6 สไตล์แต่งคอนโดให้น่าอยู่

6 สไตล์แต่งคอนโดให้น่าอยู่

อยู่คอนโดมานาน บางครั้งเราก็อาจรู้สึกเบื่อกับการตกแต่งเดิมๆของห้องเราได้ ซึ่งการตกแต่งห้องนั้นอาจสร้างความทรงจำต่างๆให้กับเรา ไม่ว่าจะดีหรือไม่ก็แล้วแต่ พอเรามองดูก็จะมีความรู้สึกและอาจมีภาพเรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นกับห้องนี้ ดังนั้นลองมาเปลี่ยนบรรยากาศเริ่มต้นความทรงจำดีๆใหม่ๆให้กับชีวิตของเรา ด้วยการแต่งห้องใหม่กันเถอะ

การแต่งห้องคอนโดต้องเตรียมตัวอย่างไรและเตรียมอะไรบ้าง

หากเริ่มมีความคิดและมีแรงบันดาลใจในการแต่งห้องแล้ว เตรียมตัวให้พร้อมได้เลย เวลาแต่งจริงๆจะได้ทำได้อย่างสบายใจ 

1.วางแผนเรื่องการแต่งให้ดี

ดูเป้าหมายของการแต่งคอนโดของเราว่าต้องการตกแต่งมากแค่ไหน หากต้องเปลี่ยนแปลงหลายอย่างอาจต้องหาช่างที่ชำนาญมาช่วยทั้งออกแบบและต่อเติม เพื่อความปลอดภัยและความสวยงามตามที่เราคาดหวังไว้

2.ขออนุญาตกับนิติ

การตกแต่งห้องนั้น หากต้องมีการต่อเติมหรือเพิ่ม-ลดส่วนต่างๆ เราต้องถามทางนิติบุคคลก่อนเสมอ หากมีกฎระเบียบห้ามต่างๆ ก็ต้องทำเรื่องยื่นเอกสารต่างๆเพื่อการตกแต่งหรือต่อเติมของเรานั้นเป็นไปได้อย่างราบลื่น ไม่มีปัญหาใดใด    

3.บอกเพื่อนข้างห้อง

เมื่อคุยกับนิติและทำเรื่องขออนุญาตเรียบร้อยแล้ว ก่อนจะเริ่มตกแต่งห้อง ต้องอย่าลืมแจ้งกับเพื่อนบ้านก่อน เพราะบางอย่างในการตกแต่งหรือต่อเติมห้องอาจมีเสียงดังรบกวนได้ หากไม่ได้แจ้งไว้ก่อนอาจทำให้เกิดความรำคาญและอาจทำให้ผิดใจกับข้างห้องได้ 

6 สไตล์การแต่งคอนโด

ในช่วงหลายปีมานี้มีสไตล์การแต่งคอนโดเพิ่มขึ้นมากมาย โดยบางรูปแบบก็มีแรงบันดาลใจจากยุคสมัยก่อนหรือบางรูปแบบก็เน้นความสะอาด ดูโล่งตา ซึ่งในบทความนี้เรามี 6 รูปแบบที่เป็นที่นิยมและแต่งตามได้ในสไตล์ของเราเอง 

1.Modern

สไตล์แรกนี้เป็นเหมือนสไตล์พื้นฐานของการแต่งบ้านหรือคอนโดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก โดยเน้นให้อารมณ์ความหรูหรา สุขุม และทันสมัย ซึ่งบ้านหรือคอนโดสไตล์นี้ส่วนใหญ่มักจะมีขนาดของชั้นที่กว้างขวาง มีกระจกบานใหญ่เป็นหน้าต่างหรือกำแพง เพื่อทำให้บ้านดูโล่ง โปร่ง ไม่อึดอัด

ส่วนห้องคอนโดที่จะออกแบบสไตล์นี้ จะเน้นเฟอร์นิเจอร์ที่มีรูปแบบไปในทางเดียวกัน โทนสีก็เช่นกัน ตั้งแต่กำแพง สีเฟอร์นิเจอร์ สีของแสงไฟ ก็จะให้ความทันสมัยที่มีความสะดวกสบายอยู่ด้วย ถ้าใครคิดไม่ออกว่าแต่งห้องสไตล์ไหนดี ห้องสไตล์ Modern นี้เหมาะกับการเริ่มต้นแต่งห้องมากๆ

2.Minimal

น้อยแต่มาก เรียบแต่โก้ ถือเป็นคอนเซ็ปต์สำคัญของการแต่งห้องแบบมินิมอล โดยสไตล์นี้จะให้อารมณ์ความเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยกิมมิคของความทันสมัย ดังนั้นการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์จึงเป็นสิ่งสำคัญ 

เฟอร์นิเจอร์ส่วนมาก ภายนอกจะดูเรียบๆ แต่ช่องหรือส่วนของการเก็บของนั้นจะมีหลากหลาย ทำให้เก็บของได้มาก ทำให้ห้องของเราดูโล่ง กว้างและมีพื้นที่ใช้สอยมากยิ่งขึ้น 

โทนสีของห้องก็เช่นกัน จะมีความเรียบ สะอาด และคุมโทน ส่วนมากจะใช้เป็นสีเบจ สีขาว สีดำ ไม่ก็สีเทา ดังนั้นใครที่แต่งห้องไม่เก่งก็ลองเลือกสไตล์มินิมอลนี้ไปลองแต่งดูได้ เพียงแค่เลือกสีที่ไในทางเดียวกัน และใช้เฟอร์นิเจอร์น้อยชิ้น มีเฉพาะที่จำเป็นและเลือกชิ้นที่สามารถเก็บของได้มาก 

3.Retro

ใครที่เบื่อๆไม่อยากได้สไตล์ที่เรียบง่าย ให้ลองดูสไตล์ห้องแบบ Retro นี้เลย เพราะห้องสไตล์นี้จะให้อารมณ์ของยุคเก่าๆ ตั้งแต่ช่วงประมาณยุค 60 ที่จะเน้นความสนุกสนานให้การเลือกสีสันต่างๆมาใช้ ทำให้ห้องสไตล์นี้มีสีสันที่โดดเด่น บางครั้งอาจจะดูฉูดฉาด แต่ก็มีความเข้ากันอยู่  

สนุกสนาน มีชีวิตชีวา เป็นหลักในการออกแบบห้องสไตล์ Retro นี้ดังนั้นหากเบื่อสีเบจ ขาว เทา แนวเดิมๆ ก็ลองใช้สไตล์นี้มาเปลี่ยนอารมณ์ของห้องได้ ทำให้เรามีความสดชื่นสดใสเหมือนย้อนวัยเด็กอีกครั้ง เฟอร์นิเจอร์ในห้องนี้ก็จะเน้นเป็นเฟอร์นิเจอร์ย้อนยุค หรือเฟอร์นิเจอร์ที่มีสีสันเข้ากับตัวห้อง 

4.Contemporary

สไตล์นี้จะมีความใกล้เคียงกับสไตล์ Modern แต่สิ่งที่แตกต่างและเป็นจุดเด่นของสไตล์นี้คือการเน้นพื้นที่มากกว่าเน้นสิ่งของ เฟอร์นิเจอร์ หรือลวดลายแบบสไตล์ Modern 

ความเรียบง่ายยังคงเป็นจุดหลักของการแต่งห้องนี้เช่นเดียวกับสไตล์ Modern แต่พื้นที่ขงการใช้สอยนั้นจะมากกว่า การจัดวางเฟอร์นิเจอร์ก็จะเป็นเฟอร์นิเจอร์ที่ไม่ได้มีลวดลายมากมาย รูปทรงที่นิยมคือทรงเรขาคณิตต่างๆ สีสันก็จะอยู่ในกลุ่ม ขาว ดำ หรือโทนเรียบๆ 

พื้นจะเป็นพื้นเรียบๆ อาจเป็นลายไม้หรือพื้นไวนิล หรืออาจเป็นพรหมสีเบจหรือสีเทาที่ช่วยเพิ่มความสบายเวลาเดิน 

5.Traditional

สไตล์แห่งความอบอุ่น สบาย และค่อนไปทางย้อนยุคหน่อยๆ ซึ่งห้องนี้ไม่ว่าใคร จะช่วงอายุไหนก็แล้วแต่เมื่อเข้ามาอยู่ก็จะรู้สึกถึงความสบายทั้งกายและใจ

เฟอร์นิเจอร์ในห้องนี้จะไม่เน้นศิลปะที่เป็นสมัยใหม่ รวมถึงเฟอร์นิเจอร์ที่มีเป็นเหล็กต่างๆ ซึ่งขอบและมุมของเฟอร์นิเจอร์ส่วนมากจะไม่ความมนไม่เป็นเหลี่ยม สีจะเป็นสีเรียบๆ โดยจะอยู่ตรงกลางระหว่างอ่อนและเข้ม แสงไฟในห้องก็มักจะเป็นแสงที่มีสีอ่อนๆ ไม่เป็นไฟนีออนสีขาวสว่างจ้าแบบทั่วไป 

