ซื้ออะไรให้แม่ดี ? ของขวัญแม่ ต้องน้ำมันหอมระเหยช่วยบรรเทาโรค

ซื้ออะไรให้แม่ดี ? ของขวัญแม่ ต้องน้ำมันหอมระเหยช่วยบรรเทาโรค

เมื่อถึงวันเกิดคนในบ้านอย่าง ‘คุณแม่’ คนเป็นลูกอย่างเราย่อมอยากมอบของขวัญที่ดีที่สุดให้แก่คนที่เรารักอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ว่าของขวัญชิ้นใดกันที่จะเข้ากันกับแม่ของเรา และแสดงถึงความห่วงใยได้เป็นอย่างดี 

แม่ของเรานั้นมีอายุเพิ่มขึ้นทุกวัน ของขวัญเพื่อสุขภาพก็เป็นหนึ่งในทางเลือกที่ดี แต่หากให้เครื่องดื่มบำรุงร่างกายหรือยาบำรุงอาจเป็นสิ่งที่คุณแม่ของหลายคนไม่ปลื้มนัก เช่นนั้น ลองมารู้จัก ‘น้ำมันหอมระเหย’ กันดูไหมคะ  

น้ำมันหอมระเหยคือกลิ่นที่สกัดมาจากดอกไม้หรือใบไม้ เป็นกลิ่นธรรมชาติที่ช่วยบรรเทาโรคหลายอย่างได้ และทำให้ห้องมีกลิ่นหอมชวนสบายใจ ทั้งยังมีตั้งแต่ราคาต่ำจนถึงค่อนข้างสูง สามารถเลือกได้ในทุกระดับราคากันเลยทีเดียว 

วิธีการใช้น้ำมันหอมระเหย 

ผลิตภัณฑ์ของน้ำมันหอมระเหยสามารถแบ่งได้ 2 ประเภท

  1. ขวดน้ำมันหอมระเหยพร้อมก้านไม้ : นำก้านไม้แห้งปักลงไปในขวดน้ำมันหอมระเหยและปล่อยให้ก้านไม้ดูดซับน้ำมันขึ้นมาและกลิ่นจะลอยออกจากก้านไม้ส่งกลิ่นอบอวลไปทั่วห้อง สามารถจัดวางไว้บนโต๊ะทำงานหรือข้างหัวเตียง
  2. เครื่องพ่นไอน้ำอโรม่า : เครื่องพ่นไอน้ำอโรม่านั้นใช้จะต้องเติมน้ำเปล่าลงไปเพื่อนำไปผสมกันกับตัวน้ำมันหอมระเหยที่เป็นขวดเล็กๆ โดยใช้น้ำมันหอมระเหยครั้งละ 3 หยดก็เพียงพอ เมื่อจะใช้งานให้เสียบปลั๊กและเปิดเครื่อง เครื่องจะพ่นไอน้ำเป็นควันฟุ้งหอมของกลิ่นน้ำมันหอมระเหยอบอวลไปทั่วห้องของเราในเวลาไม่กี่นาที แถมบางเครื่องยังมีลูกเล่นไฟสวยๆ เป็นของประดับห้องได้อีกด้วย 

นอกจากเรื่องวิธีการใช้น้ำมันหอมระเหยแล้ว สิ่งสำคัญอีกอย่างที่ควรรู้ก่อนซื้อก็คือ คุณประโยชน์ของแต่ละกลิ่นนั้นสามารถช่วยบรรเทาโรคได้อย่างไรบ้าง

คุณประโยชน์ของแต่ละกลิ่นมีอะไรบ้าง ?

1.กลิ่นลาเวนเดอร์ (Lavender)

กลิ่นดอกลาเวนเดอร์ถือเป็นกลิ่นสุดฮิตที่หลายคนน่าจะรู้จักเเป็นอย่างดี กลิ่นหอมหวานอันแสนอบอวลของเจ้าดอกไม้ชนิดนี้ จะทำให้ผู้ที่มีอาการนอนไม่หลับสามารถนอนหลับได้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยให้ตื่นนอนขึ้นมาได้สดชื่นดีขึ้นอีกด้วย หากคุณแม่ของใครมีเรื่องเครียดวิตกกังวลหรือนอนไม่หลับอยู่บ่อยๆ กลิ่นลาเวนเดอร์ย่อมเป็นของขวัญที่ดีชิ้นหนึ่งเลยล่ะค่ะ

2.กลิ่นยูคาลิปตัส (Eucalyptus)

กลิ่นต่อมาเป็นกลิ่นสุดแมสที่น่าจะเคยได้ยินชื่อผ่านๆ กันมาบ้างก็คือ กลิ่นของต้นยูคาลิปตัส ที่มีกลิ่นหอมสะอาดและมีความชื้นเล็กๆ ให้ความรู้สึกเสมือนตัวคุณยืนอยู่อยู่ในป่าท่ามกลางแมกไม้ในรุ่งอรุณหลังคืนฝนพรำ

กลิ่นของยูคาลิปตัสจะช่วยบรรเทาอาการภูมิแพ้ และ อาการคัดจมูก หายใจไม่ออกเนื่องจากเมือกในโพร่งจมูกบวมได้ ยิ่งไปกว่านั้นยังจะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวด้วย คุณแม่คนไหนที่มีอาการคัดจมูกควรลองนำไปประดับไว้ในห้องนอนข้างหัวเตียงดูนะคะ

