ปวดหัวบ่อย! ใช่ Social Addiction ไหม เช็กอาการกัน

Mar 9, 2021 | ข่าวสาร และกิจกรรม

ปฏิเสธไม่ได้ว่ายุคนี้สมัยนี้ เพื่อนข้างกายคนสำคัญของเราคือ “Social Media” ไม่ว่าจะไปไหน ทำอะไร ที่ไหน เป็นต้องเข้าไปรายงานตัวกันในโลกใบนั้น เพื่อให้สังคมรับรู้ถึงการมีตัวตนและความเป็นไปของเรา

ถึงขนาดนักร้องขวัญใจเรา “แสตมป์ อภิวัชร์” เอาอาการนั่งจิ้มโทรศัพท์อยู่ท่ามกลางคนมากมาย มาเป็นแรงบันดาลใจแต่งเพลง “โอมจงเงย” ที่ฮิตไปทั่วบ้านทั่วเมือง เพราะต้องการเสียดสี “สังคมก้มหน้า” ของคนสมัยนี้ ที่ให้ความสำคัญกับเพื่อนในโซเชียลมีเดีย มากกว่าให้เกียรติคนที่อยู่ข้างหน้า

ติดโซเชียลมากไปไหม? อาการประมาณนี้แหละ

อะไรที่มากเกินไปมักส่งผลเสียเสมอ… โซเชียลมีเดียก็เช่นกัน

ทุกวันนี้เชื่อว่าหลายๆ คนให้ความสำคัญ และให้เวลากับเรื่องราวในจอมือถือมากขึ้น จนบางครั้งเราลืมคิดว่าทุกครั้งที่เราไถจอไปเรื่อยๆ นั่นคือการเก็บเกี่ยวความเครียดของคนอื่นเข้าไปในใจของเราโดยไม่รู้ตัว หลายครั้งเราซึมซับกับเรื่องดราม่า ออสโมซิสความขัดแย้ง

ทุกครั้งที่เราใช้เวลาหมกมุ่นกับ Feed ในโซเชียลมีเดีย อาการปวดหัว ปวดตา และความเครียดมักตามมา จากจิตใจที่สดใส กลับกลายเป็นหมองหม่นในทันใด ทั้งนี้ไม่ใช่คุณคนเดียวที่ประสบปัญหาเหล่านี้ ลองมาเช็กไปพร้อมๆ กันว่า คุณติดโซเชียลไหมจากอาการเหล่านี้

1.สิ่งแรกที่ทำเมื่อตื่นนอนคือ “หยิบมือถือ”

Social Addiction-wake up

เชื่อว่าการจับโทรศัพท์ทันทีที่ตื่นนอน คือกิจวัตรแรกในยามเช้าของหลายๆ คน ไหนๆ หยิบขึ้นมาปิดนาฬิกาปลุกแล้วอ่ะเนอะ ไถ Feed อัปเดตข่าวสารต่อไปเลยแล้วกัน ทั้ง Facebook IG Twitter ฯลฯ ยิ่งช่วงนี้กระแส Club House มาแรง เปิดเข้าไปดูสักหน่อยว่าเขาคุยอะไรกันบ้าง เพื่อไม่ให้ตกเทรนด์

แต่การเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในกระแสและทำตัวอินเทรนด์อยู่เสมอ อย่าลืมว่า สิ่งเหล่านั้นมีราคาที่ต้องจ่าย ต้นทุนของเราคือเวลาที่เสียไป เอาแค่ตอนเช้าที่หมุนเวียนเข้าๆ ออกๆ หลายแอปเพื่ออัปเดตข่าวสาร อย่างน้อยก็ 10 นาที ดีไม่ดีก็ปาไป 30 นาที ลองประเมินดูนะคะ ว่าข้อมูลที่คุณแลกเวลาไปนั้น มันคุ้มค่าและเป็นสิ่งที่ “ต้องรู้” จริงไหม

2. ใช้ Social Media แก้เครียด

ความสนุกของ Social Media คือเรื่องราวที่หลากหลาย มากมายด้วยเรื่องดราม่า บางครั้งก็เป็นสังคมอุดมปัญญา มีข้อมูลให้เลือกเสพตามความสนใจ จึงไม่แปลกที่หลายๆ คนจะเลือกใช้เวลาอยู่ในนั้นนานกว่าที่คิดไว้

บางเรื่องก็เป็นคอนเทนท์ขำขัน ที่หลายคนใช้ฆ่าเวลาหรือเครื่องมือชั้นดีที่ช่วยหนีโลกแห่งความจริงได้ดีเดียว แต่นั่นก็เป็นความสุขที่ไม่ได้ยั่งยืน การเข้าออกแอปดูไลฟ์สไตล์ที่สวยงาม (ในจอ) ของคนอื่นไปเรื่อยๆ ไม่ได้ช่วยให้ชีวิตเราดีขึ้น

3.ว้าวุ่นใจเมื่อมือถือไม่อยู่ใกล้มือ

Social Addiction-Need like

อาการเหล่านี้เกิดกับคุณบ้างไหมคะ ใจว้าวุ่น อยู่ไม่เป็นสุขทุกครั้ง เมื่อโทรศัพท์ไม่อยู่ใกล้มือ เชื่อว่าคนส่วนใหญ่คงเป็นกันบ้างไม่มากก็น้อย แถมบางคนอาจจะเป็นแบบไม่รู้ตัว เอาง่ายๆ ลองเริ่มจากตัวเอง สังเกตดูว่า ในหนึ่งวันคุณใช้เวลาในโซเชียลมากกว่าวันละ 4 ชั่วโมงไหม

