ฤกษ์ออกรถตามวันเดือนปีเกิด เข้ามาตรวจสอบได้เลย

ฤกษ์ออกรถตามวันเดือนปีเกิด เข้ามาตรวจสอบได้เลย

เป็นธรรมดาเวลาจะออกรถใหม่สักคัน เราก็ต้องดูและเลือกอะไรหลาย ๆ อย่างให้ถี่ถ้วนที่สุด นอกจากจะต้องได้รุ่นรถที่ชอบ ยี่ห้อที่ใช่ และราคาที่ถูกใจแล้ว คนจำนวนไม่น้อยยังให้ความสำคัญกับการเลือกวันซื้อหรือออกรถใหม่ให้เป็นมงคล หรือที่เรียกว่า ‘ฤกษ์ออกรถ’ อีกด้วย

วันนี้เราขออาสาจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับฤกษ์ออกรถตามวันเดือนปีเกิดว่ามันคืออะไร สำคัญมากน้อยแค่ไหน และต้องดูอย่างไรถึงจะได้ฤกษ์มงคลจริง บอกเลยว่าคนที่กำลังมีแพลนจะถอยรถใหม่ป้ายแดงไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง! 

ว่าด้วยความเชื่อเรื่องการดูฤกษ์

การดูฤกษ์งามยามดีนั้นเป็นความเชื่อที่มีกันมาตั้งแต่โบราณแล้ว และไม่ได้มีเฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น หลายประเทศเองก็มีความเชื่อเรื่องฤกษ์ยามเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นจีน ญี่ปุ่น อินเดีย และอีกมากมาย 

คนไทยสมัยก่อนมักนิยมดูฤกษ์ยามเมื่อต้องทำภารกิจสำคัญ เช่น 

  • ออกรบ 
  • พิธีการสำคัญของบ้านเมือง
  • ออกเดินทางไปยังสถานที่ต่าง ๆ 

เนื่องจากการเดินทางในสมัยนั้นยังไม่สะดวกและปลอดภัยเท่าปัจจุบัน แถมยังต้องใช้เวลานาน จึงนิยมหาฤกษ์อันเป็นมงคลเพื่อหวังให้ภารกิจราบรื่นและสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี 

ในยุคปัจจุบัน แม้อาจจะไม่ได้มีการออกรบหรือการดูฤกษ์เวลาเดินทางไปไหนมาไหนตลอดเหมือนสมัยก่อน แต่คนก็ยังเลือกดูฤกษ์ยามในการจัดการหรือทำสิ่งสำคัญ เช่น ฤกษ์แต่งงาน ฤกษ์ขึ้นบ้านใหม่ ฤกษ์บวช และฤกษ์ออกรถที่เรากำลังจะลงรายละเอียดให้ฟังกันนั่นเอง 

ฤกษ์ออกรถตามวันเดือนปีเกิด

ฤกษ์ออกรถตามวันเดือนปีเกิดนั้นสำคัญอย่างไร

อย่างที่เกริ่นไปแล้วว่าการดูฤกษ์งามยามดีนั้นมีจุดประสงค์เพื่อให้ภารกิจหรือกิจการงานที่ต้องทำในวันนั้นสำเร็จ ลุล่วงไปได้ด้วยดี ไม่มีอุปสรรคขวางกั้น

การเลือกฤกษ์ออกรถให้ถูกโฉลกกับดวงของเราก็เพื่อจุดประสงค์เดียวกัน เนื่องจากรถเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าค่อนข้างสูง รวมทั้งยังมีเรื่องอันตรายและอุบัติเหตุจากการขับรถยนต์ที่อาจจะประสบพบเจอได้  

ดังนั้นหลายคนจึงเลือกที่จะออกรถในวันฤกษ์งามยามดีที่เหมาะกับตัวเอง เพื่อให้เราใช้รถคันนั้นได้อย่างราบรื่น ไม่มีภัยอันตรายหรืออุบัติเหตุเกิดขึ้้น นอกจากนี้ยังหวังช่วยส่งเสริมให้ชีวิตเราประสบความสำเร็จ รุ่งเรือง และทำมาค้าขึ้นด้วย

ดูฤกษ์ออกรถตามวันเดือนปีเกิดอย่างไรให้เฮง

ฤกษ์ออกรถนั้นสามารถดูได้หลากหลายรูปแบบและหลายศาสตร์ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเราเองด้วยว่าชอบดูฤกษ์แบบไหน การดูตามวันเกิดและปีเกิดเองก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย โดยเราจะแบ่งออกเป็นฤกษ์ออกรถตามวันและปีเกิดตามนี้เลยค่ะ

ฤกษ์ออกรถตามวันเกิด

คนเกิดวันอาทิตย์ 

วันที่ควรออกรถ: จันทร์ อังคาร พุธกลางวัน พุธกลางคืน พฤหัส เสาร์ อาทิตย์

วันที่ไม่ควรออกรถ: ศุกร์

คนเกิดวันจันทร์

วันที่ควรออกรถ: จันทร์ อังคาร พุธกลางวัน พุธกลางคืน พฤหัส ศุกร์ เสาร์ 

วันที่ไม่ควรออกรถ: อาทิตย์

คนเกิดวันอังคาร

วันที่ควรออกรถ: อังคาร พุธกลางวัน พุธกลางคืน พฤหัส ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์

วันที่ไม่ควรออกรถ: จันทร์

คนเกิดวันพุธกลางวัน

วันที่ควรออกรถ: จันทร์ พุธกลางวัน พุธกลางคืน พฤหัส ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์

วันที่ไม่ควรออกรถ: อังคาร

คนเกิดวันพุธกลางคืน

วันที่ควรออกรถ: จันทร์ อังคาร พุธกลางวัน พุธกลางคืน ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ 