แนะนำให้ผสมกลิ่นร่วมกับเครื่องพ่นไอน้ำอโรม่าจะยิ่งได้ประสิทธิภาพที่ดีขึ้นไปอีก เพราะเครื่องพ่นอโรม่าจะช่วยเพิ่มความชื้นในอากาศและลดฝุ่นที่เป็นจุดที่ทำให้คนเป็นภูมิแพ้หลายคนคัดจมูกได้ดีอีกด้วย

แต่ข้อควรระวังคือกลิ่นยูคาลิปตัสค่อนข้างแรง หากใช้กับเครื่องพ่นไอน้ำอโรม่า ควรหยดครั้งละ 1-2 หยดก็เพียงพอแล้วค่ะ

3.กลิ่นเปปเปอร์มินต์ (Peppermint)

ใบมินต์ถูกนำไปแปรรูปไปเป็นกลิ่นในผลิตภัณฑ์หลายอย่างที่เราสามารถเห็นได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็น ชา ไอศกรีม ครีมอาบน้ำ และอีกต่าง ๆ นานา

ด้วยกลิ่นที่มีเอกลักษณ์อันหอมหวานและสดชื่นของใบเปปเปอร์มินต์ ทำให้เมื่อนำมาสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยจะช่วยให้ชีวิตประจำวันของคุณสดชื่นขึ้นอีกหลายเท่า

กลิ่นหอมสบายจมูกของใบมินต์จะช่วยกระตุ้นให้คุณมีสมาธิที่แจ่มใส ตื่นตัว ไม่ค่อยง่วง ทั้งยังช่วยให้คุณมีความจำที่ดีอีกด้วย หากคุณแม่ต้องทำงานในช่วงเช้าตรู่และต้องนอนดึก กลิ่นเปปเปอร์มินต์เป็นสิ่งที่น่าจะตอบโจทย์ท่านได้ดีมากขึ้นค่ะ

4.กลิ่นกุหลาบ  ( Rose)

กลิ่นอันแสนคุ้นเคยของใครหลายคน กลิ่นนี้จัดเป็นหนึ่งในกลิ่นยอดนิยมเลยทีเดียว นอกจากความนิยมเนื่องจากกลิ่นดอกไม้แสนหวานละมุนแล้วนั้น กลิ่นของดอกกุหลาบยังสามารถช่วยฟื้นฟูผิวให้ เต่งตึงกระชับ ลดริ้วรอย ได้ดีอีกด้วย ทั้งยังสามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว รับรองว่าคุณสมบัติของกลิ่นนี้คุณแม่ต้องปลื้มแน่นอนค่ะ

5.กลิ่นทีทรี (Tea Tree)

สำหรับทีทรีนั้น เป็นต้นไม้ที่มาจากประเทศออสเตรเลีย ซึ่งกลิ่นทีทรีนั้นจะคล้ายคลึงกับกลิ่นของต้นยูคาลิปตัสแต่มีกลิ่นที่อ่อนกว่า จะเป็นลักษณะของกลิ่นหอมสะอาดเหมือนอยู่ในสวนต้นไม้หลังบ้านในยามบ่ายระหว่างมื้อน้ำชา

ประโยชน์ของกลิ่นทีทรีนั้นมีคุณสมบัติในการช่วยลดอาการอักเสบของสิว ลดแบคทีเรียซึ่งเป็นจุดกำเนิดของสิว รวมถึงช่วยป้องกันแมลงหรือสัตว์กัดต่อยได้ดี

สำหรับกลิ่นนี้อ่อนโยนเหมาะกับทุกสภาพผิวเลยล่ะค่ะ ยามกลางคืนหากได้เจ้ากลิ่นนี้ประดับไว้ในห้องคงดีไม่น้อยเลยค่ะ

หลังจากทราบลักษณะของแต่กลิ่นรวมถึงคุณประโยชน์ไปแล้ว หากจะให้ดีตรงใจคุณแม่ยิ่งขึ้น ลองเปรย ๆ ว่าคุณแม่ชอบกลิ่นแนวไหนดูก่อนนะคะ จะได้กลิ่นที่ถูกใจท่านมากขึ้นแถมยังได้ประโยชน์คูณสองเข้าไปอีก สำหรับใครที่ไม่สะดวกจะไปเดินห้างหรือทราบว่ากลิ่นเป็นอย่างไรอยู่แล้ว

สามารถช้อปออนไลน์ได้ที่ Kaidee ก็ถือเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกให้คุณสามารถหาของขวัญที่ดีให้แก่
คุณแม่ได้โดยไม่ต้องแอบคุณแม่ไปห้างหรือรีบตรงดิ่งไปห้างหลังเลิกงานอีกต่อไปค่ะ

รวม 10 รถซิ่งยุค 90 สุดคลาสสิคตลอดการ

รวม 10 รถซิ่งยุค 90 สุดคลาสสิคตลอดการ

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในช่วงๆหนึ่งรถสปอร์ตของฝั่งด้านเอเชียอย่างญี่ปุ่นนั้น เข้ามาบทบาทอย่างน่าเหลือเชื่อทั้งในอุตสาหกรรมภาพยนตร์หรือแม้กระทั่งรถเหล่านี้ถูกนำเข้าและจัดจำหน่ายภายในประเทศของเราเช่นกัน นั่นจึงเป็นสาเหตุที่ว่าใครก็ตามที่ได้เห็นรถเหล่านี้เป็นต้องใจคล้อยตามและอยากได้เป็นอย่างแน่นอน

