว และน้ำตาล เข้ากับธรรมชาติ ซึ่งจุดเด่นของบ้านหลังนี้คงจะหนีไม่พ้น การจัดสรรพื้นที่อย่างเป็นสัดส่วนและให้ความเป็นส่วนตัวกับสมาชิกทุกคนในบ้าน ด้วยรูปตัว L

แบบบ้านชั้นเดียวโมเดิร์น ทรงกล่อง

ขอบคุณรูปจาก: houseplans.com

บ้านโมเดิร์นทรงกล่องสีขาวครีมให้ความรู้สึกอบอุ่น ขนาด 178 ตร.ม. สำหรับครอบครัวขนาดปานกลาง มีห้องต่าง ๆ มากมายทั้งห้องรับแขก ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร ห้องครัว ห้องนอน 3 ห้อง ห้องน้ำ 2.5 ห้อง และโรงจอดรถภายในตัวบ้าน 2 คัน

แบบบ้านชั้นเดียวโมเดิร์นสีขาวเรียบง่าย

แบบบ้านชั้นเดียวโมเดิร์น สีขาว
ขอบคุณรูปจาก: houseplans.com

แบบบ้านโมเดิร์นสีขาว-น้ำตาล รูปตัว L ที่ถูกออกแบบอย่างเรียบง่ายแต่ทันสมัย บนพื้นที่ใช้สอย 155 ตร.ม. 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ด้านหน้ามีที่จอดรถสำหรับรถยนต์ 2 คัน ซึ่งการจัดวางบ้านหลังนี้ก็แอบแฝงไปด้วยความกว้างขวางของห้องรับแขก และยังมีทางเดินด้านหลังบ้านเพื่อให้สามารถทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้อย่างเต็มที่

แบบบ้านชั้นเดียวโมเดิร์นจากไม้

แบบบ้านชั้นเดียวโมเดิร์น ไม้
ขอบคุณรูปจาก: houseplans.com

บ้านไม้สไตล์โมเดิร์นขนาดเล็กที่ซ่อนตัวอยู่ในธรรมชาติ มีพื้นที่ใช้สอยเพียง 60 ตร.ม. 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ แต่ด้วยการตกแต่งภายในที่ยืดหยุ่นนั้นเอง ที่ทำให้บ้านหลังนี้สามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างหลากหลายไม่แพ้บ้านหลังใหญ่เลยทีเดียว

แบบบ้านชั้นเดียวโมเดิร์นพร้อมสระว่ายน้ำขนาดใหญ่

แบบบ้านชั้นเดียวโมเดิร์น สระว่ายน้ำ
ขอบคุณรูปจาก: houseplans.com

แบบบ้านโมเดิร์นที่มีความโปร่งโล่งสบายขนาด 219 ตร.ม. 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ สำหรับคนที่ต้องการใช้ชีวิตด้วยความเงียบสงบบนภูเขา คุณสามารถว่ายน้ำกลางแจ้งพร้อมกับชมวิวธรรมชาติอันสุดลูกหูลูกตา และแบบบ้านนี้ก็ยังช่วยให้คุณสามารถประหยัดพลังงานไฟฟ้าด้วยการใช้แผงโซลาร์เซลล์อีกด้วย

สรุปแบบบ้านชั้นเดียวโมเดิร์น

ซึ่งบ้านโมเดิร์นก็มีข้อเสียอยู่เล็กน้อยคือการที่มีกระจกใหญ่จนอาจทำให้แสงเข้ามาภายในบ้านมากจนร้อนเกินไป และบ้านโมเดิร์นบางรูปแบบก็ไม่ได้มีหลังคาที่จะช่วยกันฝนที่สาดเข้ามาได้อีกด้วย ดังนั้นสำหรับประเทศไทยซึ่งมีทั้งอากาศร้อนและฝนก็ยังเยอะ การสร้างบ้านสไตล์โมเดิร์นจึงอาจไม่ค่อยเหมาะเท่าไรนัก

นอกจากบ้านชั้นเดียวสไตล์โมเดิร์นที่เรานำมาฝากแล้ว ก็ยังมีแบบบ้านอีกหลากหลายสไตล์ที่เราสามารถหาได้จากบนโลกอินเทอร์เน็ตไม่ว่าจะเป็น บ้านมินิมอล บ้านทรงไทย บ้านร่วมสมัย บ้านคลาสสิก หรือบ้านสไตล์อื่น ๆ