วันที่ไม่ควรออกรถ: พฤหัส

คนเกิดวันพฤหัส 

วันที่ควรออกรถ: จันทร์ อังคาร พุธกลางวัน พุธกลางคืน พฤหัส ศุกร์ อาทิตย์

วันที่ไม่ควรออกรถ: เสาร์

คนเกิดวันศุกร์ 

วันที่ควรออกรถ: จันทร์ อังคาร พุธกลางวัน พฤหัส ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์

วันที่ไม่ควรออกรถ: พุธกลางคืน

คนเกิดวันเสาร์:

วันที่ควรออกรถ: จันทร์ อังคาร พุธกลางคืน พฤหัส ศุกร์ เสาร์ อาทิตย์

วันที่ไม่ควรออกรถ: พุธกลางวัน 

ฤกษ์ออกรถตามปีเกิด

ในที่นี่เราจะนับปีเกิดในรูป 12 นักษัตร ใครปีนักษัตรไหน เลื่อนลงไปเช็กกันได้เลยค่ะ 

ปีชวด

วันที่ควรออกรถ: เสาร์และพุธ 

ปีฉลู

วันที่ควรออกรถ: พุธและอาทิตย์ 

ปีขาล

วันที่ควรออกรถ: อังคารและพฤหัสบดี

ปีเถาะ

วันที่ควรออกรถ: อังคารและศุกร์

ปีมะโรง

วันที่ควรออกรถ: พุธและเสาร์ 

ปีมะเส็ง

วันที่ควรออกรถ: จันทร์และพฤหัสบดี

ปีมะเมีย

วันที่ควรออกรถ: พฤหัสบดีและอาทิตย์ 

ปีมะแม

วันที่ควรออกรถ: จันทร์และพุธ

ปีวอก

วันที่ควรออกรถ: พุธและเสาร์

ปีระกา

วันที่ควรออกรถ: อังคารและศุกร์ 

ปีจอ

วันที่ควรออกรถ: พฤหัสบดีและเสาร์ 

ปีกุน

วันที่ควรออกรถ: พฤหัสบดีและศุกร์ 

อย่างที่บอกว่าดูฤกษ์ออกรถนั้นมีหลากหลายรูปแบบมาก นอกจากการดูฤกษ์ตามวันเกิดและปีเกิดที่นิยมใช้แล้ว บางคนอาจจะชอบดูแบบละเอียดโดยใช้ทั้งวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟาก 

หากสนใจที่จะดูฤกษ์ออกรถด้วยวันเดือนปีเกิดและเวลาตกฟาก ทางเราขอแนะนำให้ลองใช้บริการผู้เชี่ยวชาญด้านการดูฤกษ์ยามโดยตรงเป็นรายบุคคลเลยจะดีกว่าค่ะ

สรุป

การซื้อรถสักคันถือเป็นการจับจ่ายเงินก้อนใหญ่สำหรับใครหลายคน เพราะฉะนั้นก็ไม่แปลกที่เราจะอยากมั่นใจว่าการถอยรถคันนี้มาใช้จะราบรื่น ไร้ภัยอันตราย และช่วยเสริมดวงเราได้

ฤกษ์ออกรถจึงถือเป็นสิ่งหนึ่งที่คนนิยมใช้ ฤกษ์ออกรถตามวันเดือนปีเกิดนั้นเป็นการหาฤกษ์ยามที่คนที่นิยมใช้กันโดยยึดจากวันเดือนปีเกิดของเรา อาทิ คนเกิดวันอาทิตย์ ไม่ควรออกรถวันศุกร์ หรือคนเกิดปีกุนควรออกรถวันพฤหัส 

แต่ต้องบอกว่าเรื่องดูฤกษ์ออกรถตามวันเดือนปีเกิดนั้นเป็นความเชื่อส่วนบุคคล สำหรับใครที่เชื่อ ลองมาศึกษาข้อมูลออกรถตามวันเกิดตัวเองดูก่อนได้นะคะ อยากถอยรถสักคันเมื่อไรก็แวะมาดูที่ Kaidee Auto ได้เลย! อยากได้รถยี่ห้อไหน รุ่นอะไร มีให้เลือกครบ!

รถ Sedan vs SUV ซื้อแบบไหนตอบโจทย์ที่สุด

รถ Sedan vs SUV ซื้อแบบไหนตอบโจทย์ที่สุด

ในชีวิตประจำวันเราได้เห็นรถเห็นหลากหลายประเภทตามท้องถนนกัน แต่รถที่เราเห็นบ่อยและเยอะที่สุดคงจะหนีไม่พ้นรถยนต์ประเภท Sedan (เก๋ง) และ SUV หรือรถอเนกประสงค์ครอบครัวนะครับ เพราะรถ 2 ประเภทนี้เป็นที่นิยมของคนไทยมาโดยตลอด เนื่องจากเป็นรถที่ใช้ขับขี่ได้อย่างคล่องตัว ไม่ว่าจะใช้ขับในเมืองหรือขับทางไกล รถยนต์ทั้ง 2 ประเภทนี้ก็สามารถขับได้อย่างสบายและตอบโจทย์ของผู้ขับขี่ได้อย่างดีเลย 

เลือกแบบไหนจะตอบโจทย์ที่สุด? 