1.Toyota Supra

เป็นหนึ่งรถตำนานที่เรียกได้ว่าทาง Toyota ผลิตออกมาแล้วดัง!! เป็นพลุแตก และต่างเป็นที่รู้จักกันดี โดยเอกลักษณ์โดดเด่นของ Toyota Supra นั้นมาจากเครื่องยนต์ที่วางอยู่ใต้กระโปรงหน้านั้น เป็นเครื่องยนต์ 6 สูบเรียง 2JZ-GTE หรื่อที่คนไทยนั้นเรียกว่า เครื่อง 2J นั่นเอง ซึ่งรุ่นที่ได้ความนิยมเป็นอย่างมากคงหนีไม่พ้น Generation 4 ที่ถูกนำไปเป็นรถยนต์ในภาพยนตร์อย่าง The Fast and Furious ภาคแรก ยิ่งทำให้รถสปอร์ตรุ่นนี้ดังอย่างไม่ต้องสงสัย

  • เครื่องยนต์ : 2JZ-GTE
  • ขนาดเครื่องยนต์ : 2,997 cc
  • แรงม้า : 280
  • อัตราเร่ง ตั้งแต่ 0-100 กม. : 4.6 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด : 257 กม./ชม.

2.Mazda RX-7

ใครที่ชอบรถสปอร์ตต้องรู้จักอย่างแน่กับขุมพลังแห่งเครื่องยนต์โรตารี่ (เครื่องยนต์ไร้ก้านลูกสูบ) ที่ให้เสียงที่มีความโดดเด่นไม่เหมือนใคร ขับไปที่ไหนคนต่างต้องมองหาอย่างแน่นอน รวมไปถึงรูปร่างหน้าตาที่มีความล้ำสมัย โฉบเฉี่ยว ที่มาพร้อมกับชุดแต่ง Re-Super G ทำให้ Mazda RX-7 เป็นรถดีไซน์อนาคตอย่างมากในยุคสมัยนั้น จึงทำให้รถรุ่นนี้ครองใจใครหลายๆคน

  • เครื่องยนต์ : Renesis Rotary
  • ขนาดเครื่องยนต์ : 1,300 cc
  • แรงม้า : 276
  • อัตราเร่ง ตั้งแต่ 0-100 กม. : 5.1 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด : 250 กม./ชม.

3.Datsan Fairlady 280ZX

หลายๆคนอาจจะไม่ค่อยรู้จักแบรนด์ Datsan มากนัก แต่หากพูดว่ามันคือแบรนด์ดังอย่าง Nissan ทุกคนต้องร้องอ๋ออย่างแน่นอน Datsan Fairlady 280ZX เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่ผลิตก่อนที่จะรีแบรนด์นั่นเอง รถรุ่นนี้เคยไปสร้างความโดดเด่นในการแข่งขันดริฟต์และคว้าแชมป์ รวมไปถึงรูปทรงของไฟหน้าที่เป็นทรงกลมสุดน่ารัก แต่ทว่าหน้าตาขัดกับความแรงอย่างสิ้นเชิง เพราะ Fairlady นั้นมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 6 สูบแบบวางตรง จึงทำให้รถรุ่นนี้ทำยอดขายได้เป็นจำนวนมาก

  • เครื่องยนต์ : L28 inline-six
  • ขนาดเครื่องยนต์ : 2,758 cc
  • แรงม้า : 145
  • อัตราเร่ง ตั้งแต่ 0-100 กม. : 7.4 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด : 210 กม./ชม.

4.Nissan GT-R Skyline R32

โมเดลระดับตำนานอย่าง GTR ที่ออกมาโลดแล่นและเป็นที่นิยมจนได้รับฉายา “ก็อตซิล่าแห่งท้องถนน” เรียกได้ว่านำรถรุ่นนี้ไปลงสนามไหน ชนะสนามนั้นอย่างแน่นอน มาพร้อมกับเครื่องยนต์ RB 5 สปีดรุ่นแรกในญี่ปุ่นอีกด้วย และอีกหนึ่งเอกลักษณ์อย่างหนึ่งที่โดดเด่นและเห็นได้ชัดที่มีมาจนถึงรุ่นปัจจุบันนั่นก็คือ ไฟท้ายโดนัทสองดวงที่ราวกับเป็นตาจ้องมองรถยนต์คันไหนก็ตามที่อยู่ข้างหลัง ราวกับโดนกดดัน เป็นเสน่ห์ที่ชวนหลงใหลและดึงดูให้อยากลงสัมผัสการขับขี่ของรถรุ่นนี้เป็นอย่างแน่นอน

  • เครื่องยนต์ : RB20DETT
  • ขนาดเครื่องยนต์ : 2,568 cc
  • แรงม้า : 280
  • อัตราเร่ง ตั้งแต่ 0-100 กม. : 5.6 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด : 260 กม./ชม.

5.Mitsubishi Lancer Evolution V

เป็นรถสปอร์ตน้อยรุ่นที่จะเป็น 4 ประตูเหมือนรถยนต์ครอบครัวทั่วไป แต่ไม่ใช่เลย!! เพราะว่า Lancer Evolution V เป็นรถสปอร์ตอย่างเต็มตัวแน่นอน ถึงขั้นนำไปลงแข่งรถสปอร์ตแรลลี่ ให้แรงม้าที่สูง มาพร้อมกับไฟหน้าถึง 4 ดวง แรงแสบตา ขับขี่สนุกได้แม้ในยามกลางคืน เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับนั่งซิ่งสาย Midnight

  • เครื่องยนต์ : In-line 4
  • ขนาดเครื่องยนต์ : 1,997 cc
  • แรงม้า : 280
  • อัตราเร่ง ตั้งแต่ 0-100 กม. : 4.9 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด : 260 กม./ชม.