บางครั้งเราอาจะใช้เฟอร์นิเจอร์ไม้มาตกแต่งในห้องสไตล์นี้ได้ เครื่องครัวก็เป็นเครื่องแก้วต่างๆอาจมีลวดลายจีนผสมอยู่บ้าง เช่นแจกันลายจีน โดยรวมแล้วห้องสไตล์นี้อาจต้องศึกษาให้ละเอียดสักหน่อย เพื่อความเข้ากันของตัวห้อง สีสัน และเฟอร์นิเจอร์ ซึ่งหากคุณทำได้ล่ะก็ ห้องนี้จะเป็นห้องที่น่าอยู่มากทีเดียว  

6.Vintage

สไตล์วินเทจเป็นสไตล์ที่อาจถูกใจหลายๆคน ซึ่งสไตล์นี้จะมีความเก่า ย้อนยุค แต่ก็จะมีความขลังและสวยงามในตัว และบางครั้งก็จะมีกลิ่นอายของวัยเด็กที่เราเคยได้อยู่ในบ้านที่มีบรรยากาศเช่นนี้มาก่อน

เฟอร์นิเจอร์ต่างๆจะเป็นเฟอร์นิเจอร์ในยุคสมัยก่อน แต่ก็ไม่ใช่เก่ากึกจนผุพัง อาจจะประมาณ 30 – 50 ปีที่มีสภาพดี ส่วนการใช้งานนั้นบางคนอาจไม่ได้ให้ความสำคัญนัก เพราะบางชิ้นที่เป็นไฟฟ้า อาจมีการเสื่อมสภาพจนใช้งานไม่ได้ แต่ภายนอกยังดูสวยงาม 

ดังนั้นเวลาเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์ต้องเลือกให้ดี แนะนำว่าเลือกซื้อของโบราณที่มีราคาและมีสภาพสวยงาม จะทำให้ห้องเราดูแพงขึ้นได้อีกด้วย หรือบางครั้งเราอาจใช้ของ Hand-made มาร่วมตกแต่งด้วยก็ได้ แต่อย่าลืมเลือกชิ้นที่มีสไตล์ออกแนววินเทจด้วย จะได้เข้ากับห้องสไตล์วินเทจของเรา  

สรุป

ไม่ว่าจะตกแต่งห้องสไตล์ไหนก็ตามแต่ สิ่งที่สำคัญคือการเลือกสี รูปแบบของเฟอร์นิเจอร์ให้ตรงกับความต้องการของเรา บางครั้งอาจไม่ต้องกำหนดเป็นสไตล์ขึ้นมาก็ได้ แต่ให้มีโทนของสี และแนวของรูปแบบเฟอร์นิเจอร์ เพราะเมื่อเวลาตกแต่งเสร็จแล้ว ห้องก็จะมีความเข้ากันและน่าอยู่มากขึ้น

หากอยากลองหาเฟอร์นิเจอร์สวยๆเตรียมไว้ก่อนล่ะก็ ลองมาดูที่ Kaidee ได้เลย เรามีหมวด เฟอร์นิเจอร์ให้คุณได้เลือกชมของที่จะนำมาตกแต่งห้องมากมาย ไปดูกันเลย

อยากมีคู่ใช้ตัวช่วยนี้ 5 แอปหาคู่ 2021

อยากมีคู่ใช้ตัวช่วยนี้ 5 แอปหาคู่ 2021

ยุคดิจิตอลที่ผู้คนก้มหน้ามองโทรศัพท์มากกว่ามองสิ่งรอบข้างตัว ทำให้สมาร์ทโฟนและสื่อดิจิตอลต่างๆเป็นสิ่งสำคัญที่คนเราขาดไม่ได้ในการใช้ชีวิตปัจจุบัน 

โดยเฉพาะเรื่องความรักในปัจจุบันคนส่วนใหญ่มีความรักที่เกิดขึ้นทางออนไลน์ เช่น แพลตฟอร์มโซเชียลต่างๆ รวมถึงแอปพลิเคชั่นในสมาร์ทโฟนต่างๆด้วย

ความรัก

ความรักเป็นอารมณ์ความรู้สึกที่สร้างความผูกพันของกันและกันในมนุษย์ ไม่สามารถซื้อ ขาย หรือแลกเปลี่ยนด้วยสิ่งใด โดยความรักนั้นไม่มีขอบเขต ไม่มีปริมาณและขีดจำกัด แต่มนุษย์นั้นไม่สามารถบังคับให้ผู้อื่นมารักเราหรือตัวเราไปรักคนอื่นได้เช่นกัน 

ปัญหาหนึ่งที่เกิดขึ้นในเรื่องความรักนั้นนั่นคือ มนุษย์เรานั้นมักสับสนระหว่างความชอบและความรัก โดยความชอบคือการที่เรามีความรู้สึกดีหรือความคิดแง่ดีที่ได้จากการรู้จักกับบุคคลนั้น และความชอบจึงเกิดขึ้นเป็นสิ่งที่คล้ายกับรางวัลของการได้รู้จักกับคนๆนั้น  

แต่สำหรับความรักแล้ว เราจะมีความคิดแง่ดีและความรู้สึกดีๆกับคนๆนั้นเช่นกัน แต่เราจะมีความรู้สึกที่มีทั้งความเป็นห่วงและความผูกพันธ์ที่ลึกลงไปในจิตใจ แต่อย่างไรก็ตามความรักที่เกิดขึ้นนั้นอาจมีความแตกต่างกันในแต่ละบุคคล แต่ในด้านความรู้สึกนั้นจะเป็นเช่นนี้เสมอ

แอพสำหรับคนโสดหาคู่

ปัจจุบันคนส่วนมากในสังคมต่างมีสมาร์ทโฟนเป็นของตัวเอง และแอพลิเคชั่นต่างๆก็ถูกพัฒนาขึ้นมากมาย ดังนั้นความรักที่เกิดขึ้นในปัจจุบันจึงมีที่มาที่เพิ่มมากขึ้น ทั้งจากการพบปะพูดคุย การแนะนำจากผู้อื่น และการรู้สึกดีแบบ First Impression ที่เกิดจากการเจอกันในโลกออนไลน์ 

ซึ่งส่วนใหญ่ที่คนพบเจอกันบ่อยๆคือทางโลกออนไลน์หรือแอปพลิเคชั่นหาคู่ ที่ทั้งสะดวกและช่วยให้เราได้พบเจอคนมากมายจากหลากหลายพื้นที่ เราจึงมี 5 แอปหาคู่มาแนะนำกันตามนี้เลย

1.Tinder

แอปยอดฮิตติดเครื่องสำหรับคนโสด ด้วยความนิยมที่มีผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก บวกกับการใช้งานที่สะดวกทำให้แอปนี้เป็นแอปต้นๆที่ผู้คนนึกออกสำหรับแอปหาคู่ 

แอปนี้ยังสร้างศัพท์วัยรุ่นใหม่ๆให้กับวัยรุ่นนั่นคือ “ แมทช์ ” ที่มีความหมายว่าคนสองคนชอบกัน รู้จักกันหรือคุยกันเพื่อสานสัมพันธ์ต่อแล้ว โดยคำนี้มาจากการที่ผู้ใช้งานทั้งสองกดถูกใจกันทั้งคู่ในแอปและจะขึ้นว่า “Match” นั่นเอง  

การใช้งาน

แอป Tinder นี้สามารถล็อคอินด้วยแอคเคาท์ Facebook ของเรา ซึ่งเมื่อเข้าสู่การใช้งานแอปแล้ว หน้าตา Interface ของแอปจะมีปุ่มและวิธีใช้งานง่ายๆ ดังนี้ 

ปุ่มและการทำงานต่างๆ 
  • Like

ชอบใครให้กด Like หรือ “ปัดขวา” 

  • Dislike

ถ้าเขายังไม่โดนใจ ให้กด Dislike หรือ “ปัดซ้าย”

  • Super Like

คนนี้แหล่ะใช่ อยากคุยด้วยจริงๆ กดที่ปุ่มนี้หรือ “ปัดขึ้น” แล้วจะไปแจ้งเตือนที่แอปของคนนั้นว่าเรา Super Like เขา โดยปุ่มนี้จะพิเศษหน่อยหนึ่งเดือนกดฟรีได้ 3 ครั้ง

  • Boost

อยากให้คนเจอเราเยอะๆ ให้กดปุ่มนี้ เพราะเมื่อกดแล้วระบบจะเพิ่มประสิทธิภาพของโปรไฟล์เราให้คนอื่นๆเจอเรามากขึ้น โดยปุ่มนี้กดได้แค่เดือนละครั้งเท่านั้นนะ หาเวลาให้ดี มีเวลาให้พร้อมก่อนกดล่ะ !