แต่การสร้างบ้านด้วยแบบบ้านที่มีอยู่ก็อาจเสียทั้งเวลาและเงิน การหาบ้านสำเร็จรูปมือสองที่ถูกใจก็อาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า และคุณก็สามารถหาบ้านเหล่านั้นได้ที่ Kaidee Property เพราะที่นี่มีบ้านให้คุณเลือกมากมาย

ติดตาม เทรนด์อสังหาริมทรัพย์ อื่นๆ

เลือกซื้อการ์ดจอมือสองอย่างไรให้ใช้งานได้ยาวๆ

เลือกซื้อการ์ดจอมือสองอย่างไรให้ใช้งานได้ยาวๆ

ในวันที่คนแห่ซื้อการ์ดจอไปขุดบิทคอยน์กัน ทำให้การ์ดจอขาดตลาด หายาก ที่มีวางขายอยู่ก็ราคาแพง ทำให้การ์ดจอมือสองเริ่มเป็นที่ต้องการมากขึ้น แต่การ์ดจอมือสองก็มีหลายอย่างที่ต้องเช็คก่อนซื้อ เพื่อจะได้ไม่ถูกโกงเอาแบบง่ายๆ โดยในบทความนี้จะบอกทั้งข้อมูลต่างๆของการ์ดจอ การดูการ์ดจอมือสอง รวมไปถึงการ์ดจอแนะนำตามการใช้งานให้คุณด้วย มาดูกันเลย 

การ์ดจอสำคัญไฉน?

การ์ดจอเปรียบเสมือนฝ่ายอาร์ตที่คอยประมวลภาพต่างๆ โดยการ์ดจอจะทำงานร่วมกับ CPU ที่คอยส่งข้อมูลเกี่ยวกับภาพที่ต้องการมาให้ จากนั้นการ์ดจอจะประมวลผลว่าจะแสดงภาพโดยใช้พิกเซลบนหน้าจออย่างไร และระหว่างนี้จะใช้หน่วยความจำบางส่วนของแรมเพื่อเก็บข้อมูลการแสดงผลของแต่ละพิกเซล แล้วจึงส่งไปยังหน้าจอผ่านสายที่เชื่อมต่อจนเกิดเป็นภาพที่เราเห็นกันบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ในท้ายที่สุด

ถ้าหากไม่มีการ์ดจอล่ะก็ คอมพิวเตอร์ก็อาจประมวลภาพที่มีรายละเอียดต่างๆหรือภาพสามมิติออกมาได้ไม่ดีนัก หรือคอมพิวเตอร์นั้นก็จะทำงานอย่างหนักเพื่อประมวลภาพออกมา ซึ่งส่วนมากก็จะเกิดอาการภาพกระตุกตามมาเป็นส่วนใหญ่

อายุการใช้งานการ์ดจอ

เรามักจะเปลี่ยนการ์ดจอตามอายุการใช้งานคอมของเราเป็นส่วนมาก โดยประมาณแล้วจะอยู่ที่ 4 ถึง 6 ปี ส่วนมากเราจะสังเกตได้จากการประมวลภาพต่างๆเวลาดูหนังที่ความละเอียดสูงหรือเล่นเกมที่ต้องใช้ FPS เยอะ แต่หากไม่ได้ใช้เล่นเกมหนักๆหรือทำกราฟิกเยอะๆ ก็อาจใช้ยาวๆถึงเกือบสิบปีเลยก็ได้

การ์ดจอมือสองต้องเช็คอะไรบ้าง?

อย่างที่ทราบกันว่าในยุคที่การ์ดจอขาดตลาด คนจึงเริ่มสนใจการ์ดจอมือสองมากยิ่งขึ้น บางทีเราอาจเจอราคามือสองที่เกือบเท่ามือหนึ่งเลยก็ได้ แต่จะดูอย่างไร เช็คอะไรบ้าง ถึงจะไม่โดนต้ม ตามนี้เลย

1.ราคา

แน่นอนเลยว่าหากมือสองราคาเกือบเท่ามือหนึ่ง ต้องสังเกตให้ดีว่าผ่านการใช้งานแล้วหรือยัง ใช้งานนานแค่ไหน ราคาที่สมเหตุสมผลจะต่ำกว่าราคาขายอยู่ประมาณ 30% ขึ้นไป แต่จะไม่ต่ำจนถึงเกือบ 70-90% แน่นอน