6. Acura NSX

หากมองเป็นแบรนด์ Acura คนที่ได้ยินคงคิดว่าว่ามันคืออะไร แต่หากพูดว่ามันคือ Honda แล้วล่ะก็น่าจะเป็นที่รู้จักอย่างดี NSX เป็นตัวย่อที่มาจากคำว่า ”New Sportcar Experimental” และได้รับฉายาว่า Ferrari แห่งญี่ปุ่น ด้วยโครงสร้างของตัวถังที่ให้ความเท่ราวกับรถสปอร์ตยุโรป ซึ่งมีแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก เครื่องบิน F16 รวมไปถึงเครื่องยต์ที่ใช้ก้านสูบไทเทเนี่ยม เจ้าแรกของโลก มาพร้อมกับเครื่องยนต์ V6 3.0 ลิตร VTEC เอกลักษณ์ของทาง Honda ให้อารมณ์รถยนต์ให้เทอร์โบมาด้วย

  • เครื่องยนต์ : V6 C30A VTEC
  • ขนาดเครื่องยนต์ : 2,977 cc
  • แรงม้า : 270
  • อัตราเร่ง ตั้งแต่ 0-100 กม. : 5.5 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด : 250 กม./ชม.

7. Subaru Impreza

รถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหน้า ที่ในยุคนั้นเรียกได้ว่าใครไม่รู้จักถือว่าเชยเอามากๆ เพราะในยุคนั้นรถยนต์ส่วนใหญ่จะขับเคลื่อนด้วยล้อหลังเป็นส่วนมาก ทำให้ Subaru Impreza แตกต่างจากยี่ห้ออื่นๆ อีกทั้งยังมีเครื่องยนต์วางนอนที่เป็นเอกลักษณ์ ที่ใช้มาจนถึงปัจุบัน ก็มาจากรุ่นนี้ โดยรุ่นที่ทำให้เป็นที่นิยมขึ้นมาเลยคือ WRX และ WRX STi แรงม้าสูง อีกทั้งยังมีรูปร่างหน้าตาที่หล่อเหลาเอาอย่างมาก

  • เครื่องยนต์ : 4A-GE
  • ขนาดเครื่องยนต์ : 2,977 cc
  • แรงม้า : 270
  • อัตราเร่ง ตั้งแต่ 0-100 กม. : 5.5 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด : 250 กม./ชม.

8. Toyota AE86

เป็นรถยนต์ในตำนานที่เป็นรู้จักมาจากการ์ตูนสุดฮิตในยุค 90 อย่าง Initial D โดยการ์ตูนนี้มีเนื้อหาว่าเด็กหนุ่มที่ขับรถ Toyota AE86 แสดงการดริฟรถสุดเท่ลงจากภูเขา ทำให้รถรุ่นนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ซึ่งนอกจากการ์ตูนเรื่องนี้แล้ว รถยนต์คันนี้ยังไปสร้างชื่อเสียงจากการแข่งขันรายการ BTCC ได้ถึงสองสมัยติดกัน ตอกย้ำความแรงและความดุดันของรถยนต์รุ่นนี้

  • เครื่องยนต์ : In-line 4-cyl
  • ขนาดเครื่องยนต์ : 1,587 cc
  • แรงม้า : 123
  • อัตราเร่ง ตั้งแต่ 0-100 กม. : 8.3 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด : 200 กม./ชม.

9. Nissan Silvia S15

หนึ่งในรถที่น่าจะพบเห็นได้ง่ายเอาอย่างมากในสนามแข่งขันแดร็กเรซซิ่ง (การแข่งขันจับเวลาทางตรงระยะทาง 402 เมตร) ด้วยความที่เป็นรถยนต์ที่มีศักยภาพสูง ควบคุมรถรถได้ง่ายและมีน้ำหนักเบา อีกทั้งยังสามารถปรับแต่งรถได้ง่าย ซึ่งความนิยมในสมัยนั้นคือนำรถรุ่นนี้มาดริฟต์กันเป็นส่วนใหญ่ นอกจากนี้รถรุ่นนี้ยังเคยได้ไปโลดแล่นในสนาม Grand Prix Championships และคว้าแชมป์มาได้ในที่สุด ตอกย้ำความนิยมของรถซิ่งยุค 90 ในสมัยนั้นได้เป็นอย่างดี

  • เครื่องยนต์ : SR20DET
  • ขนาดเครื่องยนต์ : 1,998 cc
  • แรงม้า : 250
  • อัตราเร่ง ตั้งแต่ 0-100 กม. : 7.5 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด : 235 กม./ชม.