ถ้าหากว่าเรากด Like หรือปัดขวาไปที่โปรไฟล์ใคร แล้วเขาก็กด Like เราเช่นกันล่ะก็ ทั้งคู่ก็จะ “Matched” และสามารถแชทคุยกันได้ทันที สะดวกและง่ายดาย อยากให้ลองกันจริงๆ 

2.Tan Tan

แอปหาคู่สัญชาติจีนมาแรง TanTan (谈谈) ที่มีแอคเคาท์ผู้ใช้งานมากถึง 300 ล้านแอคเคาท์ โดยตัวแอพนี้ก็จะมีความคล้ายกับ Tinder แต่ก็มีส่วนที่แตกต่างกันอยู่ 

การใช้งานและฟีเจอร์

เช่นเดียวกับ Tinder ที่หากชอบใครก็ให้ “ปัดขวา” ไม่ชอบใครให้ “ปัดซ้าย” และมี Super Like ให้คุณได้ส่งให้กับคนที่ถูกใจสุดๆ แต่สิ่งที่เพิ่มเติมมาคือ 

  • Moment

ฟีเจอร์ที่คล้ายกับ New Feed ที่เราสามารถโพสภาพเพื่ออัพเดทชีวิตของเรา ให้คนที่ Match กับเราแล้ว ได้เห็นมุมต่างๆเพิ่มเติมที่เราต้องการให้เขาเห็น

  • Q&A Game

หลังจากที่แมทช์กันแล้ว เพื่อการเข้าใจและสร้างความสัมพันธ์ที่ดี Tantan จึงมีฟีเจอร์เกมคำถาม ทำให้ทั้งคู่รู้จักกันมากขึ้นและง่ายขึ้น

3.Coffee Meet Bagel

แอปหาคู่ที่กำลังเป็นที่นิยมในช่วงนี้สำหรับคนอายุ 21-35 ปี ด้วยหนึ่งฟีเจอร์ที่โดดเด่นอย่าง #Ladieschoice ที่จะแจ้งเตือนไปยังสาวๆว่ามีหนุ่มคนไหนที่มากด Like โปรไฟล์เราบ้าง และหากเราถูกใจและกดไลค์กลับล่ะก็ ทางฝ่ายชายก็จะมีการแจ้งเตือนเช่นเดียวกัน ทำให้ไม่ต้องคอยปัดขวาเพื่อเสี่ยงดวงหาคู่เพียงอย่างเดียว 

การใช้งานและฟีเจอร์ต่างๆ

โปรไฟล์ที่จะขึ้นให้ Match นั้นจะมาจากเพื่อนของเพื่อนใน Facebook ของเรา ดังนั้นหากเราไม่มีแอคเคาท์ Facebook ก็จะไม่สามารถสมัครแอคเคาท์ในแอพนี้ได้  

โดยการตั้งค่าโปรไฟล์ก็จะเหมือนแอปหาคู่ปกติ แต่จะมีส่วนหนึ่งที่แตกต่างคือเราจะต้องเติม 3 ประโยคให้เต็มในรูปแบบของเรา นั่นคือ I am … , I like … และ I appreciate when my date …   

ซึ่งภายในแอปจะมีให้เราสะสม Beans จากการซื้อ In App Purchase หรือหากไม่อยากเสียเงินก็จะมีเงื่อนไขต่างๆจากแอปให้ทำ เพื่อปลดล็อคฟีเจอร์ใหม่ๆ เช่น Open Sesame ที่ช่วยให้เราเห็นเพื่อนร่วมกันใน Facebook ของเราและเขา หรือเมื่อเราเคยกด like ใครไปแล้วแต่เขาพลาดที่จะกด Match ภายใน 24 ชั่วโมง ฟีเจอร์ Rematch นี้ก็จะช่วยให้เรากด like กับโปรไฟล์นั่นใหม่ได้  

4.Badoo

แอปสัญชาติอเมริกัน ที่เริ่มต้นจากการเป็นเว็บไซต์หาคู่ที่ทำแอปพลิเคชันไปพร้อมกัน โดยมีผู้ใช้งานมากกว่า 250 ล้านคนใน 190 ประเทศ ซึ่งหลักๆแล้วจะเป็นผู้ใช้งานชาวยุโรปเป็นส่วนใหญ่ และมีรายงานว่ามีผู้ใช้งานมากถึง 91,000 คนในแต่ละสัปดาห์ที่ลบแอปนี้หลังจาการใช้งาน สาเหตุจากการที่พวกเขาเจอคนที่ถูกใจในแอปนี้แล้ว 

การใช้งานและฟีเจอร์ต่างๆ

การหาคู่แมทช์จากแอปนี้นั้นจะแบ่งเป็น 2 ส่วนคือ Encounter และ People Nearby โดยในส่วน Encounter นั้นจะคล้ายกับแอปอื่นๆที่จะสุ่มโปรไฟล์ขึ้นมาให้คุณได้เลือกกด Like หรือไม่ แต่ในส่วน People Nearby จะโชว์โปรไฟล์ที่มีความสนใจใกล้เคียงและอยู่ใกล้กับคุณ

  • Profile Score

ผู้ใช้งานสามารถให้คะแนนรูปภาพโปรไฟล์ของเราได้ ยิ่งได้คะแนนมากเท่าไหร่ โปรไฟล์ของเราก็จะง่ายต่อการมองเห็นในหน้าฟีดสาธารณะได้ 

  • Lookalikes

หากคุณชอบรูปลักษณ์ภายนอกของผู้ใช้คนใด ฟีเจอร์นี้ก็จะหาผู้ใช้ที่มีความคล้ายกันให้

  • Visit

ฟีเจอร์นี้จะแจ้งให้เรารู้ว่ามีใครเข้ามาดูโปรไฟล์ของเราบ้าง

  • Favorites

เราสามารถกด Favorites โปรไฟล์ของคนที่เราชื่นชอบได้ และจะแจ้งเตือนไปยังโปรไฟล์นั้นเช่นกัน

5.Bumble

เจอแอปหาคู่มาหลายตัวแล้ว สำหรับตัวนี้จะเหมาะกับสาวๆมาก เนื่องจากแอปนี้สาวๆจะเป็นผู้ที่สามารถส่งข้อความหาฝ่ายชายได้ก่อน ซึ่งผู้สร้างแอปนี้ขึ้นมานั้นมีเป้าหมายอย่างหนึ่งคือการเปลี่ยนวัฒนธรรมเดิมที่ให้ฝ่ายชายออกตัวจีบหรือชวนเดทก่อนเสมอ  เป็นการให้ฝ่ายหญิงสามารถเริ่มออกตัวจีบได้ก่อน

ซึ่งความปลอดภัยของแอป Bumble จะค่อนข้างสูง เนื่องจากแอปนี้มีรายงานด้านการละเมิดและการกระทำผิดจากผู้ใช้งานที่น้อยมาก เนื่องจากตัวแอปแบนรูปภาพโปรไฟล์ที่ไม่เหมาะสมหรือเสี่ยงต่อการโดนละเมิดทางเพศ ซึ่งจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและความสบายใจต่อผู้ใช้งานได้อีกด้วย 

การใช้งานและฟีเจอร์ต่างๆ

การใช้งานยังคงมีการปัดขวาเพื่อชอบและปัดซ้ายเพื่อปฏิเสธ แต่สิ่งที่แตกต่างคือหากถูกใจใครมากๆ จะสามารถใช้ฟีเจอร์ Super Swipe ที่คล้ายกับ Super Like ในแอปอื่นๆได้

  • ฝ่ายหญิงสามารถส่งข้อความและแสดงความรู้สึกต่อภาพโปรไฟล์ของอีกฝ่ายได้ก่อน แต่ฝ่ายนั้นจะเห็นเมื่อแมทช์กันแล้ว 
  • หลังจากแมทช์กันแล้ว ฝ่ายหญิงมีเวลา 24 ชั่วโมงในการเริ่มการสนทนาก่อนที่การแมทช์จะหายไป
  • เมื่อแมทช์และเริ่มพูดคุยกันแล้ว เราสามารถสนทนาด้วยตัวอักษรหรือจะวีดีโอคอลก็ทำได้ภายในแอป

ข้อควรระวังการใช้แอปหาคู่

แม้ว่าแอปพลิเคชันในปัจจุบันจะช่วยสร้างความสะดวกให้กับเรามากมาย แต่หากเราใช้อย่างไม่ระมัดระวังก็อาจเกิดปัญหาขึ้นได้ 

1.โดนหลอกโอนเงิน

เรามักเห็นข่าวอยู่บ่อยๆว่าถูกชายที่คุยกันในแอปยืมเงินค่าตั๋วเครื่องบินบ้าง ค่าเดินทางหรือค่าใช้จ่ายต่างๆแล้วโดนโกง คนที่ยืมปิดแอคเคาท์แล้วหนีหายไปโดยไม่มีร่องรอย ดังนั้นจงมีสติอยู่เสมอ อย่าให้ความชอบหรือความหลงทำให้เราต้องเสียหายหรือหมดตัว