รถยนต์ประเภท Sedan และ SUV เป็นรถที่ขับขี่ได้อย่างคล่องตัวทั้ง 2 ประเภท

แต่จะแตกต่างกันที่โครงสร้างของรถเท่านั้น ขึ้นอยู่กับการใช้งานและความชอบของผู้ขับขี่ว่าใช้งานแบบไหน สมาชิกครอบครัว ขับขี่ไปไหนบ้าง และความชอบตัวของผู้ขับขี่ 

ซึ่งบทความนี้ขอนำเสนอความแตกต่างระหว่าง รถ Sedan และ SUV แตกต่างกันตรงไหนบ้าง ตรงไหนคือจุดเด่น ตรงไหนคือจุดควรพิจารณา และคุณจะรู้ว่ารถยนต์ 2 ประเภทนี้ อะไรที่ตอบโจทย์คุณมากที่สุด

1. รถ Sedan หรือ รถเก๋ง

รถ Sedan หรือ รถเก๋งนั้นมีทั้งหมด 3 ขนาดหลัก ๆ คือ 

  • ขนาดเล็ก (Compact Car) 
  • ขนาดกลาง (Mid-size Car)
  • ขนาดใหญ่ (Full-size Car)

โดยรถยนต์ประเภท Sedan หรือ รถเก๋ง คือ กลุ่มรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่มีรูปแบบรถ 2 ประตู และ 4 ประตู เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ในการผลิตรถยนต์ประเภทนี้ คือ มีเครื่องยนต์วางด้านหน้าของตัวรถ หลังรถมีที่เก็บของหรือที่เรียกว่า กระโปรงเก็บของ มีจำนวนที่นั่ง 4 ที่ บางคันอาจมี 5 ที่ 

ซึ่งรถ Sedan หรือ รถเก๋ง ถือว่าเป็นประเภทรถยนต์ยอดนิยมของคนไทยในปัจจุบัน เพราะ เป็นรถที่ขับขี่คล่องตัว ไม่ว่าจะขับขี่ในเมืองหรือออกต่างจังหวัดเดินทางไกลเหมาะสำหรับครอบครัวเล็ก 1- 5 คน โดยเป็นรถที่เน้นการนั่งแบบสบาย มีเทคโนโลยีที่ใส่มาให้แบบครบครัน แต่ในส่วนของการขนของนั้น ขนได้แต่พอประมาณ ไม่เยอะ เพราะด้วยโครงสร้างของตัวรถทำให้พื้นที่ของห้องโดยสารที่มีสัดส่วนเยอะและให้ความสะดวกสบายภายในมากกว่าพื้นที่เก็บของ 

ตัวอย่างรถ Sedan

Nissan Almera

เป็นรถยนต์ Sedan ขนาดเล็กที่มีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของคนเมืองเป็นอย่างดี ด้วยดีไซน์ที่ดูทันสมัยและมีเทคโนโลยีเด่นอย่าง Nissan Intelligent Mobility การขับขี่อัจฉริยะ ที่ให้ความปลอดภัยมากกว่าเดิม อีกทั้งยังมากับเครื่องยนต์แบบใหม่ 1.0 ลิตร Turbo พร้อมความประหยัด ทำให้การขับขี่เต็มไปด้วยความสนุกและความปลอดภัยนั่นเอง 

All New Toyota Camry

All New Toyota Camry คือ รถ Sedan ขนาดกลางที่มาพร้อมด้วยดีไซน์ที่สปอร์ต หรูหราทั้งภายนอกและภายใน พร้อมด้วยเทคโนโลยีที่ให้มาแบบครบครัน อีกทั้งยังมาพร้อมเครื่อง 2.4 ลิตร 178 แรงม้า จึงทำให้ All New Toyota Camry เป็นรถยนต์ที่โดดเด่นและขายดีที่สุดในกลุ่มรถยนต์ในระดับเดียวกัน 

Mercedes Benz S-Class 

Mercedes Benz S-Class เป็นรถ Sedan ขนาดใหญ่แบบหรูหรา ที่มาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่ดูสง่างาม เรียบหรู เข้ากับยุคสมัย พร้อมมีเทคโนโลยีและความสะดวกสบายให้แบบครบครัน โดยมากับเครื่องยนต์ 2 แบบ คือ 

  • รุ่น The S 350 d AMG Premium เครื่องยนต์ดีเซลแบบใหม่ 6 สูบ Turbo คู่ ขนาด 3.0 ลิตร 286 แรงม้า 
  • Mercedes-Maybach S 560 Premium เครื่องยนต์เบนซินแบบ V8 Turbo คู่ ขนาด 4.0 ลิตร 469 แรงม้า เกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ 9G-Tronic

2. รถ SUV 

รถยนต์ประเภท SUV (Sport Utility Vehicle) เป็นรถที่มีความอเนกประสงค์ ใช้ประโยชน์ได้เยอะกว่ารถทั่วไป ๆ ไป เนื่องด้วยจากรถประเภทนี้มีพื้นฐานช่วงล่างเป็นแบบเดียวกับรถกระบะ จึงทำให้ช่วงล่างของรถนั้นแข็งแรงแต่นุ่มเหมือนรถ Sedan สามารถขับลุยไปในพื้นผิวที่ไม่ว่าจะเป็นพื้นผิวแบบไหน ก็สามารถวิ่งได้แบบสบาย ๆ 

ซึ่งภาพรวมของรถประเภท SUV เป็นรถที่ทำโครงสร้างและดีไซน์มาอย่างลงตัว โดดเด่น มีความสปอร์ต แข็งแรง จึงทำให้รถประเภทนี้เหมาะกับการขับขี่ทั้งในเมืองและออกต่างจังหวัดได้แบบสบาย ๆ เหมาะสำหรับครอบครัวเล็ก 1- 5 คน โดยจุดเด่นมาพร้อมกับห้องโดยสารขนาดใหญ่นั่งสบาย ระดับความสูงของรถจากพื้นสามารถขึ้นและลงรถได้อย่างสะดวกสบาย สามารถจุของได้เยอะ และยังสามารถขับไปในพื้นผิวถนนที่หลากหลายได้