10. Honda Civic EG 3D

มาถึงรถยนต์สุดซิ่ง 90 รุ่นสุดท้ายกันแล้ว รถยนต์ 3 ประตูยอดฮิต หาซื้อได้ยากมากในสมัยนั้น ด้วยความที่ Civic นั้นไม่เคยทำรถ 3 ประตูมาก่อน ที่สร้างความแปลกใหม่เป็นอย่างมาก รวมไปถึงราคาเปิดตัวไม่แรง และชุดแต่งที่ทำรุ่นนี้เป็นที่นิยมขึ้นมาเลยคือ ชุดแต่งจากทางค่าย SPOON ที่ไม่ว่าใครที่ได้ครอบครองรถรุ่นนี้จะต้องแต่งรถด้วยชุดแต่งนี้กันทั้นนั้น ด้วยความเท่และมีเอกลักษณ์เหนือใคร ส่งให้ Honda Civic EG กลายมาเป็นรถยนต์ในตำนานแห่งยุค 90

  • เครื่องยนต์ : B18C
  • ขนาดเครื่องยนต์ : 1,500 cc
  • แรงม้า : 160
  • อัตราเร่ง ตั้งแต่ 0-100 กม. : 7.3 วินาที
  • ความเร็วสูงสุด : 170 กม./ชม.

สรุปท้ายบทความ

จบกันไปแล้วกับ 10 รถซิ่ง ยุค 90 สุดคลาสสิคที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไร รถยนต์พวกนี้ก็ยังคงครองใจผู้ขับขี่ได้ทุกยุคทุกสมัย หรือในบางรุ่นอาจจะเป็นรถยนต์ในฝันของหนุ่มๆหลายคนก็เป็นได้ ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกสุดเท่ ความเร็วแรงที่ยากเกินกว่าจะตามได้ทัน ไม่ว่าจะขับไปไหนก็อยากให้คนที่ผ่านมาได้มองตามเป็นสายตาเดียวกันอย่างแน่นอน  

ไม่ใช่แค่ปัจจัยความสวยงามและความแรงเท่านั้นที่ทำให้คุณนั้นหลงรักรถยนต์เหล่านี้ แต่เป็นการสานความฝันที่อยากจะมีไวว้ครอบครองจากการได้เห็นรถเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นในสนามแข่ง ภาพยนตร์ หรือจะเป็นบนท้องถนนก็ตาม เมื่อโตขึ้นมาแล้ว มันชวนให้คิดถึงวันวาน

รถเหล่านี้ไม่แปลกใจเลยจริงๆที่หนุ่ม ๆ ต่างฝันไว้ว่าอยากจะครอบครองไว้สักคัน ด้วยความสวยงาม ดุดันและความหายาก ทำให้รถยนต์เหล่านี้มีเสน่ห์อันเหลือล้น ที่หาในรถยนต์ปัจจุบันนี้ไม่ได้แล้ว ใครที่ชอบคอนเทนต์ดีๆสนุกๆ สามรถตามมาติดตามกันได้นะ หรือมองหารถสปอร์ตได้ที่ Kaidee Auto

ครั้งแรก ! ลิเวอร์พูลเปิดตัวชุดแข่งใหม่ภายใต้แบรนด์ Nike

ครั้งแรก ! ลิเวอร์พูลเปิดตัวชุดแข่งใหม่ภายใต้แบรนด์ Nike

Credit: https://www.liverpoolfc.com/

“หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดตัวชุดแข่งขันใหม่สำหรับฤดูกาล 2020-21 ภายใต้แบรนด์ Nike สปอนเซอร์รายใหม่ที่ร่วมมือกันเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ 

หากพูดถึงชุดแข่งของสโมสรลิเวอร์พูล หลายคนคงคุ้นชินกับชุดแข่งสีแดงโดดเด่นอันเป็นเอกลักษณ์ แต่รู้หรือไม่ว่าในอดีต “หงส์แดง” ลิเวอร์พูลเคยมีชุดเหย้าเป็นสีฟ้า-ขาว มาก่อน ถอดแบบมาจากทีมคู่ปรับร่วมเมืองอย่างเอฟเวอร์ตัน โดยใช้ชุดดังกล่าวจนกระทั่งปี 1894 ก่อนที่จะมีการเปลี่ยนมาใช้เสื้อสีแดง กางเกงสีขาวในปี ค.ศ. 1896 และใช้ชุดนั้นมาจนถึงปี ค.ศ. 1964 แต่แล้ว บิลล์ แชงค์ลีย์ ผู้จัดการทีมในตอนนั้นได้ตัดสินใจส่งทีมลิเวอร์พูลลงแข่งกับอันเดอร์เลชต์ พร้อมกับสวมชุดแข่งสีแดงทั้งชุดเป็นครั้งแรกตั้งแต่นั้นมา

Credit: https://www.liverpoolfc.com/

สำหรับเสื้อแข่งขันชุดเหย้าตัวใหม่ของลิเวอร์พูล ยังคงเอกลักษณ์เดิมในรูปแบบเสื้อสีแดง คอวีสีขาว มีแถบสีทีล หรือสีเขียวนกเป็ดน้ำ ซึ่งเป็นสีที่อยู่ในตราสโมสรและเป็นสีประจำเมือง รวมถึงยังเป็นสีบนลิเวอร์เบิร์ด บนอาคารลิเวอร์ที่เป็นแลนด์มาร์กของเมือง อีกทั้งยังเป็นสีที่เคยใช้ในชุดแข่งเมื่อปี 1993-96 โดยการออกแบบนั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากตราสโมสรที่แสดงออกถึงความเคารพมุ่งเน้นไปที่ตัวตนที่แท้จริงของสโมสรลิเวอร์พูล

