How to Social Detox พักกายพักใจจากโลกโซเชียล

Mar 23, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม

หลังจากบทความก่อน เราพาทุกคนเช็กลิสต์สำรวจพฤติกรรม Social Addict เบื้องต้นกันไป ใน “ปวดหัวบ่อย! ใช่ Social Addiction ไหม เช็กอาการกันใครที่ประเมินตัวเองแล้วว่า เอ๊ะ เราสุ่มเสี่ยงใกล้เคียงอยู่หลายข้อ แถมร่างกายยังเริ่มแสดงอาการประท้วง ส่งสัญญาณเตือน ว่าเรากำลัง “อิน” กับเรื่องราวในโซเชียลมากไป

Social-Media-Detox

ทั้งความเครียดแบบไร้สาเหตุ โมโหง่าย เหนื่อยหน่ายใจ ไปจนถึงกดดันตัวเองโดยไม่รู้ตัว สิ่งเหล่านั้นคือผลข้างเคียง จากการที่เราทุ่มเทเวลาอยู่ให้กับ “เรื่องราวของคนอื่น” ในโซเชียลมากเกินไป

แล้วอะไรล่ะ… คือความพอดี เรื่องของคนอื่นก็ยังอยากรู้ หาคำตอบไปพร้อมกันใน 5 วิธี Social Detox ง่ายๆ ที่ไม่ว่าใครก็ทำได้!

Social Detox คืออะไร

เชื่อว่าหลายคนอาจได้ยินประโยคนี้อยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะในยุคนี้สมัยนี้ ที่โซเชียลเข้ามามีบทบาทในชีวิตเรามากขึ้น ทั้งคอยอำนวยความสะดวก ให้คนอยู่ไกลได้ใกล้กันมากขึ้น ทำธุรกรรมได้รวดเร็วทันใจ จนเราเองเผลอใจเสพติด Media เหล่านั้นจนถอนไม่ตัวขึ้น

ทั้งงานแพทย์และงานวิจัยจากทั่วทุกมุมโลก ชี้ตรงกันว่าการที่เราให้เวลากับโซเชียลมีเดียมากเกินไป เป็นอันตรายต่อสุขภาพจิต เพราะโลกเสมือนจริงในจอสี่เหลี่ยมเล็กๆ เป็นมุมมองที่สวยเกินความจริง แนะนำว่าเราควรมีช่วงที่หยุดพักบ้าง

หลักง่ายๆ ของการทำ Social Detox คือการเล่นอย่างมีสติและอยู่ในเวลาที่กำหนด บางคนเริ่มตั้งแต่ 7 วัน 15 วัน จนบางคนทำเป็นปีเลยก็มี แต่ถ้าใครรู้สึกว่าเป็นตัวเลขที่สูงเกินไป จะเริ่มต้นลดชั่วโมงในแต่ละวันดูก่อนได้ เพราะแค่เริ่มต้นก็เท่ากับเอาชนะใจตัวเองได้ระดับหนึ่งแล้ว

5 วิธีพักกายพักใจจากโซเชียล

เข้าใจค่ะ ว่าก้าวแรกคือสิ่งที่ยากสุดสำหรับการเริ่มต้น ยิ่งเป็นโทรศัพท์ที่หยิบจับง่ายแล้วล่ะก็ เป็นอะไรที่ห้ามใจยากอยู่เหมือนกัน แต่ด้วยสภาวะจิตใจของหลายๆ คนแล้ว แนะนำให้เริ่มต้นไปพร้อมกับเราเลย ปล่อยไว้นาน ความหดหู่จะอยู่สะสมไปมากกว่านี้ ซึ่งทั้ง 5 วิธีที่เราเลือกมานั้น เราลองทำบางข้อแล้วพบว่าไหวอยู่ (ที่แปลว่าไหวจริงๆ) ไม่หักดิบจนอึดอัดใจเกินไป

1. ชวนเพื่อนทำโซเชียลดีท็อกซ์ไปด้วยกัน

Social-Detox-with-friend

เริ่มต้นด้วยการหาบัดดี้หรือเพื่อนสนิทของคุณสักคน ที่พร้อมจะวางมือลดละเลิกการเล่นโซเชียลมีเดียไปพร้อมๆ กัน อาจจะช่วยวางตารางที่พอจะเป็นไปได้ บอกปัญหาหรือข้อจำกัดของแต่ละคน หรือสาเหตุที่ทำให้เราสนใจเรื่องดราม่าในสังคมออนไลน์

แนะนำให้สร้างข้อตกลงร่วมกัน เพราะขั้นตอนนี้จะนำไปสู่การแข่งขันและความเป็นไปได้ที่มากขึ้น อย่าลืมว่าธรรมชาติของมนุษย์ส่วนใหญ่ รักการเป็นที่หนึ่งและคาดหวังกับสิ่งตอบแทน อาจจะทำกฏขึ้นมาว่า ทุกครั้งที่เราใช้เวลาร่วมกับเพื่อนหรือคนอื่นๆ ห้ามจับมือถือจนกว่าจะแยกย้ายกัน ยกเว้นถ่ายรูป