2.ระวังการโดนเซฟรูปถ่าย

เรื่องนี้อาจเป็นเรื่องที่ยากต่อการควบคุม แต่รูปถ่ายที่เราเลือกเป็นภาพโปรไฟล์ก็มีความเสี่ยงทที่จะถูกเซฟและนำไปใช้ในทางที่ผิด เพื่อหาประโยชน์หรือหลอกลวงต่างๆ

3.อย่าจริงจังจนเกินไป

ความรักที่เกิดขึ้นจากแอปหาคู่นั้น ถึงแม้จะมีหลายคนเจอรักแท้ แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนจะเจอแบบนั้น บางทีอาจเป็นคนที่หาคนคุยเพื่อคลายเหงา หรือบางคนหาคนมาเป็นคู่หลับนอนเฉยๆ ซึ่งหากเรารับได้ก็สามารถข้ามปัญหาข้อนี้ไปได้เลย

สรุป

5 แอปที่ยกมานี้เป็นแอปที่มีผู้ใช้งานทั่วโลกเป็นจำนวนมาก และยังมีผู้ที่เจอคู่รักจากแอปเหล่านี้มากมายเช่นกัน หากใครยังโสดก็ลองเล่นกันดูได้เลย แต่สิ่งที่สำคัญอย่าลืมมีสติกับการพูดคุยกับคนที่เราชอบในแอปล่ะ อย่าเพิ่งรีบเทใจให้เขาก่อน จนกว่าจะได้พูดคุยและได้เจอกันอย่างจริงจัง 

และถ้าใครมองหาสมาร์ทโฟนดีๆเพื่อใช้งานแอปหาคู่ล่ะก็ รีบมาที่ Kaidee เลย เพราะที่ Kaidee มีสมาร์ทโฟนหลารุ่นหลายแบรนด์ให้เลือก อย่ารอช้าล่ะ คนที่ใช่สำหรับคุณอาจจะรออยู่ในแอปก็ได้นะ !

8 อย่างต้องทำก่อนต่อเติมบ้าน

8 อย่างต้องทำก่อนต่อเติมบ้าน

อยู่บ้านมานานหลายปี บางคนก็เริ่มมีความรู้สึกอยากต่อเติมขึ้นมา เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศภายในบ้านให้ไม่น่าเบื่อ ให้รู้สึกเหมือนได้บ้านใหม่ ซึ่งบางคนก็ต่อเติมบ้านเพื่อเพิ่มหรือปรับเปลี่ยนพื้นที่ใช้สอยให้สะดวกสบายมากขึ้น 

แต่การต่อเติมบ้านนั้นมีสิ่งที่ต้องเตรียมหลายอย่าง ทั้งสิ่งของ เอกสารและอีกมากมาย ดังนั้นอย่าลืมเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่จะเริ่มต่อเติมบ้านกันล่ะ

ทุกบ้านสามารถต่อเติมได้เหมือนกันจริงไหม?

ตามหลักแล้วเราสามารถต่อเติมที่อยู่อาศัยของเราได้ แต่จะต้องทำเรื่องใดไหมก็ขึ้นอยู่กับการต่อเติมของเราว่าเป็นแบบไหน ใช้พื้นที่ขนาดเท่าไรหรือมีเสียงดังไหม เราต้องตรวจดูให้ดี และหากต้องทำเรื่องยื่นเอกสาร ก็ต้องทำให้เรียบร้อยก่อนจะเริ่มต่อเติม ไม่เช่นนั้นจะเป็นการผิดกฏหมายได้ 

8 อย่างที่ต้องทำก่อนต่อเติมบ้าน

เมื่อเริ่มมีความคิดอยากต่อเติมบ้าน ควรเตรียมตัวและเตรียมสิ่งต่างๆให้พร้อมก่อน เพราะการต่อเติมนั้นถือเป็นเรื่องใหญ่ การทำโดยไม่วางแผนและเตรียมตัวให้ดีก็อาจทำให้เกิดปัญหาต่างๆตามมาได้ ดังนั้นมารู้ 10 สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนต่อเติมบ้านกัน ตามนี้เลย

1.วางแผนสิ่งที่ต้องการทำ

สิ่งแรกที่ต้องทำแน่นอนคือการวางแผน โดยการเขียนออกมาลงบนกระดาษหรือไอแพด ทั้งจุดประสงค์ของการต่อเติมว่าทำเพื่ออะไร เพื่อความต้องการส่วนตัวหรือเพื่อการซ่อมแซม เพราะทั้งสองจุดประสงค์นี้จะใช้ทั้งงบประมาณและการออกแบบที่ต่างกัน เช่นการออกแบบสำหรับการต่อเติมเพื่อซ่อมแซมก็จะเน้นการแก้ไขจุดที่เสียหายเป็นหลัก งบประมาณต่างๆก็จะแตกต่างกันไปตามจุด 

2.ตรวจดูพื้นที่

เมื่อวางแผน และรู้จุดประสงค์การต่อเติมบ้านครั้งนี้แล้ว ให้เริ่มตรวจดูพื้นที่ของเราก่อน เช่น หากเราต้องการต่อเติมในส่วนห้องครัวให้ดูพื้นที่ว่าเราสามารถต่อเติมหรือดัดแปลงได้มากแค่ไหน หรือหากเป็นห้องน้ำ ให้ตรวจดูท่อน้ำต่างๆว่าวางไว้จุดใด และเปลี่ยนแปลงได้มากแค่ไหน 

แต่ไม่ว่าจะจุดไหนของบ้านก็ต้องสังเกตเรื่องสายไฟต่างๆ ให้ดี เพราะแน่นอนว่าสายไฟจะอยู่ภายในบ้านทุกห้องแน่นอน การต่อเติมอาจต้องระมัดระวังเรื่องไฟฟ้าให้ดีเช่นกัน แต่จะมีจุดที่แตกต่างและมีรายละเอียดมากกว่าจุดอื่นจุดหนึ่ง นั่นคือบริเวณด้านนอกบ้าน หากเราจะต่อเติมอะไรที่ใช้พื้นที่เพิ่มขึ้น ต้องตรวจดูให้ดีว่าเราสามารถทำได้หรือไม่ 

3.ตั้งงบประมาณ

การต่อเติมบ้านหนึ่งครั้ง แน่นอนว่าต้องใช้เงินมากจำนวนหนึ่ง ขึ้นอยู่กับความต้องการ ขนาด รูปแบบ และคุณภาพของอุปกรณ์ที่นำมาใช้ หากเราไม่ได้เน้นการออกแบบที่ยิ่งใหญ่หรือเน้นงานอาร์ตสีสันสวยงาม ก็อาจประหยัดงบประมาณไปได้ระดับหนึ่ง แต่งบประมาณที่จะใช้กับเรื่องวัตถุดิบและอุปกรณ์ที่ใช้ต่อเติมนั้น ควรจะใช้คุณภาพที่ดีที่สุด เพื่อความปลอดภัยและผลลัพธ์ที่ดีเช่นกัน 

4.ปรึกษาสถาปนิกหรือช่างซ่อมบ้าน

การต่อเติมบ้านที่ดีนั้นเราควรวางแผนและออกแบบด้วยตัวเองก็จริง แต่การมีช่างหรือสถาปนิกที่ให้คำปรึกษาเพิ่มเติมก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะบ้านของบางคนมีอายุนานหลายปีแล้ว โครงสร้างบ้านหรือส่วนต่างๆอาจมีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งหากบ้านที่เก่ามากๆและต้องการต่อเติมที่ค่อนข้างมากก็ไม่ควรทำด้วยตัวเอง เพราะอาจทำให้บ้านเสียหายลุกลามได้ 

แต่สิ่งที่ตามมาสำหรับการปรึกษาสถาปนิกหรือช่างก็อาจต้องใช้งบประมาณมากขึ้นหน่อย วิธีที่ดีที่สุดคือเราออกแบบคร่าวๆไปก่อนแล้วลองปรึกษาช่าง ว่าสามารถทำได้หรือไม่หรือต้องเปลี่ยนแปลงรูปแบบอย่างไร   

5.หาช่างรับเหมา

หากการต่อเติมที่เราต้องการเป็นการต่อเติมใหญ่ที่ใช้วิธีการและเวลาที่เยอะ ควรหาช่างรับเหมาที่จะช่วยต่อเติมบ้านให้เรา เลือกใช้ช่างรับเหมาที่มีคุณภาพ โดยการเลือกช่างนั้นควรพูดคุยและปรึกษาคร่าวๆก่อน และดูว่าเขาเข้าใจสิ่งที่เราต้องการหรือไม่ หรือความสามารถและทีมงานของเขาเป็นอย่างไร 