Credit: https://www.liverpoolfc.com/

ขณะที่ด้านหลังของเสื้อได้มีการปักตัวเลข 96 พร้อมรูปคบเพลิง เพื่อเป็นการรำลึกถึงผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์โศกนาฏกรรมที่ฮิลส์โบโรห์อีกด้วย โดยมีแข้งดังของทีมอย่าง จอร์แดน เฮนเดอร์สัน กัปตันทีมคนสำคัญ, เวอร์จิล ฟาน ไดค์ กองหลังตัวเก่งของทีม และ อลิซอน ผู้รักษาประตูมือหนึ่งมาเป็นแบบในการเปิดตัวครั้งนี้ด้วย

Credit: https://www.liverpoolfc.com/
Credit: https://www.liverpoolfc.com/

หลังจากที่เปิดตัวชุดเหย้าไปแล้ว ไนกี้ได้เตรียมวางแผนเปิดตัวชุดเยือน และชุดที่ 3 ออกมาให้เหล่าแฟนๆ ได้ติดตามกัน นอกจากชุดแข่งใหม่แล้ว ยังมีชุดสำหรับสวมใส่ก่อนลงสนาม เสื้อยืด เสื้อโปโล เสื้อแจ็กเก็ต หมวก ซึ่งบางส่วนได้เปิดให้แฟนลิเวอร์พูลได้จับจองกันแล้วผ่านเว็บไซต์ เรียกได้ว่าถูกใจเหล่าสาวกเดอะค็อปกันอย่างแน่นอน

หากคุณต้องการหาเสื้อฟุตบอลหรืออุปกรณ์อื่นๆ สำหรับกีฬาฟุตบอล

สามารถเข้าไปเลือกซื้อกันแบบจุใจได้ที่ Kaidee กันเลย

Credit: https://www.liverpoolfc.com/
แชร์เทคนิคซื้อลูกสุนัขสำหรับเจ้าของมือใหม่

แชร์เทคนิคซื้อลูกสุนัขสำหรับเจ้าของมือใหม่

การจะเลือกลูกสุนัขสักตัวมาอยู่ในบ้านก็เหมือนการเลือกสมาชิกมาเพิ่มในครอบครัว ทำให้เราต้องพิถีพิถันในการเลือกอย่างมาก เพื่อหลีกเลี่ยงการซื้อลูกสุนัขที่ไม่แข็งแรงและได้ลูกสุนัขที่ตรงใจ โดยทุกวันนี้นอกจากการซื้อลูกสุนัขจากฟาร์มโดยตรง การเลือกซื้อลูกสุนัขตามบ้านก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากการซื้อลูกสุนัขตามบ้าน เรามักได้ราคาที่ถูกกว่าการซื้อจากฟาร์มรวมถึงยังสามารถเข้าเยี่ยมชมลูกสุนัขได้อย่างง่ายดายอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม การเลือกซื้อลูกสุนัขตามบ้าน จำเป็นอย่างมากที่จะต้องรู้เทคนิคและวิธีการสังเกตและตรวจดูลักษณะของลูกสุนัขรวมถึง ข้อควรระวังต่างๆ เพื่อจะได้สมาชิกตัวน้อยที่แข็งแรง สมบูรณ์ตรงใจเราที่สุด วันนี้ Kaidee ก็มีทริคดีๆ ในการเลือกซื้อลูกสุนัขมาฝากทุกคน ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลย

1.หมาน้อยแข็งแรงต้องมาพร้อมความร่าเริง

หนึ่งวิธีง่ายๆ ในการเช็คว่าน้องหมามีความแข็งแรงหรือไม่ ก็คือการดูว่าน้องร่าเริงแค่ไหน โดยการเลือกซื้อลูกสุนัขตามบ้านเราจะดูจากแค่รูปถ่ายหรือวิดีโอไม่ได้ ต้องมีการนัดไปดูตัวจริงของลูกสุนัข ลองใช้เวลาอยู่กับเขาสักพักในที่ๆ เขาคุ้นเคย แล้วลองสังเกตดูว่าน้องวิ่งเล่นปกติ สดใส ร่าเริงหรือไม่ หากลูกสุนัขดูมีนิสัยขี้เล่น มีพลัง ก็ตีความได้ในระดับหนึ่งว่าลูกสุนัขมีความแข็งแรง แต่ถ้าน้องหมาเซื่องซึม ไม่ค่อยวิ่ง เอาแต่นอน ไม่ค่อยทานอาหาร เราก็ต้องลองดูอีกสักระยะ นอกจากนี้การสังเกตอุปนิสัยของสุนัขก็เป็นเรื่องจำเป็น เราต้องลองดูว่าลูกสุนัขตัวนี้มีนิสัยใจคออย่างไร เข้ากับเราได้หรือไม่ บางตัวอาจรักสันโดษ โลกส่วนตัวสูง บางตัวอาจขี้อ้อน เฟรนด์ลี่ ชอบเล่นกับคน เราก็ต้องมาดูกันอีกทีว่าเราต้องการสมาชิกใหม่ที่มีอุปนิสัยอย่างไร

2.ดวงตาคือหน้าต่างของดวงใจ


หลายๆ คนคงเคยได้ยินประโยคที่บอกว่า “ดวงตาคือหน้าต่างของดวงใจ” สำหรับน้องหมาก็เช่นกัน
อวัยวะแรกที่สังเกตได้เด่นชัดที่สุดก็คือดวงตานั่นเอง โดยดวงตาของลูกสุนัขที่สุขภาพกายและใจแข็งแรงนั้น
ตาจะต้องเป็นประกายใส ไม่ขุ่นมัว ปราศจากจุดด่างและฝ้าขาว ที่สำคัญต้องไม่มีขี้ตาและคราบน้ำตาตามดวงตาทั้งสองข้าง นอกจากนี้ให้สังเกตดู ลูกสุนัขที่แข็งแรงจะไม่นำอุ้งเท้าไปขยี้ตาบ่อยๆ โดยไม่จำเป็น ในส่วนของนัยน์ตานั้นสีอาจมีความแตกต่างกันตามสายพันธุ์