2. หาให้เจอว่าแอปไหนที่เราใช้บ่อยสุด

เพื่อให้การวางแผนประสบความสำเร็จ ต้องหาต้นตอของปัญหาให้แน่ชัด เริ่มต้นจากการสำรวจพฤติกรรมตัวเอง สังเกตว่าเราเองใช้เวลาหรือเอ็นจอยกับแอปไหนมากที่สุด ใครที่ใช้มือถือระบบปฏิบัติการ iOS สามารถเข้าไปเช็ก Screen Time ได้อยู่แล้ว ส่วนใครที่ใช้แอนดรอยด์อย่าเพิ่งน้อยใจ เช็กได้เหมือนกัน

ตัวเลขเหล่านั้นจะช่วยให้เราแก้ปัญหาได้ตรงจุด ลองดูว่า 5 แอปไหนที่เราใช้งานมากที่สุด แล้วค่อยๆ วางแผน “ลด” เวลาดู ลองเริ่มที่ลดก่อนแล้วถ้าไปถึงขั้น “งด” ได้จะเยี่ยมมาก ครั้นจะให้เริ่มต้นแบบหักดิบก็ดูใจร้ายไปหน่อย แค่เล่นน้อยกว่าที่เคย ก็เป็นสัญญาณที่ดีแล้ว

3. ใช้เวลาพูดคุยกับเพื่อนและครอบครัวให้มากขึ้น

Social-Detox-with-family

“มนุษย์เป็นสัตว์สังคม” มาแต่ไหนแต่ไร สิ่งหนึ่งที่ทำให้ Social Media ได้รับความนิยมอย่างก้าวกระโดด เพราะด้วยความเข้มแข็งของเรื่องราวในนั้น ต้องยอมรับว่าเรามักสนอกสนใจเรื่องของคนอื่น ยิ่งถ้า story เหล่านั้นเต็มไปด้วยกระแสดราม่า

…นั่นคือความจริงและธรรมชาติของมนุษย์

กลับกันเราลองเปลี่ยน Mindset ใส่ใจเฉพาะเรื่องของคนที่โคจรอยู่รอบตัวเราให้มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนฝูง ครอบครัว คนที่เรารักและคนที่รักเรา เพราะท้ายที่สุดแล้วกลุ่มคนเหล่านั้น น่าจะทำให้เราอบอุ่นใจและอยู่เคียงข้างเรา ได้มากกว่าคนในสังคมออนไลน์ อย่าละเลยจิตใจคนใกล้ตัว

4. ตั้งเวลาจำกัดการใช้งานในแต่ละแอป

Social-Detox-take-time

การทำ Social Detox ไม่ได้หมายถึงการเลิกเล่นโซเชียลแบบถาวร หรือให้แต่ละคนปิดแอคเคาต์ไปเลยแบบหักดิบ การทำแบบนั้นเป็นอะไรที่ทำได้จริงยาก วัดจากตัวเราเองเป็นมาตรฐาน จะให้ตัดอกตัดใจไม่ให้แตะมือถือเลย ก็ดูจะเหงาหงอยอยู่ไม่น้อย

ลองเริ่มต้นด้วยการ “ลด” หรือกำหนดเวลาการเล่นโซเชียลให้น้อยลง สังเกตดูจากในมือถือเราก็ได้ ว่าในแต่ละวันเราใช้เวลาท่องข้อมูลข่าวสารไปกี่ชั่วโมง ค่อยๆ ปรับพฤติกรรมไป น่าจะช่วยให้เราทำใจและมีกำลังใจที่จะทำได้ดีขึ้น

5. ใช้นาฬิกาปลุกให้มากกว่าโทรศัพท์ปลุก

พฤติกรรมเล็กๆ ที่ไม่อยากให้หลายคนมองข้าม สังเกตตัวเองกันไหมคะ ว่าแทบทุกครั้งที่เสียงนาฬิกาปลุกหยุดไป สิ่งที่ทำถัดมา ไม่ใช่การขยับร่างกายลุกไปอาบน้ำ หรือทำกิจวัตรประจำวันต่างๆ อย่างที่ตั้งใจ

เรามักจะเริ่มต้นวันใหม่ ด้วยการนอนไถจอมือถือไปเรื่อยๆ เข้าแอปนั้นออกแอปนี้ วนซ้ำไปซ้ำมาอย่างนั้น จนเสียเวลาไปเป็นชั่วโมงไปโดยไม่รู้ตัว แนะนำให้เปลี่ยนไปใช้นาฬิกาปลุกจริงๆ เลยจะดีกว่า เพื่อไม่ให้เราเผลอใจไปกับโซเชียล เพราะการที่โทรศัพท์อยู่ในมือทั้งที มันก็อดใจยาก

สรุปท้ายบทความ

Social-Detox-Relax

เชื่อว่าทุกการเริ่มต้นและการเปลี่ยนแปลง เป็นอะไรที่ยากเสมอ สำคัญที่ใจของเราว่าจะพร้อมรับกับมันแค่ไหน ช่วงแรกของการทำ Social Detox อาจจะยากสักหน่อย แต่ทั้ง 5 วิธีที่เราแนะนำไปนั้น เชื่อว่าทุกคนเริ่มได้ อาจจะไม่ถึงขึ้นเลิก ลองลดและใช้เวลากับมันให้น้อยลง พยายามให้เวลากับตัวเองและคนที่เรารักให้เยอะขึ้น เพื่อสุขภาพจิตที่เบิกบานขึ้นของตัวเราเอง