ถ้าคำตอบคือ ใช่ ก็แปลได้ว่าคุณเริ่มเข้าข่าย “Social Addiction” อยู่เหมือนกัน หรือถ้าคุณใช้เวลากับโซเชียลมีเดียมากกว่าที่ตั้งใจเอาไว้ ก็ถือว่าอยู่ในก้าวแรกของหลุมพรางโรคนี้เช่นกัน ฉะนั้นหากรู้ตัวแล้วก็หาทางถอยออกมาให้สมดุลนะคะ

4. คิดถึงโซเชียลทุกที ที่อยู่คนเดียว

การอยู่คนเดียวอาจจะไม่ใช่เรื่องที่หลายคนยินดีนัก สังเกตได้จากคนรอบตัวเราหลายๆ คน ที่มักมีอาการคลื่นเหงาสาวข้างๆ บ้านให้เห็นกันอยู่บ่อยๆ (เกิดทันเพลงนี้กันไหมนะ…)

โซเชียลมีเดียจึงเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญ ที่หลายคนใช้คลายความเหงา ปฏิเสธไม่ได้ว่าการท่องข้อมูลผ่านจอมือถือสี่เหลี่ยม ใช้ฆ่าเวลาได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยให้เราหนีจากโลกแห่งความเป็นจริงไปได้ชั่วขณะ ไม่แปลกที่หลายคนจะตกหลุมพรางไปโดยไม่รู้ตัว รู้อีกทีกลายเป็นคนเช็กข้อความทุกๆ 15 นาที หรือกระวนกระวายเมื่อไม่ได้เช็กมือถือ 2-3 ชั่วโมงไปแล้ว

5. ละเลยความสัมพันธ์คนในชีวิตจริง อินคนโซเชียล

Social Media-Group,

“สังคมก้มหน้า” เป็นเรื่องที่มีให้เห็นจนชินตา แต่โดยส่วนตัวยังเป็นเรื่องที่เรา “ทำใจยอมรับ” ไม่ได้เท่าไร ยิ่งเวลาอยู่ด้วยกัน แล้วเห็นบางคนมัวแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์ โดยไม่สนใจคนตรงหน้า มันชวนให้เราโมโหอยู่บ่อยครั้ง

หากคุณเป็นหนึ่งในคนที่ติดมือถือแบบนั้น อยากให้ลองลดการจับโทรศัพท์
ลงบ้าง รู้ว่าถ้าบอกว่า ให้เลิกแบบปุบปับมันคงใจร้ายและทำได้ยากไปหน่อย อย่างไรก็ตามอยากให้ลองโฟกัสบทสนทนากับคนที่คุณเลือกแล้ว ว่าจะใช้เวลาด้วยให้เต็มที่ เพราะอย่าลืมว่าอีกฝ่ายเขาก็เสียสละเวลาของเขาให้คุณเช่นกัน

ร่างกายมันฟ้อง เมื่อคุณเป็น Social Addiction

จากที่อ่านมา 5 ข้อ คุณมีอาการตรงกับข้อไหนบ้างคะ หากดูๆ แล้วมีแนวโน้มเก็บครบเกือบทุกข้อ ลองสังเกตร่างกายของคุณดู ว่ามีอาการแปลกๆ บางอย่างเริ่มส่งสัญญาณเตือนบ้างหรือเปล่า

  • ปวดหัวบ่อย เครียดไม่รู้ตัว
  • คลื่นไส้อาเจียน
  • สมาธิสั้น จดจ่อกับอะไรไม่ได้นาน
  • ซึมเศร้าง่าย
  • วิตกกังวล อ่อนไหวมากขึ้น
Social Media-People

สุดท้ายกับเรื่อง Social Addiction

ใครที่อ่านมาถึงตรงนี้ แล้วรู้สึกว่าทั้งอาการภายนอกและอาการร่างกาย ตรงกับที่เราบอกทุกอย่าง ลองประเมินระดับอาการดูนะคะ ว่ามากน้อยแค่ไหน อย่าปล่อยให้ใจเราวนเวียนอยู่ในโลกโซเชียลมากเกินไป แล้วเผลอละเลยคนในชีวิตจริง จนเกิดความเครียดโดยไม่รู้ตัว

หาสมดุลเวลามาอยู่ในโลกชีวิตจริงบ้าง เข้าใจว่าบางทีมันโหดร้ายจนไม่อยากยอมรับ เราเชื่อว่าทางออกของทุกปัญหา คือการให้เวลากับมัน ยอมรับและแก้ไขให้ดีที่สุด รักตัวเองให้มาก แล้วทุกเรื่องมันจะผ่านไปได้เสมอ เพราะท้ายที่สุดแล้วคนที่จะอยู่ข้างคุณคอยโอบกอดในวันที่ผิดหวัง ก็คือตัวคุณเอง หาใช่คนในโลกโซเชียลทุ่มเทเวลาไป