ตัวอย่างรถ SUV

All-New Toyota Corolla Cross

All-New Toyota Corolla Cross เป็นรถ SUV ที่มีดีไซน์ที่ทันสมัยและออกมาขนาดของรถมาแบบพอดี ไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไปทำให้ตอบสนองกับคนเมืองได้อย่างดี อีกทั้งยังมากับดีไซน์ภายในที่ทันสมัยและมีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกแบบครบครัน โดย All-New Toyota Corolla Cross จะมากับเครื่องยนต์ 2 แบบ คือ

  • เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร 140 แรงม้า 
  •  เครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 1.8 ลิตร Hybrid 122 แรงม้า

Honda New CR-V

Honda New CR-V อีกหนึ่งรถ SUV ที่มากับดีไซน์ที่ทันสมัยขึ้น มีความโฉบเฉี่ยว สปอร์ต เพื่อให้เหมาะสมกับยุคสมัย มาพร้อมกับการออกแบบภายในแบบเรียบหรูและมีเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกแบบครบครัน ตามแบบฉบับของรถสมัยใหม่ โดย Honda New CR-V จะมากับเครื่องยนต์ 2 แบบ คือ

  • เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ ขนาด 1.6 ลิตร Turbo 160 แรงม้า 
  • เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร i-Vtec 127 แรงม้า

BMW X3 M SPORT

BMW X3 M SPORT เป็นรถ SUV ระดับพรีเมียม ที่มากับดีไซน์ที่อันเป็นเอกลักษณ์ มีความสปอร์ต ดุดัน หรูหรา พร้อมกับการออกแบบภายในห้องโดยสารที่ออกมาเรียบหรูและมีเทคโนโลยีที่มากมายตามแบบฉบับของแบรนด์ยุโรปสุดหรูของ BMW โดย BMW X3 M SPORT มาพร้อมกับเครื่องดีเซล 4 สูบ 2.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี TwinPower Turbo 190 แรงม้า

สรุปท้ายบทความ 

รถยนต์ทั้ง 2 ประเภทนั้นมีความเหมือนและความแตกต่างกันบางจุด อยู่ที่ผู้ขับขี่ว่ารถยนต์ประเภทไหนตอบโจทย์กับผู้ขับขี่ที่สุด บางคนอาจจะเน้นนั่งสบายแต่ไม่เน้นขนของ ก็อาจจะเลือกรถ Sedan แต่บางคนอาจจะเน้นนั่งสบาย เน้นลุยได้ทุกที่และจุของได้เยอะกว่า ก็อาจจะเลือกรถ SUV หากเพื่อน ๆ อ่านถึงตรงนี้แล้ว หวังว่าจะมีคำตอบให้กับตัวเองแล้วนะครับ 

ไม่ว่าจะเป็นรถ Sedan หรือ รถ SUV ต่างก็ให้ความสะดวกสบายที่แตกต่างกันเล็กน้อย หากเพื่อน ๆ สนใจรถยนต์แบบไหน สามารถไปดูรถหรือจะไปลองขับรถก่อนซื้อได้ที่ศูนย์ตัวแทนจำหน่ายของแต่ละแบรนด์ได้เลยนะครับ

เผยจุดเด่น Oppo A5s ตัวเล็กสเป็คเยอะ ครบครันเกินคุ้ม ในราคาโดนใจ

เผยจุดเด่น Oppo A5s ตัวเล็กสเป็คเยอะ ครบครันเกินคุ้ม ในราคาโดนใจ

ปีที่ผ่านมาถือเป็นปีทองของมือถือแบรนด์ดังอย่าง Oppo เลยก็ว่าได้ เพราะแต่ละรุ่นที่เข็นออกมาวางจำหน่ายนั้น เรียกเสียงฮือฮาและความนิยมได้ไม่น้อยเลยทีเดียว อีกทั้งแต่ละรุ่นที่ปล่อยออกมายังสามารถครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมายและประเภทการใช้งานได้อย่างดี

วันนี้ผมจึงไม่รอช้า หยิบเอามือถือแบรนด์ Oppo อีกรุ่นหนึ่งมาให้ทุกคนได้ทำความรู้จักอย่าง Oppo 5s ที่ถึงแม้ Oppo จะจัดวางให้เป็นรุ่นน้องคนเล็กของแบรนด์ แต่สเปคของเครื่องเรียกได้ว่าไม่เป็นรองรุ่นเรือธงในตลาดแต่อย่างใด ถ้างั้นก็อย่ารอช้า ตามผมไปดูกันเลยดีกว่า

ดีไซน์หน้าจอทรงหยดน้ำ สวยงาม ทันสมัย มีสไตล์

Oppo A5s มาพร้อมบอดี้แบบโค้งมนสวย สอดรับกับมือของผู้ใช้อย่างลงตัว ได้รับการออกแบบมาให้จับถนัดมือด้วยน้ำหนักเพียง 170 กรัม ด้านหลังของตัวเครื่องก็เป็นแบบกระจกเงาสะท้อนแสงวาวเก๋ มีระดับ

ดีไซน์สวยเก๋ ดูมีราคา
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo Thailand

ถัดขึ้นมาบริเวณหน้าจอที่มีขนาดใหญ่ถึง 6.4 นิ้ว ให้กิจกรรมของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานหรือการแสดงผลเต็มอื่มและคมชัด ด้วยความละเอียดแบบ HD+ แสดงสีสันได้ดียิ่งขึ้น พร้อมหน้าจอทรงสวยแบบหยดน้ำหรือ Waterdrop ที่ดูดีไปอีกแบบ