3.จมูก ปาก หู ต้องดี


จมูกเป็นอีกหนึ่งอวัยวะที่สามารถบอกได้ว่าน้องหมาป่วยหรือไม่ โดยน้องหมาที่มีสุขภาพดีนั้นจมูกจะต้องมีความชื้นแต่ไม่ถึงขั้นเปียกและที่สำคัญต้องไม่มีน้ำมูกไหล หากมีน้ำมูกเขียว แสดงว่าสุนัขกำลังไม่สบาย ในขณะที่จมูกแห้งไปก็ไม่ดี เพราะนั่นหมายถึงลูกสุนัขมีปัญหาเรื่องสุขภาพนั่นเอง คราวนี้ถึงคิวของปากและฟัน การตรวจดูสุขภาพช่องปากก็เป็นสิ่งสำคัญโดยเหงือกและฟันควรจะสะอาด เหงือกและลิ้นต้องเป็นสีชมพู ไม่ซีดเซียว หากเหงือกซีดอาจ เกิดจากพยาธิซึ่งเป็นอันตรายต่อลูกสุนัข มาในส่วนของหูกันบ้าง หูไม่ควรจะมีขี้หูมากเกินไป ควรจะสะอาด ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่มีอาการบวมแดง เท่านี้ก็ได้ลูกสุนัขที่สุขภาพดี แข็งแรงแล้ว

4.ขอดูประวัติการฉีดวัคซีน


สิ่งหนึ่งที่สำคัญที่สุดก่อนจะเลือกซื้อลูกสุนัขสักตัวคือการขอดูสมุดวัคซีนจากเจ้าของ ไม่ว่าจะเป็นการซื้อที่ฟาร์มหรือบ้าน สมุดวัคซีนถือเป็นสิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้เด็ดขาด โดยจะต้องตรวจเช็คอย่างละเอียดว่าลูกสุนัขมีการฉีดวัคซีนตามกำหนดในแต่ละช่วงอายุรวมถึงได้รับการถ่ายพยาธิหรือไม่ โดยวัคซีนที่จำเป็นหลักๆ ก็จะมีวัคซีนป้องกัน 5 โรค และวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าที่ต้องฉีดให้ครบตามช่วงอายุรวมถึงกระตุ้นซ้ำในทุกปี

5.ดูช้างให้ดูหาง ดูนางให้ดูแม่


พ่อพันธุ์แม่พันธุ์เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สามารถสะท้อนให้เห็นโครงสร้างของลูกสุนัขในอนาคตได้เป็นอย่างดี โดยหากซื้อลูกสุนัขตามบ้าน ส่วนใหญ่แล้วพ่อแม่ก็จะเป็นสุนัขที่เจ้าของเลี้ยงอยู่แล้ว จึงไม่ยากที่จะขอดู โดยวิธีการดูก็คือเราต้องหาข้อมูลเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของสุนัขแต่ละสายพันธุ์ เช่น Jack Russell ต้องเตี้ย ล่ำ เป็นต้น เมื่อเรารู้ข้อมูลพื้นฐานแล้วเราก็ทำการสำรวจพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ได้เลยว่ามีลักษณะโครงสร้างพื้นฐานตรงตามมาตรฐานสายพันธุ์หรือไม่ นอกจากนี้สิ่งหนึ่งที่ลืมไม่ได้คือการถามโรคทางพันธุกรรม ว่าพ่อแม่ของลูกสุนัข มีโรคประจำตัวที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมได้หรือไม่

เป็นไงบ้างคะ ไม่ยากเลยใช่มั้ยสำหรับวิธีการเลือกซื้อลูกสุนัขมือใหม่ที่หากทำกันตาม 5 ข้อที่กล่าวไปนี้ รับรองได้เลยว่าทุกคนจะได้ต้อนรับสมาชิกตัวน้อยที่สุขภาพดี แข็งแรง เข้าสู่ครอบครัว โดยหากสนใจลูกสุนัขไม่ว่าจะพันธุ์ไหนก็ตาม สามารถเลือกซื้อลูกสุนัขที่แข็งแรง ราคาดีได้ผ่านทาง Kaidee และหลังจากนี้ Neptune จะมีเรื่องราวสาระน่ารู้เกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงอะไรมาอีก ฝากติดตามด้วยนะคะ

ส่องวิถีคอนเสิร์ตยุคใหม่ New Normal

ส่องวิถีคอนเสิร์ตยุคใหม่ New Normal

ช่วงโควิดที่ผ่านมาคงทำให้ ‘โลกดนตรี’ ของใครหลายคนเปลี่ยนแปลงไป จากสีสันในชีวิตที่ถูกเติมเต็มด้วยเสียงเพลง กลับต้องแห้งเหี่ยวไร้ชีวิตชีวา ปฏิเสธไม่ได้ว่าวงการเพลงเป็นหนึ่งในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก ทันทีที่เกิดการระบาดของโรค งานแสดงและคอนเสิร์ตจำนวนมากถูกคอนเฟิร์มว่า “แคนเซิล” หรือเลื่อนออกไปแบบไม่มีกำหนด