2.รุ่นและสเปค

รุ่นที่ใหม่กว่าย่อมมาพร้อมการประมวลผลและการรองรับต่างๆที่มากกว่า และแน่นอนในรุ่นที่เก่ากว่าอาจไม่ได้รองรับหรือประมวลได้ดีเท่ารุ่นใหม่แต่ราคาก็ย่อมถูกกว่า ปกติแล้วการ์ดจอมักมีประกันให้ประมาณ 3 ปี

หากเลือกรุ่นและสเปคที่ต้องการได้แล้ว แนะนำว่าควรหาซื้อตัวที่ไม่เก่ากว่า 2 ปี เหลือเวลาอีกสักหน่อยไว้กันเหนียวเผื่อมีอาการเสียอะไรก็สามารถเข้าประกันส่งซ่อมได้ และก็อย่าลืมเก็บกล่องหรือใบเสร็จไว้ เพราะบางเจ้าก็ยังคงต้องใช้สิ่งเหล่านี้ในการเคลมประกัน

3.การใช้งานของเจ้าของเดิม

เราอาจเช็คให้ชัวร์ 100% ไม่ได้ทุกครั้งแต่สิ่งที่เราทำได้คือดูจากที่มา เช่นหากมีการปล่อยการ์ดจอที่ใช้งานจากการขุดบิทคอยน์หรือคริปโตเคอร์เรนซี่ แน่นอนเลยว่าการ์ดจอนั้นผ่านการใช้งานอย่างหนักมาแล้วจึงไม่แนะนำสักเท่าไร หากไม่ทราบที่มาจริงๆให้ลองถามกับเจ้าของโดยตรงว่าผ่านการใช้งานอะไรมาบ้าง เพื่อเป็นการยืนยันจากผู้ขาย

นอกจากนี้เรายังสามารถเช็คได้อีกหนึ่งวิธีนั่นคือสภาพกล่อง หากซื้อจากเว็บไซต์แนะนำให้ขอดูภาพอย่างละเอียดในหลายๆมุม เช็คดูฝุ่นต่างๆ ตัวการ์ดจอไม่มีคราบใดใดก็ถือว่ามั่นใจได้ในระดับหนึ่ง 

แนะนำการ์ดจอสำหรับการใช้งานต่างๆ

รูปแบบการใช้งานที่ต่างกัน ทำให้การ์ดจอที่ใช้ก็แตกต่างกัน เลือกใช้ให้เหมาะสมแล้ว เราจะสามารถใช้งานเจ้าการ์ดจอนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การ์ดจอสำหรับเกมมิ่ง

  • Nvidia GeForce RTX 3060 Ti

เป็นการ์ดจอที่คุ้มค่ามากๆตัวหนึ่ง ด้วยประสิทธิภาพด้านกราฟิกที่ทำได้ดี เหมาะกับความละเอียด 1080p แถมราคาก็สมเหตุสมผลอีกด้วย

  • Nvidia GeForce RTX 3080

ใครชอบเล่นเกมภาพสวยระดับ 4K การ์ดจอตัวนี้ถือว่าเหมาะมากๆ แต่เรื่องราคาใครที่มีงบจำกัดอาจต้องกัดฟันจ่ายเพิ่มอีกหน่อย ซึ่งตัวนี้ก็จะมาพร้อมฟีเจอร์อย่าง Nvidia Broadcast, RTX Voice ซึ่งเหมาะกับทั้งสายสตรีมเกมและใครที่ต้องวิดีโอคอลบ่อยๆ 

สำหรับเจ้า RX 5600 XT นี้ถือเป็นตัวหนึ่งที่เหมาะสำหรับการเล่นเกมความละเอียดตั้งแต่ 1080p เรียกว่าได้ภาพสวยๆขับออกมาแบบลื่นๆ หลายคนมักเอาตัวนี้ไปเปรียบกับ RTX2060 แต่ตัวนี้จะใช้พลังงานน้อยกว่าและราคาถูกกว่าด้วย