โดดเด่นด้วย ColorOS 5.2 บนระบบปฏิบัติการ Android 8.1

A5s ได้รับการพัฒนาจาก Oppo ให้มีระบบปฏิบัติการ ColorOS 5.2 ซึ่งพัฒนามาจาก Android เวอร์ชัน 8.1 หรือ Oreo อีกทีหนึ่ง

จะเห็นได้ว่ารูปลักษณ์ภายใน ไม่ว่าจะเป็นไอคอน เนวิเกชันบาร์ (แถบด้านบนของหน้าจอ) หรือแอปพลิเคชันพื้นฐานต่างๆ มีรูปร่างหน้าตาที่น่าใช้ สวยงามและเป็นเอกลักษณ์ของ Oppo

และก็ไม่ได้สวยแต่ภายนอกเท่านั้น แต่ระบบปฏิบัติการ ColorOS นี้ยังขนฟีเจอร์เด็ดๆ มาเพียบ อาทิ Smart Bar ที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้สามารถจัดเรียงแอปพลิเคชันที่ใช้บ่อย ให้สามารถสับเปลี่ยนไปมาระหว่างแอปได้สะดวกและรวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ซีพียูประมวลผลอันทรงพลัง ตอบรับทุกการใช้งาน

Oppo A5s ประมวลผลด้วยซีพียู MediaTek (MT6765) Helio P35 แบบ Octa-core พร้อมกับความจุของแรมอีก 3 GB ทำให้ไม่ว่าจะทำอะไรก็ลื่นไหล ไม่มีสะดุด ทั้งใช้งานแอปพลิเคชันสลับไปมาทั้งแชท ส่งเมล์ อินเทอร์เน็ต หรือจะเป็นการเล่นเกมหนักๆ ก็หายห่วง ไร้กังวล

รุ่นเล็กแต่แบตใหญ่ จุใจใช้ได้ทั้งวัน

Oppo A5s มีความจุของแบตเตอรี่สูงถึง 4,230 mah ซึ่งสามารถปล่อยสแตนบายด์ได้ถึง 2 วันเต็มๆ ทำให้ไม่ต้องกลัวว่าแบตเตอรี่จะหมดระหว่างวัน หรือต้องคอยพก Power Bank ให้เทอะทะหนักกระเป๋า แค่ชาร์จเต็มๆ ก็อยู่ยาวไปได้ตลอดทั้งวัน และถึงแม้จะไม่มีเทคโนโลยี Fast Charging อย่าง VOOC ก็ไม่ต้องเป็นห่วงไป เพราะเครื่องนี้ชาร์จเต็มเร็วมาก ไม่เกิน 2 ชั่วโมงก็เต็มแล้ว

กล้องเซลฟี่ ฟีเจอร์เด่นของแบรนด์ Oppo

Oppo A5s มาพร้อมกับกล้องหลังคู่ 2 เลนส์ความละเอียด 13 และ 8 ล้านพิกเซล พร้อมรูรับแสง f/2.2 ให้ภาพคมชัดและเป็นธรรมชาติ ทั้งองค์ประกอบของรายละเอียดและสีสันที่ปรากฏ

กล้อง หนึ่งในคุณสมบัติชูธงของ Oppo
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo Thailand

ส่วนกล้องหน้าที่เป็นขวัญใจนักเซลฟี่มาหลายรุ่นก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ด้วยความละเอียดถึง 8 ล้านพิกเซลและรูรับแสง f/2.0 ทำให้ถ่ายเซลฟี่ได้สวยสะดุดตา ถูกใจเจ้าของภาพแน่นอน และหากยังไม่จุใจ Oppo ก็ใส่ผู้ช่วยอัจฉริยะอย่าง AI Beauty 2.0 เข้ามาช่วยผู้ใช้ในการแต่งรูป ไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่แบบไหน ถ่ายกับใคร ถ่ายคนเดียวหรือถ่ายกับเพื่อน AI Beauty ก็สามารถจัดให้พร้อมสรรพ ไม่ต้องเปลืองแรงนั่งแต่งเองเลย

ระบบความปลอดภัยแบบรัดกุม เพื่อทุกความเป็นส่วนตัว

เจ้ามือถือเครื่องนี้มีระบบรักษาความปลอดภัยที่ดีเยี่ยม เพราะนอกจากจะมีการใส่ PIN หรือ วาด Pattern เหมือนมือถือรุ่นอื่นๆ แล้ว Oppo A5s ยังแถมมาให้อีกตั้ง 2 ระบบทั้งการใช้ลายนิ้วมือและการสแกนใบหน้า ซึ่งทั้ง 2 ระบบนี้ก็สามารถใช้ได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำไม่มีพลาดอีกด้วย

สเปคอื่นๆ ที่น่าสนใจไม่แพ้กัน

Oppo A5s มีความจำในตัวเครื่องทั้งหมด 32 GB ซึ่งถือว่าเยอะพอสมควร แต่เรายังสามารถเพิ่มได้ถึง 256 GB เลยทีเดียว จุใจทุกการใช้งานของทุกคนแน่นอน มาพร้อมกับถาดใส่ซิมส์ที่อยู่ติดกัน ซึ่งสามารถใส่ได้ถึง 2 Nano-sims เลยทีเดียว

ส่วนในเรื่องของสี A5s ก็มีมาให้ผู้ที่สนใจเลือกถึง 3 สีด้วยกันไม่ว่าจะเป็นสีมหาสมุทร (Ocean Blue) สีแดงสด (Lipstick Red) และสีดำสุดคลาสสิค (Black) ซึ่งใครชอบสีไหนก็จับจองกันได้ตามสะดวกเลย