เพราะปัญหาบ้านต่างๆที่เกิดขึ้นส่วนมากมักมาจากการพูดคุยกับผู้รับเหมาไม่เข้าใจ หรือผู้รับเหมาไม่ได้คุณภาพ ต่อเติมบ้านออกมาไม่ได้คุณภาพต้องมาแก้ไขใหม่ ดังนั้นควรเลือกให้ดี 

6.จัดเก็บบ้านให้พร้อม

เมื่อมีแผนการที่แน่นอนและทำการตกลงกับผู้รับเหมาเรียบร้อยแล้ว ควรนัดวันให้ดีและเริ่มจัดบ้านให้พร้อม สิ่งของต่างๆในบริเวณที่ต้องการต่อเติมควรย้ายออกให้หมด เพื่อความสะดวกในการทำงานของช่าง เพราะแน่นอนว่าจะต้องมีฝุ่นและมีความสกปรกเกิดขึ้นอย่างแน่นอน หากขนย้ายสิ่งของให้เรียบร้อยการทำความสะอาดก็จะง่ายตามไปด้วย

7.ขออนุญาต

หลายคนอาจมีคำถามว่าการต่อเติมบ้านต้องขออนุญาตไหม ตามจริงแล้วการต่อเติมนั้นจะต้องขออนุญาตก็ต่อเมื่อการต่อเติมของเราจะไปเปลี่ยนแปลงโครงสร้างของตัวบ้าน ไม่ว่าจะเพิ่มหรือลดขนาดพื้นที่หลังคา จำนวนชั้น หรือดัดแปลงโครงสร้างของบ้าน ก็ควรทำเอกสารขออนุญาตกับหน่วยงานท้องที่เสมอ

แต่หากการต่อเติมมีการเพิ่มหรือลดขนาดไม่เกิน 5 ตารางเมตร หรือไม่ได้เปลี่ยนแปลง ดัดแปลงโครงสร้างของตัวบ้านก็สามารถต่อเติมได้โดยไม่ต้องขออนุญาต ดังนั้นควรตรวจดูและศึกษาให้ดีเสมอก่อนทำการต่อเติมบ้าน

8.บอกเพื่อนบ้านก่อน

เมื่อเตรียมตัวทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ควรแจ้งให้เพื่อนบ้านรู้ก่อนถึงวันต่อเติม เพราะเสียงดังจากการทำงาน หรือการใช้พื้นที่ขนส่งหรือจัดวางสิ่งของอุปกรณ์ต่างๆอาจทำให้เพื่อนบ้านรู้สึกไม่ดีได้หากไม่มีการพูดคุยเพื่อบอกกล่าวหรือตกลงกับให้เรียบร้อย เพื่อบ้านที่ต่อเติมใหม่เราจะได้อยู่อย่างมีความสุขแทนที่จะต้องมาผิดใจกับเพื่อนบ้าน 

สรุป

การต่อเติมบ้านเป็นเรื่องที่ดี เพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อม เปลี่ยนให้บ้านน่าอยู่มากยิ่งขึ้น และบางครั้งอาจเป็นการลบสิ่งไม่ดีที่เหลือทิ้งไว้กับบ้านรูปแบบเดิมๆ ดังนั้นหากคุณเริ่มมีความคิดในการต่อเติมบ้านล่ะก็ อย่ารอช้า ทำจินตนาการและความสร้างสรรค์ของคุณให้เป็นจริง เพื่อการเปลี่ยนแปลงของชีวิตที่ดีขึ้น 

หากใครมองหาบ้านดีๆอยู่ ก็แวะมาดูที่ Kaidee ได้นะ เรามีทั้งบ้านและคอนโด พร้อมโปรดีๆมากมายเลยล่ะ

รุ่นใหม่มาแล้ว Playstation 4 ยังน่าซื้อไหม

รุ่นใหม่มาแล้ว Playstation 4 ยังน่าซื้อไหม

แฟนๆและสาวก Sony ได้เฮกันไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2020 ที่ผ่านมา เพราะ Playstation 5 เครื่องเล่นเกมเจนใหม่ของ Sony ได้เริ่มวางขายในกลุ่มประเทศแรกเป็นที่เรียบร้อย และสำหรับประเทศไทยก็เริ่มวางขายในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2021 นี้เช่นกัน

แต่สำหรับใครที่ยังลังเลว่าควรซื้อรุ่นใหม่เลยหรือซื้อ Playstation 4 ดีนะ เพราะโปรโมชั่นเด็ดๆจากร้านต่างๆออกมาล่อตาล่อใจกับเพียบ  ลองดูข้อมูลที่เราหยิบยกมาแนะนำด้านล่างนี้กัน 

Sony Playstation

หลังจากที่โปรเจคการทำเครื่องเล่นเกมร่วมกับ Nintendo ในช่วงต้นของยุค 90 ได้ล่มลง ทาง Sony จึงตัดสินใจทำเครื่องเล่นเกมเป็นของตัวเองในชื่อ Playstation และเริ่มวางขายรุ่นแรก (PS1) ในปี 1994 ซึ่งรุ่นแรกนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และมีเกมสนุกๆที่กลายเป็นตำนานมากมาย เช่น Twisted Metal หรือ Final Fantasy VII เป็นต้น

 ต่อมาในปี 2000 เครื่องเล่นเกมรุ่นที่สอง (PS2) ก็ออกวางจำหน่ายและทำยอดขายพร้อมรายได้มากมายในระยะเวลาที่รวดเร็ว แต่ทว่าเครื่องเกมรุ่นที่สาม (PS3) ที่ออกวางขายในหกปีต่อมาหลังจากที่ออกรุ่นสองนั้นกลับทำรายได้และยอดขายไม่ดีมากนัก 

จากนั้น Playstation 4 ก็ถูกวางขายในปี 2013 ด้วยประสิทธิภาพของตัวเครื่องที่สามารถแสดงกราฟิกภาพที่งดงามตระการตา บวกกับเกมระดับ AAA จำนวนมากมายที่มาลงให้กับเครื่องเกมนี้ ทำให้ความนิยมของเครื่องเล่น Playstation กลับมาดีขึ้นและกลายเป็นที่นิยมอย่างกว้างขวางอีกครั้งจนถึงปัจจุบัน  

และในปี 2020 นี้ Sony ได้ประกาศเครื่องเกม Playstation รุ่นใหม่เจน 5 ที่พัฒนาทั้งดีไซน์การออกแบบภายนอกและสเปคต่างๆภายในมากมาย และข่าวดีคือรุ่นใหม่นี้ยังรองรับการเล่นเกมของ PS4 ได้อีกด้วย 

เทียบสเปค

เริ่มดูกันที่สเปคคร่าวๆของเครื่อง PS4 และ PS5 ลองมาเปรียบเทียบข้อมูลด้านเทคนิคว่าชิ้นส่วนภายในมีอะไรเปลี่ยนแแปลงหรือพัฒนาไปบ้าง ดูกันตามนี้เลย 

PS4PS4 ProPS5
CPUX86-64 AMD “Jaguar”, 8 cores 1.6 GHzX86-64 AMD “Jaguar”, 8 cores 2.13GHzx86-64-AMD Ryzen Zen 8 Cores  / 16 Threads at 3.5GHz 
GPU1.84 TFLOPS and 18 compute units at 800MHz 4.198 TFLOPS and 36 compute units at 911MHz 10.28 teraflops with 36 compute units at 2233 MHz
แรม8GB GDDR5/256-bit8GB GDDR5/256-bit + 1GB DDR316GB GDDR6/256-bit
หน่วยความจำ HDD – 500GB, 1TBHDD – 1TBSSD – 825GB 
รองรับ 4Kไม่รองรับรองรับรองรับได้ถึงความละเอียด 8K
Bluetooth4.04.05.1

* ขอบคุณข้อมูลจากเว็บไซต์ playstation.com และ techpowerup.com

รุ่นใหม่พัฒนาอะไรบ้าง?