  • AMD Radeon RX 6700 XT

งบเยอะพร้อมจัดเต็มกับการเล่นเกมต้องการ์ดจอ RX 6700 XT ที่ถือเป็นการ์ดจอระดับ high-end จาก AMD เลย ด้วยประสิทธิภาพการประมวลผลความละเอียด 1440p เล่นเกมภาพสวยๆได้ภาพลื่นๆสวยเต็มอิ่มแน่นอน

การ์ดจอสำหรับทำงานกราฟิก

ภาพจาก Nvidia.com
  • Nvidia Geforce GTX 1660 Ti

ด้วยราคาที่จับต้องได้และประสิทธิภาพประมวลผลภาพ 1080 และ 1440p ที่ทำได้ดี ทำให้ตัวนี้เหมาะสำหรับสายกราฟิกดีไซน์มาก แต่อย่างไรก็ตามหากจะนำไปใช้เล่นเกม 4K ด้วยตัวนี้ก็อาจไม่เหมาะสักเท่าไร

  • MSI Geforce RTX 3060 Ti

ขึ้นมาในระดับกลางกับ RTX 3060 Ti จาก MSI ใครทำงานกราฟิกใช้สองหน้าจอที่เน้นความละเอียด 4K จะงานปกติหรืองาน 3D และการตัดต่อวิดีโอตัวนี้ก็สามารถทำได้อย่างดี คุ้มค่ากับราคาจริงๆ

สรุป

การ์ดจอมือสองก็เช่นเดียวกับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์มือสองต่างๆ ที่ต้องดูรายละเอียดและตรวจเช็คให้ดีก่อนซื้อ บางครั้งเราอาจได้ของดีในรูปแบบของมือสองที่ราคาถูกก็เป็นได้ แต่ในยุคที่การ์ดจอขาดตลาดแบบปัจจุบันนี้นั้น นอกจากต้องตรวจเช็คให้ดีแล้วอาจต้องใช้ความใจเย็นด้วยส่วนหนึ่ง เพราะราคาไม่ว่าจะมือหนึ่งหรือมือสองก็โดดสูงขึ้นไปเกือบเท่าตัว 

หากใครต้องการหาซื้อการ์ดจอมือสองล่ะก็มาที่ Kaidee ได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันก็สามารถเข้าไปเลือกซื้อเลือกชมสินค้าได้อย่างสะดวก เพราะนอกจากการ์ดจอแล้วเรายังมีสินค้าอีกกว่า 32 หมวดหมู่ให้ได้เลือกชมแบบจุใจ ไปดูกันเลยค่ะ

ค่าส่วนกลางคอนโด จ่ายไป บ่นไป

ค่าส่วนกลางคอนโด จ่ายไป บ่นไป

“ค่าส่วนกลางคอนโด 45 บาทต่อตารางเมตร พื้นที่ห้อง 273 ตร.ม. ตอนนี้จ่ายอยู่ 10,700 บาทต่อเดือน” 

นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งที่เราเก็บข้อมูลมาจากผู้ที่อาศัยอยู่ในคอนโดริมแม่น้ำอายุกว่า 30 ปี ย่านเจริญนคร นับเป็นค่าใช้จ่ายประจำที่สูงมาก เพราะค่าส่วนกลางคอนโดขนาดนี้เราสามารถนำไปผ่อนคอนโดราคาล้านต้นๆ ได้สบายเลย 

แต่เดี๋ยวก่อน!!!! อย่าเพิ่งตกอกตกใจไปกันใหญ่ เพราะหากมองเคสนี้กันจริงๆ แล้วจะพบว่าค่าส่วนกลางคอนโดนี้ จริงๆ แล้วไม่ถึงขั้นแพงมาก แต่จัดอยู่ในค่าเฉลี่ยราคาค่าส่วนกลางที่คอนโดทั่วไปสมัยนี้ในกรุงเทพก็จ่ายกัน เพียงแต่ขนาดพื้นที่ห้องที่เขาครอบครองนั้นใหญ่มาก จึงทำให้ค่าใช้จ่ายในส่วนนี้สูงนั่นเอง

ค่าส่วนกลางคอนโดคืออะไร

ค่าส่วนกลางคอนโด (Maintenance Fee หรือ Common Fee) คือค่าใช้จ่ายที่เจ้าของกรรมสิทธิ์ห้องชุดทุกห้องต้องจ่ายให้นิติบุคคลอาคารชุดเพื่อนำไปใช้บริหารจัดการ ตลอดจนดูแลบำรุงรักษาทรัพย์สินส่วนกลางของคอนโดให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานหรือให้บริการได้ดีอยู่เสมอ 