ครบครัน คุ้มราคา
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo

ควรซื้อดีไหมนะ

หากใครกำลังมองหามือถือที่มีคุณสมบัติครบครันในทุกมิติการใช้งาน ทั้งทำงาน เล่นเกมหรือถ่ายภาพ และยังมีแบตเตอรี่ที่ครอบคลุมการใช้งานตลอดทั้งวันอีกด้วย Oppo A5s ก็ถือเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ดีและมองข้ามไม่ได้เลย

Oppo A5s วางจำหน่ายในราคาเปิดตัวเพียง 4,999 บาทเท่านั้น เรียกได้ว่าราคาเกินคุ้มมากๆ ขอเชียร์ให้รีบมาเป็นเจ้าของเจ้า Oppo A5s เครื่องนี้กันด่วนๆ

รีวิวจุดเด่น Oppo A3s มือถือจอใหญ่ แบตจุ คุ้มราคา

รีวิวจุดเด่น Oppo A3s มือถือจอใหญ่ แบตจุ คุ้มราคา

ใครหลายคนในช่วงนี้อาจกำลังมองหามือถือคู่ใจเครื่องใหม่ให้กับตัวเองอยู่ ซึ่งนี่ก็เป็นอีกช่วงเวลาหนึ่งที่แต่ละแบรนด์พากันเปิดตัวมือถือของตัวเองกันอย่างคับคั่ง จนอาจทำให้ผู้ที่กำลังลังเลถึงกับตาลายไปกับตัวเลือกมากมายเหล่านี้

วันนี้ผมจึงขอเสนอตัวเลือกดีๆ ให้กับทุกคน ด้วยมือถือสเปคโหดเถื่อนแต่ราคาจิ้มลิ้มอย่างเจ้า Oppo A3s มาให้ทุกคนได้ทำความรู้จักกัน ต้องบอกทุกคนก่อนเลย ว่าทั้งหมดที่ผมกำลังจะพูดเกี่ยวกับเจ้ามือถือตัวนี้ อยู่ในราคาที่จ่ายไปห้าพันบาทยังมีเงินทอน!

รูปลักษณ์ที่สวยงามทั้งภายนอกและภายใน

Oppo A3s มาพร้อมกับบอดี้ที่มีน้ำหนักเพียง 168 กรัม เบาแบบจับถนัดมือ ด้านหลังของตัวเครื่องเป็นกระจกเงาสะท้อนแสงสวย ตัวเครื่องบริเวณขอบหน้าจอก็โค้งมนอย่างมีเอกลักษณ์ ตัวเครื่องมีให้เลือกสองสีด้วยกันคือ สีม่วงหม่น (Dark-purple) และแดงคลาสสิค (Classic-Red)

ไต่ขึ้นมาที่หน้าจอซึ่งมีความละเอียดแบบ FHD ให้ภาพสวยด้วยสีสันและความคมชัดเต็มตาพร้อมกับ Notched Display หรือหน้าจอแสดงผลแบบขอบโค้งทันสมัย สรุปคือดีไซน์ภายนอกไม่ทำให้ผิดหวัง สมกับเป็น Oppo เช่นเคย

ภายในเครื่องก็มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ ColorOS 5.1 ทำงานบน Android เวอร์ชัน 8.1 หรือ Oreo ที่ออกแบบแอปพลิเคชันพื้นฐานได้อย่างสวยงามสะดุดตา น่าใช้มากๆ

รูปทรงสวยงาม หรูดูดี
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo Thailand

ขุมพลังของเหล่าเกมเมอร์และสายทำงาน Multi-task

Oppo A3s มาพร้อมกับชิปซีพียู Snapdragon 450 ซึ่งมีการทำงานแบบ Octa-core (8 คอร์) มอบประสบการณ์การทำงานที่เร็วและลื่นไหล ไม่มีสะดุดตลอดทั้งวัน แถมไม่ทำเครื่องร้อน (Overheating) ระหว่างการใช้งานอีกด้วย ทีนี้ ไม่ว่าคุณจะต้องใช้งานแอพหลายตัวพร้อมกัน หรือต้องปะทะกับเพื่อนในสมรภูมิเดือดอย่าง PUBG Mobile ก็ไม่หวั่น

และถ้าหากว่ายังไม่พอ เจ้ามือถือเครื่องนี้ยังมี Game Mode โหมดเฉพาะทางเหล่าเกมเมอร์ เพื่อรีดประสิทธิภาพของซีพียูแบบเต็มสูบ และยังสามารถตัดทุกการรบกวนระหว่างการเล่น ไม่ว่าจะเป็นข้อความในแชทหรือสายโทรเข้า ซึ่งระบบนี้จะช่วยให้ผู้ใช้เล่นเกมได้อย่างไร้กังวล ไม่ติดขัด หัวเสียเพราะเกมกระตุกหรือถูกสายเข้าขัดจังหวะแน่นอน

อยากดูหนังและตอบแชทเพื่อนพร้อมกันได้ไหมนะ

ได้สิ เพราะ Oppo A3s มีระบบการทำงานพร้อมกันสองหน้าจอ หากต้องการดู YouTube และเม้าส์กับเพื่อนเรื่องสัพเพเหระไปพร้อมกัน ก็แค่ใช้ 3 นิ้วลากหน้าจอลง ก็จะมีหน้าต่างให้เลือกแอฟพลิเคชันที่ต้องการใช้พร้อมกันทันที

ความปลอดภัยต้องมาก่อน กับระบบสแกนใบหน้าอัจฉริยะ

ใครที่คิดว่าตัวเองเป็นคนมีความลับเยอะ แล้วอยากจะเพิ่มความปลอดภัยในการใช้งานมือถือก็หมดห่วง เพราะ Oppo A3s มอบความปลอดภัยแบบสองชั้นโดยการเพิ่มระบบสแกนใบหน้าให้กับตัวเครื่อง ซึ่งการทำงานถือว่ารวดเร็วและแม่นยำไม่แพ้มือถือรุ่นๆ อื่นเลย