หากดูจากตารางด้านบนจะเห็นได้ว่า PS5 มีการเปลี่ยนแปลงค่อนข้างมาก ทั้ง CPU ที่เปลี่ยนมาใช้เป็น AMD Ryzen Zen 2 – 8 core/ 16 Thread และแรมที่เพิ่มขึ้นเป็น 16 GB แบบ GDDR6 ที่ทำให้เครื่องมีประสิทธิภาพและความเร็วที่สูงขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น GPU ใหม่ที่ช่วยขับเคลื่อนตัวเครื่องให้มีกราฟิกที่สวยอลังการกว่าเดิม  

แต่หากลองดูสเปคที่ PS4 มีก็ยังถือว่ามีสเปคที่ดีและใช้เล่นเกมได้อย่างสบายๆ และหากคุณต้องการภาพกราฟิกที่ดียิ่งขึ้น PS4 Pro ก็สามารถให้ภาพที่สวยมากๆได้แล้ว เพราะในรุ่น Pro จะมี Pro Mode ช่วยดันกราฟิกให้ดียิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นถ้าคุณมีทีวีที่รองรับความละเอียด 4K เมื่อนำมาใช้กับ PS4 Pro ก็จะได้ภาพที่ 4K คมๆเพิ่มอรรถรสในการเล่นเกมของคุณยิ่งขึ้นไปอีก 

รุ่นเก่ายังน่าซื้อไหม ทำไมยังต้อง Playstation 4

การมาถึงของ PS5 อาจทำให้หลายคนที่ยังไม่มี Playstation เริ่มอยากได้ และเครื่องนี้จะทำให้การเล่นเกมของทุกคนมีความสนุกมากยิ่งขึ้น ด้วยประสิทธิภาพและสิ่งต่างๆที่ Sony ปรับปรุงให้ดีกว่าเดิม 

แต่หากมองดูอีกทีในเวลานี้ PS4 ยังคงเป็นเครื่องเล่นเกมที่สามารถซื้อมาเล่นได้อย่างไม่ต้องกังวล และยังคุ้มค่าอยู่ ด้วยจำนวนเกมที่มีมากกว่า 3,000 เกม รวมถึงสเปคเครื่องที่เล่นเกมได้อย่างสบายโดยเฉพาะ PS4 Pro และที่สำคัญคือจอยเกมของ PS4 สามารถเชื่อมต่อได้กับหลากหลายแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Android หรือ iOS ทั้งไอโฟนและไอแพด รวมถึง PC และ Laptop ไว้เล่นเกมต่างๆที่รองรับการเล่นด้วยจอย ถือว่าสะดวกและคุ้มค่ามากๆ 

อีกจุดหนึ่งสำคัญคือ ตอนนี้ราคาของ PS4 นั้นได้ลดลงมาอยู่ในช่วงไม่ถึงหมื่นสำหรับรุ่น Slim และช่วงหมื่นต้นๆสำหรับรุ่น Pro ยิ่งในช่วงเทศกาลลดราคาต่างๆก็จะยิ่งถูกลงอีก ถือว่าราคาดีมากๆ แต่หากให้แนะนำแล้วรุ่น Pro จะคุ้มค่ามากที่สุดหากเทียบด้านต่างๆกับรุ่น Slim แล้ว

3 เกมน่าเล่นในเครื่อง PS4 

ตลอดระยะเวลาเกือบ 7 ปีที่ PS4 วางขาย มีเกมมากมายหลายพันให้เลือกเล่น ซึ่งหากซื้อมาในตอนนี้ก็ถือว่าคุ้มมากๆ เพราะเกมส่วนมากนั้นก็เป็นเกมคุณภาพที่มีทั้งเนื้อหา กราฟิกและเสียงที่ดีคุ้มค่ากับการเล่นมากๆ    

1.HORIZON: ZERO DAWN

เกมแนว Action RPG – Open World ที่ตัวละครสามารถอัพสกิลเพื่อเพิ่มความสามารถต่างๆ และภายในเกมยังมีทำภารกิจของเนื้อเรื่องหลัก และยังมี side-quest มากมายให้เราได้ทำแก้เบื่อ ซึ่งโดยรวมแล้วทั้งกราฟฟิกที่สวยงาม และรูปแบบการเล่นที่อาจทำให้เพลินจนลืมเวลา ทำให้เกมนี้เป็นเกมที่น่าเล่นมากๆสำหรับเครื่อง PS4 นี้

2.Last of Us Part 2

ภาคต่อของเกม The Last Of Us เกมแนว Action-Adventure โดยในภาค 2 นี้ใช้เวลาพัฒนาเกือบ 6 ปี  ซึ่งเนื้อหาของภาคนี้จะกล่าวถึง 4 ปีหลังจากภาคแรกที่โจเอลไปรับเอาเอลลี่กลับมา แนะนำว่าหากใครที่ยังไม่เคยเล่นภาคแรกนั้น ควรกลับไปเล่นภาคแรกให้จบก่อน เพื่อความเข้าใจทั้งเนื้อเรื่องและตัวละครต่างๆที่ดียิ่งขึ้น 

3.Detroit: Become Human

อีกหนึ่งเกมแนว Adventure เนื้อเรื่องดีที่ได้รางวัลจากสำนักเกมต่างๆมากมาย โดยเนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับหุ่นยนต์สามตัว Connor Kara และ Markus ที่แต่ละตัวก็จะดำเนินเรื่องในแต่ละหน้าที่  ซึ่งเกมนี้เราจะเป็นผู้กำหนดเองว่าเนื้อเรื่องจะเป็นไปในทางไหน และตอนจบของเกมก็จะแตกต่างกันไปตามการตัดสินใจของเราภายในเกม ใครที่ยังไม่ได้ลอง ต้องห้ามพลาดจริงๆ

สรุป

แม้ว่ารุ่นใหม่อย่าง PS5 จะวางขายแล้วนั้น แต่ PS4 ก็ยังคงมีเกมน่าเล่นออกใหม่มากมาย ยิ่งช่วงเทศกาลก็ยิ่งมีโปรโมชั่นดีๆมากมาย ดังนั้น PS4 ก็เป็นรุ่นนึงที่ใครกำลังอยากได้ Playstation สักเครื่องมาติดบ้านไว้เล่น ก็ถือว่าเหมาะและคุ้มค่ามากๆ ส่วนใครที่อดใจรอไหวและถูกใจกับ PS5 มากๆล่ะก็ รอต่ออีกสักนิด ก็จะได้โอกาสซื้อรุ่นใหม่มาครอบครองแล้ว

แต่ถ้าใครยังหาเครื่อง PS4 ไม่ได้ล่ะก็ มาที่ Kaidee ของเราได้เลยนะ มีทั้งเครื่องเกม แผ่นเกมหรืออุปกรณ์เสริมมากมายเลยล่ะ !

15 ของใช้ในบ้านสุดอัจฉริยะ

15 ของใช้ในบ้านสุดอัจฉริยะ

ยุคดิจิทัลนี้ เทคโนโลยีถูกพัฒนาและมีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วตลอดเวลา เราจะเห็นว่าอุปกรณ์หรือ Gadget ต่างๆจะออกรุ่นใหม่และถูกพัฒนาฟังก์ชันการใช้งานอยู่เรื่อยๆ บางชิ้นออกเป็นปีต่อปี หรือบางชิ้นออกใหม่แบบหัวปีท้ายปี บางทีเรายังไม่ทันใช้งานให้ชินกับรุ่นแรก รุ่นสองก็ออกมาแล้ว ซึ่งนี่ก็กลายเป็นเรื่องปกติของนวัตกรรมและเทคโนโลยีต่างๆบนโลก 

อุปกรณ์ สิ่งของเครื่องใช้ภายในบ้านก็มีการพัฒนาจนมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้งานร่วมกันเช่นกัน ซึ่งบางชิ้นนั้นเราอาจคิดไม่ถึงด้วยซ้ำว่าจะสามารถพัฒนาออกมาจนมีฟังก์ชันมากมาย

เมื่อเทคโนโลยีมีอิทธิพลกับเรามากขึ้น

เมื่อเทคโนโลยีถูกคิดค้นและพัฒนาขึ้นก็เริ่มมีการนำมาใช้ในชีวิตประจำวันของมนุษย์มากยิ่งขึ้น ซึ่งหากพูดถึงเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับมนุษย์นั้น สิ่งแรกที่เราส่วนมากนึกถึงกัน นั่นคือ อินเทอร์เน็ต 

อินเทอร์เน็ตทำให้เราเชื่อมต่อกับข้อมูลต่างๆได้ทั่วโลก และยังทำให้การติดต่อสื่อสารของมนุษย์มีความสะดวกมากยิ่งขึ้น จนปัจจุบันอุปกรณ์ต่างๆถูกพัฒนาให้สามารถเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้จนกลายเป็นอุปกรณ์อัจฉริยะ ที่สามารถควบคุมและสั่งการผ่านอินเทอร์เน็ต  

15 ของใช้อัจฉริยะในบ้าน

หากเราลองมองไปรอบๆบ้านในเวลานี้ คงมีอุปกรณ์อัจฉริยะอย่างน้อยหนึ่งถึงสองชิ้นภายในบ้านที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้ชีวิตของเรา ซึ่งในท้องตลาดเวลานี้ มีอุปกรณ์ของใช้อัจฉริยะใหม่ๆเพิ่มขึ้นมากมาย เราหยิบ 15 ชิ้นน่าสนใจมาแนะนำให้คุณตามนี้เลย

1.TP-Link Smart Wi-Fi Plug Mini HS105

เริ่มกันที่ปลั๊กไฟสิ่งที่ใครหลายคนมักชอบลืมถอดหลังการใช้งาน หรือบางทีที่เราชาร์จไฟอุปกรณ์หนึ่งอยู่แล้วยังไม่อยากถอดออก แต่ต้องออกไปข้างนอกก่อน เราก็สามารถควบคุมผ่านแอปพลิเคชันได้ ว่าจะให้ปลั๊กปิดการทำงานตอนไหน