กลุ่มคนดนตรีที่สร้างความสุขให้เราเสมอมา จำต้องตกอยู่ในสถานะว่างงาน หลายคนผันตัวมาเป็นพ่อค้าแม่ค้าอย่างที่เห็น ส่วนผู้ที่มีดนตรีในหัวใจต่างก็โหยหาความสุนทรีย์ด้านนี้อยู่ไม่น้อย เรียกได้ว่าเป็นความคิดถึงกึ่งความเศร้า ที่ทุกคนต้องเอาตัวรอดท่ามกลางสภาวะที่ไม่เหมือนเดิม

เมื่อสถานการณ์ต่างๆ เริ่มชวนให้หวัง พอมีพื้นที่ให้คนดนตรีกลับมาส่งพลังงานแห่งความสุขจะเห็นได้ว่าช่องทางการจัดคอนเสิร์ตปรับเปลี่ยนไปจากเดิม มีทั้งการจัดออนไลน์หรือไลฟ์สตรีมมิง (Live Streaming) ผ่านโปรแกรมต่างๆ ให้เราได้เพลิดเพลินกับเสียงเพลงแบบไม่เสี่ยงโรค ไปจนถึงคอนเสิร์ตสดเต็มรูปแบบ ครบเครื่องเรื่องแสงสีเสียง พาเราหวนสู่บรรยากาศเดิมที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา เรียกว่าส่งเสียงกรี๊ดและออกสเต็ปกันได้สุดฤทธิ์ แต่ความสนุกทั้งหมดนั้นต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่รัฐกำหนด

สบายใจไปกับคอนเสิร์ตออนไลน์

จริงๆ แล้วคอนเสิร์ตแบบออนไลน์ก็ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะปัจจุบันคอนฯ ส่วนใหญ่ก็เริ่มไลฟ์ไปพร้อมกับการแสดงสด เพียงแต่ว่าช่องทางออนไลน์ในตอนนั้น อยู่ในสถานะทางเลือกเสริมมากกว่าสื่อหลัก แต่เมื่อการรวมตัวกันของคนจำนวนมากยังสุ่มเสี่ยง การไลฟ์สตรีมมิงจึงถูกยกขึ้นมาเป็นช่องทางหลักไปโดยปริยาย ถือเป็นความท้าทายของผู้จัดงานอยู่ไม่น้อย จะทำอย่างไรให้อรรถรสของการชมคอนเสิร์ตยังอยู่ นักดนตรียังเล่นด้วยหัวใจเสมือนได้รับพลังจากคนดูในฮอลล์ หรือตัวผู้ชมเองจะมีส่วนร่วมได้มากน้อยแค่ไหน

ถึงราคาบัตรจะถูกลงแบบเท่าตัว แต่ต้องยอมรับว่าการดูคอนเสิร์ตแบบออนไลน์ไม่มีทางทดแทนการดูคอนเสิร์ตแบบสดๆ ได้แน่นอน คงทำได้เพียงทุเลาความคิดถึง เชื่อว่าบรรยากาศที่ ชาวแกงค์กอดคอเต้นข้างๆ กัน แสงสีสุดละลานตาและซาวนด์ดีๆ ที่กระแทกใจนั้น เป็นเสน่ห์เฉพาะตัวของคอนเสิร์ตสดที่หาอะไรแทนได้ยาก

สนุกเต็มที่กับคอนเสิร์ตเต็มรูปแบบ

ส่วนคอนเสิร์ตแบบเต็มรูปแบบนั้น เริ่มมีให้เห็นบ้าง อย่างคอนเสิร์ต Dance Sphere Concert ที่ได้ตัวพ่อตัวแม่ขาแดนซ์ เจ เจตรินและติ๊นา คริสติน่าเป็นตัวชูโรง คอนเสิร์ตเดี่ยวของตู่ ภพธรและจุลคอนเสิร์ตของว่าน ธนกฤต สังเกตได้ว่าแทบทุกคอนเสิร์ตบัตรถูกจำหน่ายหมดอย่างรวดเร็ว แถมบางคอนเสิร์ตบัตรราคาสูงถึง 6,000 บาท! นับเป็นปรากฏการณ์สะท้อนถึงความถวิลหาเสียงเพลงของผู้ฟังได้ดีทีเดียว

อย่างไรก็ตามความสนุกที่เกิดขึ้นย่อมแลกมาด้วยข้อจำกัดหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นจำนวนคนที่จำกัดแค่หลักร้อย มีจุดคัดกรองก่อนเข้างาน ระหว่างการชมคอนเสิร์ตต้องใส่หน้ากากอนามัย รวมถึงการนั่งแบบเว้นระยะตามหลัก Social Distancing ที่สำคัญคือราคาบัตรซึ่งแพงขึ้นแบบก้าวกระโดด เนื่องด้วยค่าใช้จ่ายด้านสุขอนามัยตามมาตรการรัฐ บวกกับที่นั่งในคอนฯ ต้องลดลง

ถึงตรงนี้ถ้าใครยังรู้สึกว่าไม่สะดวกกับหลักเกณฑ์หลายๆ อย่าง ไม่อยากเสี่ยงพาตัวเองไปอยู่ในคนหมู่มาก ลองหาเครื่องดนตรีสักชิ้นมาเล่นบรรเทาความคิดถึงได้ที่ Kaidee หรือจะหาซื้อซีดีเพลงของนักร้องวงโปรดมาฟังไปพลางๆ เพื่อรอวันที่จะได้กลับไปเจอกันแบบสบายใจอีกครั้ง