แบตเตอรี่จุใจเพื่อการทำงานและความบันเทิง

สำหรับผู้ที่ต้องใช้มือถือในการทำงานทั้งวันทั้งคืน และไม่มีเวลาในการชาร์จระหว่างวัน ก็ถือว่าอุ่นใจได้เลย เพราะด้วยแบตเตอรี่ที่มีมาให้ถึง 4,250 mah ที่ทำให้การใช้งานตลอดวันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ ไม่ว่าจะติดต่อคุยงาน เดินสายหาลูกค้า แม้กระทั่งดูซีรีส์มาราธอนหรือเล่นเกมยันสว่าง

ส่วนใครที่กลัวว่าจะต้องใช้เวลาในการชาร์จนานแน่ๆ เลยกับแบตความจุขนาดนี้ ก็คลายความกังวลไปได้เลย เพราะ Oppo A3s เครื่องนี้มีระบบชาร์จเร็วแบบ 20w หรือ VOOC Charging อยู่ หมดห่วงเรื่องใช้เวลาชาร์จหลายชั่วโมง เพราะต่อให้เสียบชาร์จแค่ครึ่งชั่วโมงก็สามารถใช้ได้ตลอดทั้งวัน

กล้องหน้าเซลฟี่ จุดแข็งของ Oppo ที่ห้ามมองข้าม

Oppo A3s มีกล้องหน้าคู่ที่มีความละเอียด 13 และ 2 ล้านพิกเซล ให้ความละเอียดคมชัดในทุกการถ่ายภาพ และกล้องหน้าคุณภาพที่ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล พร้อมโหมดขวัญใจนักเซลฟี่อย่าง Portrait mode (โหมดบุคคล) และหน้าชัดหลังละลาย

Oppo A3s
กล้องสวย รวยลูกเล่น
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo Thailand

ไม่หมดแค่นั้น Oppo A3s ยังมี AI Beauty 2.0 ที่ช่วยปรับแต่งรูปภาพ ไม่ว่าจะถ่ายเดี่ยวหรือถ่ายกลุ่ม ถ่ายในร่มหรือกลางแจ้ง ก็ออกมาอย่างสวยงาม ดูดี โดยที่ผู้ใช้ไม่ต้องออกแรงปรับแต่งเองให้เหนื่อยเลย

นอกจากนี้ Oppo A3s ยังมีคุณสมบัติเหล่านี้ด้วยนะ

  • ความจุของแรมอยู่ที่ 2 GB และมีความจุ 16 GB ส่วนรุ่นที่มีความจุแรม 3 GB จะมีความจุ อยู่ที่ 32 GB (ราคาของรุ่น 32 GB ตอนนี้อยู่ที่ 4,999 บาท)
  • รองรับสัญญาณมือถือสูงสุด 4G จากทุกผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือในประเทศไทย
  • มีช่องใส่ซิม Nano-sim ได้ 2 ซิม และช่องใส่ Micro SD card อีก 1 ช่อง
ครบครันทุกฟังก์ชันการใช้งาน
ขอขอบคุณรูปภาพจาก Oppo Thailand

ฟันธงก่อนซื้อ

สรุปเลย ในราคาเพียง 5,000 บาท ต้องบอกว่า Oppo A3s น่าจะกลายเป็นขวัญใจของใครหลายๆ คนได้อย่างไม่ยากเย็น เพราะเหมาะกับผู้ใช้งานทุกประเภท

ด้วยซีพียูที่แรงและมีประสิทธิภาพสูง ให้การทำงานลื่นไหลไม่มีสะดุด กล้องเซลฟี่ที่มีผู้ช่วยในการแต่งภาพครบครัน ตบท้ายด้วยแบตเตอรี่ที่สามารถใช้งานได้ตลอดทั้งวัน ไม่ว่าจะทำงาน เล่นเกม ดูหนังหรือฟังเพลง ตอบโจทย์ทุกการใช้งานแน่นอน

วิธีถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์มให้สวยแจ่ม พร้อมอวดลง IG

วิธีถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์มให้สวยแจ่ม พร้อมอวดลง IG

กลับมาอีกครั้งกับกระแสของกล้องฟิล์มที่เห็นได้จากเหล่าดารา หรือศิลปินมากมายที่กลับมาย้อนยุค รำลึกวันเก่าๆ ด้วยเสน่ห์อันเหลือล้น โทนภาพที่หาไม่ได้ในกล้องดิจิทัล จึงทำให้กล้องฟิล์มได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่เค้าทำกันอย่างไรล่ะ?? ถึงได้เอาภาพสวยๆจากม้วนฟิล์มมาลงไว้ได้ในโซเชียลต่างๆ วันนี้เราจะพามาดูกันว่ามีขั้นตอนความยากลำบากอย่างไรกันบ้างกว่าจะได้ภาพแต่ละภาพ

1. เลือกชนิดของม้วนฟิล์ม

ฟิล์มแต่ละแบบนั้นให้ความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของโทนสี ความอิ่มของสี หรือความไวของแสง ซึ่งเราควรเลือกฟิล์มให้เหมาะสมกับสิ่งที่เราจะนำไปถ่ายภาพในแต่ครั้ง เพื่อให้เกิดความเข้ากันของโทนสีกับสถานที่ หรือรวมไปถึงตัวนายแบบ/นางแบบที่จะถ่าย แต่ถ้าหากให้พูดถึงฟิล์มทั้งหมด บอกเลยว่าเล่าทั้งวันคงไม่จบแน่ๆ จึงมีวิธีเลือกฟิล์มง่ายๆที่ดูได้จากค่า ISO (ค่าความไวของแสง) ที่เห็นได้จากหน้ากล่องฟิล์มตอนที่ซื้อมาได้ จากตัวอย่างตามนี้เลย!!