ปลั๊กอัจฉริยะ TP-Link HS105 ที่ยกตัวอย่างมานี้มีฟังก์ชันในการควบคุมการเปิด-ปิดปลั๊กไฟผ่านแอปพลิเคชัน และยังสามารถตั้งค่าได้ว่าจะให้เปิดใช้งานตอนไหน และปิดใช้งานเมื่อไร ถือว่าสะดวกมากๆ ยิ่งหากเวลาที่ลืมถอดปลั๊ก ก็หายห่วงเรื่องอันตรายต่างๆ

2.SAMSUNG Smart Lock SHP-DH538

อยู่บ้านปลอดภัยได้มากขึ้นด้วยกลอนประตูไฟฟ้าอัจฉริยะ ที่สามารถล็อคได้อัตโนมัติ และปลดล็อคผ่านรหัส ลายนิ้วมือ หรือกุญแจ ก็ได้เช่นกัน ซึ่งในปัจจุบันกลอนประตูไฟฟ้าได้มีการพัฒนาความสามารถให้มีความอัจฉริยะมากยิ่งขึ้น ซึ่งฟังก์ชันและการใช้งานต่างๆที่เพิ่มมากขึ้นก็จะขึ้นอยู่กับรุ่นและแบรนด์ต่างๆด้วย

เช่นตัว Samsung SHP-DH538 นี้ ที่สามารถล็อคได้ 4 แบบคือ ลายนิ้วมือ รหัสผ่าน ปลดล็อคผ่านสมาร์ทโฟนและกุญแจฉุกเฉิน อีกทั้งยังสามารถตั้งค่าให้ล็อคแบบสองชั้นได้ หากใส่รหัสผิดติดต่อกัน 5 ครั้ง ก็จะล็อค 3 นาทีพร้อมแจ้งเตือนให้ผู้ใช้รับรู้ และถ้าหากอุณหภูมิภายในหรือภายนอกสูงเกิน 70 องศาก็จะมีการแจ้งเตือนเช่นกัน 

3.Xiaomi IMILAB Outdoor Smart Camera (Battery Edition) 

กล้องวงจรปิดสมัยนี้ถูกพัฒนาให้มีความสามารถมากขึ้น นอกจากการตรวจดูสิ่งต่างๆในสถานที่นั้นๆแล้ว ตัวกล้องวงจรปิดยังสามารถเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตได้ ทำให้เราดูภาพจากกล้องผ่านโทรศัพท์ได้อย่างสะดวก นอกจากนี้ยังสามารถบันทึกวิดีโอลงเมมโมรี่การ์ดได้ และยังส่งเสียงจากโทรศัพท์ไปยังกล้องวงจรปิดที่ติดตั้งอยู่ได้อีกด้วย  

Xiaomi IMILAB Outdoor Smart Camera นี้สามารถบันทึกภาพได้ในความละเอียด 1080p ตัวกล้องมีไมโครโฟนและลำโพงในตัว ทำให้เราได้ยินเสียงสดพร้อมภาพวีดีโอขณะนั้นได้ทันที ทำให้ผู้ใช้สามารถใช้งานเป็น Video Call พูดคุยตอบโต้ได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังสามารถเก็บภาพนิ่งได้ผ่านการกดจากแอปพลิเคชันในโทรศัพท์ ซึ่งการติดตั้งตัวนี้จะไม่มีสายระโยงระยางให้ดูรกตา เพราะมีแบตเตอรี่ในตัว ระยะการใช้งานต่อการชาร์จ 1 ครั้งคือประมาณ 100 วัน   

4.Google Nest Mini Gen2

ปัจจุบันลำโพงถูกพัฒนาให้สามารถเล่นเพลงจากสมาร์ทโฟนได้แบบไร้สาย และตัวลำโพงเองก็มีแบตเตอรี่ในตัวไม่ต้องมีสายไฟเกะกะ ยิ่งไปกว่านั้นลำโพงยังถูกพัฒนาให้มีฟังก์ชันเพิ่มมากขึ้น เช่น Google Nest Mini Gen2 นี้ ที่นอกจากจะให้เสียงที่ดีและรอบทิศทางแล้ว ยังสามารถใช้งาน Google Assistant ที่สั่งการด้วยเสียง และยังควบคุมอุปกรณ์ต่างๆที่เชื่อมต่อกันได้อีกด้วย ถือว่าได้ทั้งลำโพงและตัวช่วยอำนวยความสะดวกให้กับชีวิตเรา 

5.Oral-B iO9

อุปกรณ์ที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะกลายเป็นสิ่งของอัจฉริยะได้ จากที่เป็นด้ามพลาสติกธรรมดาพร้อมขนแปรงอย่างดี ปัจจุบันถูกพัฒนาให้มีความฉลาดมากขึ้น เริ่มแรกพัฒนาเป็นแปรงสีฟันไฟฟ้าที่สามารถสั่นหัวแปรงเพื่อกรทำความสะอาดที่ล้ำลึก ต่อมาจึงถูกพัฒนาให้มี Ai เข้ามาช่วยในการทำงานพร้อมยังเชื่อมต่อผ่านบลูทูธไปยังแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟนได้ 

  Oral-B iO 9 เป็นแปรงสีฟันอัจฉริยะที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อทำความสะอาดบริเวณฟัน เหงือกอย่างล้ำลึกและปลอดภัย โดยมี Ai เป็นตัวตรวจจับความสะอาดที่แปรงได้ทำงานในแต่ละบริเวณ โดยเราสามารถปรับตั้งค่ารูปแบบการทำความสะอาดได้มากถึง 7 รูปแบบ และตัวเครื่องมีแบตเตอรี่ภายใน สามารถชาร์จได้ และการชาร์จหนึ่งครั้งสามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดสิบสองวัน ถือว่าคุ้มค่าแก่การลงทุนเพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีของคุณ

6.Philips Hue

หลอดไฟธรรมดาที่ใครจะคิดว่ามันจะมีความสามารถมากขึ้นกว่าการให้แสงไฟแบบธรรมดา ใน Philips Hue นี้ที่สามารถแสดงแสงที่มีสีมากถึง 16 ล้านสี และสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟนเพื่อควบคุมการเปิด-ปิด ตั้งเวลา และกำหนดค่าสีต่างๆให้เข้ากับเพลง ภาพยนตร์ หรือตามกิจกรรมในชีวิตประจำวันของเราก็ได้ เพราะแสงที่มีสีต่างๆจะช่วยปรับให้บรรยากาศเปลี่ยนแปลงไปได้และจะส่งผลต่ออารมณ์และจิตใจของเราด้วยเช่นกัน  

7.IROBOT Roomba i7

จากเครื่องดูดฝุ่นที่มีขนาดใหญ่เทอะทะแถมยังต้องคอยขยับเพื่อไปดูดฝุ่นตามบริเวณที่ต้องการ ซึ่งหากดูดฝุ่นครั้งหนึ่งต้องใช้เวลาอย่างต่ำครึ่งชั่วโมงถึงจะทำความสะอาดได้หมด แต่ปัจจุบันเครื่องดูดฝุ่นถูกพัฒนาให้มีขนาดที่เล็กลงและสามารถเคลื่อนที่เองได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังเพิ่มฟังก์ชันต่างๆ ด้วยการเชื่อมต่อแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟนอีกด้วย

IROBOT Roomba i7 นี้นอกจากจะดูดฝุ่นได้อย่างดีแล้ว ยังมีระบบที่สร้างแผนที่ขึ้นมาเพื่อให้การเคลื่อนที่ของตัวเครื่องดูดฝุ่นนั้นเป็นไปได้อย่างราบรื่นและทำความสะอาดได้ทุกมุม และเมื่อแบตเตอรี่ใกล้หมดตัวเครื่องจะเคลื่อนที่กลับไปที่ช่องชาร์จที่กำหนดไว้ นอกจากนี้ยังใช้งานผ่านการควบคุมด้วยเสียงของ Google Assistant หรือ Alexa เพื่อความสะดวกที่เพิ่มมากขึ้น

8.Xiaomi Geometry Control Ai (30 ML)

จากตู้เลี้ยงปลาธรรมดาที่เราต้องคอยให้อาหาร คอยดูแลสิ่งต่างๆของตู้ปลา ปัจจุบันได้พัฒนากลายมาเป็นตู้ปลาอัจฉริยะ เช่น Xiaomi Geometry Control Ai นี้ที่สามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันบนสมาร์ทโฟน เพื่อตรวจสอบอุณหภูมิและควบคุมความร้อนของน้ำ ซึ่งเราสามารถปรับได้ และยังสามารถควบคุมออกซิเจน และจะมีการแจ้งเตือนเมื่อถึงเวลาต้องเปลี่ยนน้ำ ทำให้เราไม่ลืมและไม่ต้องคอยมาจำวันเวลาอีกตามเคย