ส่วนใหญ่มักกำหนดจ่ายค่าส่วนกลางคอนโดเป็นรายปี โดยคิดจาก อัตราค่าส่วนกลาง (บาท) X ขนาดห้อง (ตร.ม.) X 12 เดือน 

ยกตัวอย่าง คอนโดพร้อมอยู่ Ramada Plaza Residence ใกล้แยกอ่อนนุช คิดค่าส่วนกลางตารางเมตรละ 60 บาท หากซื้อคอนโดแบบ 1 ห้องนอนขนาด 35 ตร.ม. เราจะต้องจ่ายค่าส่วนกลางคอนโดเท่ากับ 60 (บาท)  X 35 (ตร.ม.) X 12 เดือน = 25,200 บาทต่อปี (หรือเฉลี่ยเดือนละ 2,100 บาท)

โดยค่าส่วนกลางที่เรียกเก็บจากเจ้าของร่วม มากกว่าครึ่งหนึ่งถูกใช้ไปกับค่าจ้างบุคคลากรในส่วนต่างๆ ทั้งเจ้าหน้าที่นิติบุคคล เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย แม่บ้าน คนสวน และช่างซ่อมบำรุง เป็นต้น รองลงมาคือค่าใช้จ่ายเพื่อสาธารณูปโภคพื้นฐาน ประกอบด้วย ไฟฟ้า (เช่น ไฟส่องสว่างบริเวณโถงทางเดิน ลิฟท์โดยสาร แอร์ในห้องฟิตเนส) ประปา (เช่น ห้องน้ำส่วนกลาง สระว่ายน้ำ น้ำสำหรับรดต้นไม้) โทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ตบริเวณพื้นที่ส่วนกลาง 

ราว 10 เปอร์เซ็นต์ จะถูกกันไว้เป็นค่าซ่อมแซม หรือดูแลรักษา Facilitites ต่างๆ ยังคงฟังก์ชันหน้าที่ได้ครบสมบูรณ์ รวมถึงการดูแลงานระบบ และสภาพอาคารที่อาจทรุดโทรมไปตามกาลเวลาให้อยู่ในสภาพที่เหมาะสม ส่วนสุดท้ายจะเป็นเงินสำรองสำหรับค่ากิจกรรมและงานเบ็ดเตล็ด

การตกแต่งล็อบบี้อย่างหรูหราก็เป็นหนึ่งในปัจจัยกำหนดค่าส่วนกลางคอนโด

หลากปัจจัยที่ทำให้ค่าส่วนกลางคอนโดถูกหรือแพง

อัตราค่าส่วนกลางคอนโดในปัจจุบัน พบว่ามีค่าเฉลี่ยตั้งแต่ 30 บาท จนไปถึงร้อยปลายๆ ซึ่งอาจทำให้หลายคนจ่ายไปบ่นไปได้เหมือนกัน แต่อย่างไรก็ตาม ค่าส่วนกลางคอนโดจะถูกหรือแพงนั้นก็ขึ้นอยู่กับหลายๆ ปัจจัยประกอบร่วมกัน ดังนี้  

จำนวนห้องชุดยิ่งน้อย ยิ่งจ่ายค่าส่วนกลางคอนโดแพง

“คอนโดสร้างเสร็จมา 7-8 ปีแล้ว มีสระว่ายน้ำเล็กๆ ยิมเล็กๆ ที่จอดรถ สวนเล็กๆ ล็อบบี้แบบไม่เปิดแอร์ คิดตารางเมตรละ 50 บาท จ่ายปีละ 4 หมื่นกว่าบาท ที่นี่มีร้อยกว่ายูนิตเอง ค่าส่วนกลางคอนโดเลยสูง” 

คำบอกเล่าของพี่ที่เคารพท่านหนึ่งซึ่งอาศัยอยู่ในคอนโดระดับกลางแถวสามย่าน สะท้อนให้เห็นว่าการอยู่อาศัยในคอนโดที่มีจำนวนยูนิตน้อยส่งผลกระทบต่ออัตราค่าส่วนกลางได้ เพราะถึงจะมี Facilities พื้นฐานเหมือนโครงการอื่นๆ (และอาจจะเล็กกว่าที่อื่นเนื่องจากพื้นที่โดยรวมของโครงการน้อย) แต่ด้วยมีลูกบ้านคอนโดจำนวนน้อย จึงทำให้คนช่วยหารค่าใช้จ่ายน้อยตามไปด้วย และต้องจ่ายจ่ายค่าส่วนกลางแพงกว่าคอนโดที่มียูนิตมากๆ  