  • ISO200 เป็นฟิล์มที่มีค่าความไวแสงต่ำ ทำให้เวลาถ่ายภาพนั้น ควรไปสถานที่ที่มีแสงแรงๆ หรือง่ายๆก็คือเหมาะกับการถ่ายภาพช่วงกลางวันกับถ่ายกลางแจ้งนั่นเอง
  • ISO400 เป็นฟิล์มที่มีค่าความไวแสงกลางๆ ทำให้รับแสงได้ดีขึ้น ถ่ายได้ง่ายขึ้น เป็นฟิล์มที่มีติดตัวไว้แล้วล่ะ อุ่นใจได้เลยว่าอย่างน้อยภาพที่ได้นั้นไม่ว่าจะถ่ายช่วงแดดแรงๆ หรือแสงน้อยๆก็ยังสามารถที่จะได้เป็นอย่างดี
  • ISO800 เป็นฟิล์มที่มีค่าความไวแสงสูง ทำให้เหมาะอย่างมาที่จะถ่ายในช่วงแสงน้อยๆ อย่างเช่นช่วง Twilight Time (ช่วงเวลา 5 โมง – 6 โมงเย็น) หรือแม้กระทั่งถ่ายกลางคืนเลยก็ยังได้

Tips : ดังนั้นการเลือกฟิล์มให้เหมาะสมนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ภาพของคุณออกมาดูดีและสวยแจ่ม!!

2. เลือกระยะของเลนส์

ระยะของเลนส์ที่เลือกมาใช้นั้นก็เป็นสิ่งที่ควรดูว่าเราต้องการให้ภาพของเรานั้นออกมาเป็นอย่างไร ในกรณีที่กล้องสามารถเปลี่ยนเลนส์ได้นั้นจะง่ายหน่อยเพราะสามารถเปลี่ยนเลนส์ไปตามสถานการณ์ต่างๆได้ แต่ถ้าเป็นกล้องคอมแพคฟิล์มแล้วล่ะก็ ต้องดูองค์ประกอบต่างๆ หากนำกล้องฟิล์มมาถ่ายวิวทิวทัศน์นั้นควรเลือกเลนส์ที่มีความกว้าง สามารถเก็บภาพได้ทั่วถึงอย่างกล้องที่มีเลนส์ระยะ 28 – 35 mm. และถ้าจะนำกล้องฟิล์มมาถ่ายบุคคลแล้วล่ะก็ เราควรนึกไว้ว่าสิ่งที่เน้นจริงๆคือ “บุคคล” เลนส์ที่เหมาะจึงเป็นเลนส์ที่อาจจะมีระยะที่แคบลงมาเพื่อให้แบบที่ถูกถ่ายนั้นโดดเด่นออกมา ซึ่งระยะควรจะเป็น 35 mm. ขึ้นไป อยู่ที่ความชอบและความถนัดของแต่ละคน นั่นเอง

3. การล้างและการสแกนฟิล์ม

เป็นสิ่งที่หลายๆคนอาจจะไม่รู้ว่า เอ๊ะ!!?? จะเอาภาพจากกล้องฟิล์มมาลงในโซเชียลได้ยังไง คำตอบอยู่ตรงนี้เลย!!

เริ่มจากการล้างฟิล์มก่อนเป็นลำดับแรกเลย การล้างฟิล์มนั้นคือการนำม้วนฟิล์มที่ถ่ายเสร็จแล้วนั้นมาทำการล้างด้วยน้ำยา ซึ่งฟิล์มแต่ละแบบก็ใช้น้ำยาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งการล้างฟิล์มนั้นก็เป็นสิ่งที่ชี้ชะตาของสีฟิล์มเป็นอย่างมาก หากล้างได้ไม่ดีแล้วล่ะก็ อาจจะทำให้สีฟิล์มนั้นๆเพี้ยนไปเลยก็ได้ ซึ่งในปัจจุบันยังมีร้านอยู่ไม่น้อยที่รับล้างฟิล์ม อยู่ที่การเลือกร้านและลองผิดลองถูก เพื่อดูสไตล์การล้างในแบบที่ชอบ

ต่อด้วยการสแกนฟิล์มซึ่งจะมาควบคู่กันกับการล้างฟิล์ม และเป็นขั้นตอนสุดท้ายก่อนที่จะทำให้ได้ภาพจากม้วนฟิล์มมาเป็นไฟล์ดิจิทัฃสำหรับไว้ลงในโซเชียลต่างๆแล้ว ซึ่งเป็นบริการที่มาควบคู่กับการล้างฟิล์ม ดังนั้นการเลือกร้านที่รับล้างและสแกนนั้นจึงสำคัญมากๆ ทั้งความความประณีตและความเอาใจใส่ในฟิล์ม จะทำให้ภาพที่เราลำบากในการถ่ายแต่ละภาพนั้นสามารถเก็บความทรงจำของเราไว้ได้

ถ้าทำตามทุกขั้นตอนที่กล่าวมา ทีนี้เราก็จะได้ภาพสวยๆสำหรับลง IG พร้อมอวดเพื่อนๆเรียบร้อยแล้ว สำหรับมือใหม่ที่กำลังสนใจจะลองถ่ายภาพด้วยกล้องฟิล์มแล้ว ก็สามารถมองหากล้องฟิล์มสักตัวเพื่อมาลองผิดลองถูก นำมาถ่ายเพื่อเก็บไว้เป็นส่วนหนึ่งของความทรงจำ หรือใครมีกล้องฟิล์มคุณภาพดีที่ไม่ใช้แล้ว เข้ามาเลยที่ Kaidee