เจ้าตู้ปลานี้ยังมีไฟ LED มากถึง 18 ดวง และไฟนี้ยังแสดงสีได้มากถึง 16 ล้านสี และบริเวณส่วนบนของตู้ยังมีพื้นที่สำหรับปลูกต้นไม้เล็กๆได้อีกด้วย ถือว่านอกจากจะให้ความเพลิดเพลินและผ่อนคลายในการดูเจ้าปลาแล้ว ยังได้สัมผัสกับธรรมชาติเล็กๆได้อีกด้วย 

9.Dyson Pure Cool™ Air Purifier Tower

พัดลมเป็นอุปกรณ์ที่ถูกพัฒนาให้มีความสามารถเพิ่มขึ้นอยู่บ่อยๆ จากพัดลมธรรมดาก็สามารถตั้งค่าเวลาเปิด-ปิดได้ และพัฒนาให้มี Ai ช่วยในการทำงาน จนปัจจุบันพัดลมรุ่นใหม่ๆก็ถูกพัฒนาให้ไม่มีใบพัดอีกต่อไป เพื่อความปลอดภัยสำหรับบ้านที่มีเด็กเล็กหรือสัตว์เลี้ยง รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการกรองอากาศได้อีกด้วย เช่นเจ้าตัว Dyson Pure Cool Air Purifier Tower นี้

พัดลมกรองอากาศจาก Dyson นี้ถูกพัฒนาให้มีความสามารถมากขึ้น อย่างแรกที่เห็นได้ชัดคือไม่มีใบพัดให้กวนใจ พลังลมที่แรงและสามารพัดได้หลายองศา ความสามารถในการกรองอากาศจากฝุ่นที่เพิ่มมากขึ้น และที่สำคัญคือการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟน เพื่อตรวจเช็คค่าต่างๆภายในอากาศได้

10.เครื่องชงกาแฟ Philips EP3246/72  

สมัยนี้อยู่บ้านอยากดื่มกาแฟดีๆก็สามารถทำได้ด้วยเครื่องชงกาแฟอัจฉริยะ ที่สามารถทำกาแฟได้อย่างรวดเร็ว เช่น เครื่องชงกาแฟจาก Philips นี้ที่มี 5 เมนูกาแฟคั่วสดพร้อมดื่ม ทั้ง เอสเพรสโซ่ คาปูชิโน่ ลาเต้ มัคคิอาโต้ อมเริกาโน่ และกาแฟ 

ตัวเครื่องมีระบบ LatteGo ที่ตีนมและทำฟองนมได้อย่างสวยงามและไม่กระเด็นเลอะเทอะ ส่วนเครื่องบดกาแฟในเครื่องสามารถบดได้ 12 ระดับตามความต้องการ และยังสามารถควบคุมอุณหภูมิของน้ำและเก็บกลิ่นหอมของกาแฟให้สดใหม่เมื่อดื่ม

11.ลู่วิ่ง Amazfit

เมื่อนึกถึงการออกกำลังกายในบ้าน คนก็มักนึกถึงลู่วิ่งที่ช่วยให้คุณวิ่งเพื่อเผาพลาญพลังงานและไขมันได้ แต่ลู่วิ่งยุคนี้ก็ถูกพัฒนาให้มีความสามารถเพิ่มขึ้น และมีฟังก์ชันที่ช่วยการออกกำลังกายของเราให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

คนรักสุขภาพต้องมีสำหรับลู่วิ่ง Amazfit โดยเครื่องนี้สามารถดูดซับแรงกระแทกที่ช่วยลดปัญหาที่เกิดกับเข่า และตัวนี้ยังสามารถใช้งานควบคู่กับ Amazfit GTS เพื่อตรวจสอบอัตราการเต้นของหัวใจได้ และตัวเครื่องยังมีลำโพง Build-in จาก JBL ที่ช่วยให้การวิ่งของคุณไม่น่าเบื่ออีกต่อไป และที่สำคัญคือสามารถพับเก็บได้ ช่วยประหยัดพื้นที่การใช้งานในบ้านได้อีกด้วย 

12.Petoneer NutriVision Smart Pet Feeder

หนึ่งปัญหาที่ทำให้คนที่อยากเลี้ยงสัตว์ต้องหมดโอกาสเลี้ยง นั่นคือไม่มีเวลาในการให้อาหาร จะให้อาหารทิ้งไว้ทีเดียวเยอะๆ ก็กลัวน้องหมาน้องหมาจะกินหมดเลย แต่ปัญหานั้นจะหมดไป ด้วยเครื่องให้อาหารสัตว์เลี้ยงอัจฉริยะ 

Petoneer NutriVision นี้สามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟน เพื่อตั้งค่าเวลาให้อาหาร และตัวเครื่องยังมีกล้องความละเอียด 720p มุมกว้าง 120 องศาพร้อมไมค์และลำโพงทำให้พูดคุยตอบโต้กับสัตว์เลี้ยงของเราได้ รวมถึงจะมีการแจ้งเตือนไปยังแอปพลิเคชันเมื่ออาหารเริ่มเหลือน้อยแล้ว

13.Hafele Smart Mirror

กระจกส่องหน้าธรรมดายุคนี้คงไม่พอ เพราะไม่ว่าจะหนุ่มๆหรือสาวๆต่างก็ต้องส่องกระจก ตรวจดูความเรียบร้อยของตัวเองก่อนออกไปข้างนอกเสมอ ทำให้กระจกมีการพัฒนาจนมีฟังก์ชันเพิ่มมากขึ้น 

เช่นใน Hafele Smart Mirror นี้ ที่มีแสงไฟอยู่ติดกับกระจก สามารถเปิดปิดได้ผ่านการสัมผัส โดยไฟจะมีทั้ง Cool White และ Warm White ที่ไม่มี UV มาทำร้ายผิว หากต้องแต่งหน้าหรือแต่งตัวเป็นเวลานานก็สามารถเปิดเพลงฟังได้จากหน้ากระจกเช่นกัน 

14.Xiaomi Mi Smart Flower Pot

มือใหม่อยากลองปลูกต้นไม้ขนาดกำลังดีในบ้าน แต่ปลูกกี่รอบก็อยู่ไม่รอดสักที เพราะด้วยสภาพแวดล้อม การรดน้ำและวินัยที่เราต้องมี ต่างเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อการเติบโตของต้นไม้ Xiaomi จึงมีอุปกรณ์อัจฉริยะที่ช่วยให้เราปลูกต้นไม้ได้ดีขึ้น โดยตัวกระถางนี้จะมี Ai ที่ตรวจจับความชื้นในดิน เมื่อตรวจพบว่าความชื้นเริ่มน้อยลง ก็จะมีการเตือนไปยังแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟนให้เรารดน้ำต้นไม้  

15.Foreo Luna 3

ผิวหน้าเราต้องเจอฝุ่น ควันและมลภาวะอยู่ตลอดเวลา ยิ่งถ้าคุณทาครีมกันแดดหรือลงเครื่องสำอางยิ่งต้องทำความสะอาดให้ดี การทำความสะอาดด้วยมือเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอ จึงมีนวัตกรรมเครื่องช่วยล้างหน้าเกิดขึ้น

ใน Foreo Luna 3 นี้ เป็นอุปกรณ์ล้างหน้าที่มีฟังก์ชันมากมาย และสามารถเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชันในสมาร์ทโฟนได้อีกด้วย ซึ่งการทำความสะอาดของเครื่องนี้จะเป็นแบบ T-Sonic ที่ทำความสะอาดได้ล้ำลึกและหมดจด อีกทั้งตัวเครื่องทำจากซิลิโคนอย่างดีที่มีความนุ่มไม่ทำร้ายผิว ซึ่งนอกจากจะทำความสะอาดแล้ว ยังสามารถนวดครีมบนหน้าให้เข้าผิวได้อีกด้วย 

สรุป

อย่างที่ได้ยกตัวอย่างมา 15 สิ่งของอัจฉริยะนี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของนวัตกรรมใหม่ๆที่ถูกพัฒนาไปพร้อมกับเทคโนโลยีโดยฝีมือของมนุษย์เรา ซึ่งแน่นอนว่าอนาคตจะมีสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นอีกมากมาย ไม่แน่ว่าวันพรุ่งนี้อาจมีนวัตกรรมใหม่ๆเกิดขึ้นก็เป็นได้ 

หากใครมองหาอุปกรณ์อัจฉริยะอยู่ล่ะก็ Kaidee ของเรามีหลากหลายหมวดหมู่ให้คุณได้เลือกเลยนะ ลองเข้ามาชมกัน อาจได้ของอัจฉริยะสักชิ้นที่ช่วยให้ชีวิตของคุณสะดวกสบายขึ้นก็ได้นะ