Facilities เยอะและล้ำ อาจต้องจ่ายค่าส่วนกลางคอนโดหนัก 

สิ่งอำนวยความสะดวก หรือ Facilities คือจุดขายสำคัญของคอนโดในยุคปัจจุบันที่จูงใจผู้บริโภคได้อยู่หมัด ทำให้หลายๆ โครงการให้พื้นที่ส่วนกลางขนาดใหญ่ พร้อมผุดการใช้พื้นที่รูปแบบใหม่ๆ เช่น หน้าผาจำลอง Co-Kitchen Space ฯลฯ และบางโครงการยังตกแต่งไว้อย่างหรูหรา หรือมีฟังก์ชันสุดล้ำ

แม้ผู้อยู่อาศัยจะได้ประโยชน์จากการใช้พื้นที่ดังกล่าว แต่อีกนัยหนึ่งก็หมายถึงค่าส่วนกลางที่มีแนวโน้มพุ่งทะยานขึ้นด้วย เนื่องจากต้องใช้ทรัพยากรเพื่อการดูแลมากขึ้นทั้งในส่วนของค่าแรงงานและค่าอุปกรณ์ซ่อมบำรุง

อายุคอนโดยิ่งมาก ค่าส่วนกลางยิ่งเพิ่ม

เป็นธรรมดาที่ว่าของทุกสิ่งอย่างเมื่อใช้ไปนานวันย่อมเสื่อมสภาพลง คอนโดและสิ่งอำนวยความสะดวกในพื้นที่ส่วนกลางก็เช่นกัน เมื่อเวลาผ่านไปความทรุดโทรมก็จะปรากฏให้เห็นไม่ว่าจะเป็นสีสันที่ซีดจาง รอยคราบฝังลึกที่ยากจะขจัด หรือเครื่องไม้เครื่องมือที่หมดอายุการใช้งาน ซึ่งการจะปรับปรุงให้พื้นที่ส่วนกลางเหล่านั้นให้กลับมาสวยงามเสมือนวันแรกที่โครงการสร้างเสร็จ จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว 

ประกอบกับการปรับเพิ่มขึ้นของค่าจ้างแรงงานและอัตราเงินเฟ้อ จึงเป็นอีกเรื่องธรรมดาที่ค่าส่วนกลางคอนโดจะปรับสูงขึ้นในอนาคต ส่วนจำนวนที่เพิ่มขึ้นจะมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับสภาพความเก่าและปริมาณของ Facilities ตลอดจนการบริหารจัดการของทีมนิติและคณะกรรมการคอนโด

ได้นิติบุคคลอาคารชุดดี มีชัยไปกว่าครึ่ง

ปัจจัยสุดท้ายที่มีผลต่อความรู้สึกว่าค่าส่วนกลางคอนโดที่จ่ายไปนั้นถูกหรือแพง มาจากความสามารถในการบริหารงานของผู้ดูแลโดยเฉพาะนิติบุคคล (Juristic Person) และคณะกรรมการนิติบุคคลอาคารชุดที่เป็นกำลังสำคัญในการช่วยกันดูแลผลประโยชน์ของลูกบ้านคอนโดด้วยความโปร่งใสและยุติธรรม 

เพราะหากคนกลุ่มนี้รักษาผลประโยชน์อย่างเข้มแข็ง ใช้จ่ายเงินกองกลางเพื่อแลกกับบริการและการดูแลที่สมเหตุสมผลก็จะทำให้ลูกบ้านไว้วางใจและยินดีจ่ายค่าสูงกลางต่อไปแม้ว่าอัตราจะมีการปรับสูงขึ้นบ้างตามระยะเวลา ในทางกลับกันหากจ่ายค่าส่วนกลางไปแล้ว แต่ผลลัพธ์การดูแลไม่น่าพึงพอใจ ลูกบ้านอาจรู้สึกว่าค่าส่วนกลางคอนโดนั้นแพง จ่ายไม่คุ้มกับที่ได้รับได้เช่นกัน 

นอกจากนี้ การจัดจ้างนิติบุคคลมืออาชีพที่มีความเชี่ยวชาญสูง ค่าส่วนกลางคอนโดก็มักจะสูงตามไปด้วย เนื่องจากคนกลุ่มนี้จะมีนโยบายการบริหารค่าใช้จ่ายอย่างเป็นระบบ สามารถดูแลพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงมีความเข้มงวดที่จะบังคับใช้กฎระเบียบกับลูกบ้านที่ไม่ยอมชำระค่าส่วนกลางตามกำหนดได้ด้วย

ไม่ว่าจะใช้หรือไม่ใช้ Facilities ของคอนโด ผู้เป็นเจ้าของห้องก็มีหน้าที่ต้องจ่ายค่าส่วนกลางอยู่ดี

ค่าส่วนกลางคอนโดไม่จ่ายได้ไหม   

ยอดเรียกเก็บเงินค่าส่วนกลางคอนโดรายปีมักมีตัวเลขค่อนข้างสูง ทำให้บางคนอาจมีความคิดว่าไม่จ่ายได้ไหม? หรือถ้าใช้ Facilities น้อยจะขอลดค่าส่วนกลางได้หรือไม่?

ในกรณีเช่นนี้ เราต้องทำความเข้าใจก่อนว่าคอนโดหรืออาคารชุดนั้นแยกการถือกรรมสิทธิ์ออกเป็นสองส่วนคือ กรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนบุคคล (ห้องชุดที่เราซื้อ) และกรรมสิทธิ์ในทรัพย์ส่วนกลางซึ่งจะถือว่าผู้ครอบครองห้องชุดในคอนโดนั้นเป็นเจ้าของร่วมในพื้นที่ส่วนกลางด้วย (และมอบหมายให้นิติฯ เป็นผู้ช่วยดูแล) ดังนั้นทุกๆ ห้องจึงต้องมีความรับผิดชอบร่วมกันทั้งในแง่ของการใช้พื้นที่และค่าใช้จ่ายในการดูแล  

อย่างไรก็ตาม หากมีลูกบ้านบางรายปฏิเสธการจ่ายค่าส่วนกลาง นิติบุคคลสามารถใช้กฏระเบียบของคอนโดเพื่อจัดการลูกบ้านรายนั้นได้ เช่น ระงับสิทธิ์การใช้พื้นที่ส่วนกลางคอนโด หรือคิดค่าปรับพร้อมดอกเบี้ยกรณีจ่ายล่าช้า หรืออาจถึงขั้นฟ้องร้องขึ้นศาลเลยก็ได้ 

นอกจากนี้ การค้างชำระค่าส่วนกลางคอนโดยังเป็นผลทำให้เจ้าของห้องชุดไม่สามารถขายคอนโดหรือทำนิติกรรมโอนกรรมสิทธิ์ได้ในอนาคต เพราะกฏหมายระบุให้ต้องมี ‘หนังสือรับรองการปลอดหนี้’ ที่ออกโดยนิติบุคคลอาคารชุด เพื่อนำไปเดินเรื่องโอนที่กรมที่ดินด้วย โดยหนังสือรับรองการปลอดหนี้จะรวมถึงค่าใช้จ่ายทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าส่วนกลาง 

สรุปค่าส่วนกลางคอนโด เรื่องนี้ต้องจ่าย 

การเป็นเจ้าของคอนโด ไม่ว่าจะอยู่เองหรือปล่อยเช่า ต้องมาพร้อมกับภาระผูกพันระยะยาวที่เรียกว่า ‘ค่าส่วนกลางคอนโด’ เป็นค่าใช้จ่ายสำหรับดูแลความเรียบร้อยของพื้นที่ส่วนกลางโดยการบริหารจัดการของนิติบุคคลอาคารชุดและคณะกรรมการนิติบุคคลที่จะเป็นหูเป็นตาและรักษาผลประโยชน์อย่างเข็มแข็ง ตลอดจนความร่วมมือร่วมใจของลูกบ้านคอนโดที่จะอยู่ร่วมกันอย่างมีความรับผิดชอบหรือไม่ปฏิเสธการจ่ายค่าส่วนกลาง ทั้งหมดก็เพื่อทำให้สังคมเล็กๆ นี้น่าอยู่ได้ตลอดไปนั่นเอง