คุ้มไหม!! หากจะซื้อ BMW มือสองมาขับ

Jun 2, 2021 | บทความยานยนต์

BMW หนึ่งในรถยนต์ยุโรปที่เรียกได้เป็นเป็นระดับท็อป ๆ ของวงการรถยนต์ที่ใคร ๆ ก็ต่างอยากมีไว้ในครอบครองสักหนึ่งคัน แต่ว่าจะซื้อมือหนึ่งบางรุ่นก็ดูจะแพงเกินงบไปไกลเสียเหลือเกิน ถ้าหากจะหันมาเล่น BMW มือสอง ล่ะ จะคุ้มกว่าไหม?? มาดูกันดีกว่า ว่าในปัจจุบันนี้ BMW มือสอง ยังน่าเล่นอยู่หรือไม่ มาดูที่ข้อดี-ข้อเสียกันก่อนเลย

รูปลักษณ์สุดเย้ายวนใจ

ข้อดีของ BMW มือสอง

เริ่มจากข้อดีกันก่อนแล้วกัน จะได้ชื่นใจขึ้นมาว่าการซื้อ BMW มือสอง ไม่ได้จะแย่เลย เพราะว่าอาจจะเป็นเหตุผลหลัก ๆ ที่ทำให้คุณนั้นสามารตัดสินใจซื้อกันได้เลย

1. ได้รถ BMW รุ่นที่ต้องการในราคาที่เบาลง

แน่นอนว่าราคามือหนึ่งนั้นสูงเป็นอย่างมาก ราคาเริ่มต้นของ BMW ก็ปาเข้าไปอย่างน้อยก็ 2 ล้านปลาย ๆ เข้าไปแล้ว หากเราอยากจะมีรถยุโรปสักคัน แต่มีงบไม่ถึง การมามองที่มือสองอาจจะตอบโจทย์กว่า ด้วยความที่ราคารถยนต์มือสองนั้นถูกมาก ๆ บางทีอาจจะไม่ถึงล้านเลยก็ได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นรุ่นเดียวกับมือหนึ่งที่ขายอยู่

2. ขายต่อได้โดยราคาไม่ตกไปจากตอนที่ซื้อมาก

เรียกได้ว่าเป็นข้อดีที่มีดีกว่ารถมือ 1 ก็คือราคาหลังจากซื้อมือสองแล้วจะตกลงค่อนข้างน้อย เพราะว่าราคารถต่อให้เป็นมือ 3 มือ 4 ก็ยังขายในราคาของการเป็นมือ 2 อยู่ดี ดังนั้นแล้ว ราคาจะเป็นไปตามกลไกของราคาตลาดที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ขายต่อก็จะไม่ขาดทุนเท่าไรนัก (ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับสภาพของตัวรถที่คุณมีด้วยนะ)

ข้อเสียของ BMW มือสอง

มาต่อกันที่ข้อเสีย ใช่ว่าจะมีแต่ข้อดี แต่ว่าข้อเสียก็ต้องเอามาชั่งน้ำหนักกับข้อดีที่มีอยู่ ในการตัดสินใจซื้อแต่ละครั้ง เพราะการซื้อรถยนต์หนึ่งครั้งก็ใช้เงินไม่ใช่น้อย ๆ เหมือนกัน (คิดให้รอบคอบก่อนการตัดสินใจด้วยล่ะ)

1. ตาดีได้ ตาร้ายเสีย

ข้อนี้ไม่ได้เป็นเฉพาะแค่ BMW มือสองเท่านั้น แต่เหมารวมถึงรถทุก ๆ คัน เพราะถ้าหากคุณกำลังมองหารถมือสองแล้วนั้น คุณควรจะต้องศึกษาข้อมูลมาไว้เป็นอย่างดี รวมไปถึงตรวจสอบและทดลองขับให้แน่ใจก่อนว่าคันนี้ไม่ได้โดนย้อมแมวมาอีกทีหนึ่ง

TIPS : ควรพาผู้ที่เชี่ยวชาญไปตรวจสอบสภาพของรถก่อนการตัดสินใจ หรือเลือกใช้บริการ Kaidee Certified ที่มีผู้เชี่ยวชาญในการตรวจสอบรถยนต์มือสอง กว่า 200 จุด

2. ค่าบำรุงรักษาที่มาตามอายุการใช้งาน

แน่นอนว่าการที่เป็นรถเก่า อาการเสียที่เป็นตามอายุการใช้งานย่อมมีมาให้ปวดหัวบ้าง รวมไปถึงการที่ BMW นั้นเป็นรถยนต์ฝั่งยุโรป ที่อาจจะทำให้การหาอะไหล่มาทดแทนนั้น เป็นอะไรที่หามาเปลี่ยนได้ค่อนข้างยาก รวมไปถึงราคาอะไหล่ที่สูงกว่าทางฝั่งญี่ปุ่นที่อะไหล่หาง่ายและถูกกว่าหลายเท่าตัว

3. ดอกเบี้ยตอนซื้อที่สูงกว่า BMW มือหนึ่ง

ดอกเบี้ยรถยนต์มือหนึ่ง ส่วนใหญ่แล้วจะอยู่ 2% – 4% ต่อปีเท่านั้น แต่ถ้าหาเป็นรถยนต์มือสองแล้ว อัตราดอกเบี้ยจะสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเป็น 4% – 15% ต่อปีกันเลยทีเดียว ทำให้การผ่อนของรถยนต์มือสองอาจจะต้องใช้เงินมากว่าในเรื่องของดอกเบี้ยรายปีที่ต้องผ่อนจ่ายกับทางธนาคาร

ถ้าจะซื้อ BMW มือสอง จะต้องดูอะไรบ้าง

1. ยังมี BSI เหลืออยู่ไหม

หลาย ๆ คนที่ยังไม่เคยซื้อ BMW อาจจะไม่รู้ว่า BSI คืออะไร BSI หรือชื่อเต็ม ๆ คือ BMW Service Inclusive แพ็กเกจบริการจากทาง BMW ที่จะครอบคลุมในเรื่องของอะไหล่ และการบริการต่าง ๆ เช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ผ้าเบรก ที่กรองอากาศ และการสึกของอะไหล่รถฟรี!! ซึ่งจะมีระยะการประกันอยู่ที่ 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร

TIPS : ให้ซื้อรถ BMW มือสอง ที่ยังมีประกัน BSI เหลืออยู่ และส่งเคลมทั้งคัน

2. ดูสภาพรถโดยรวมให้ดี

นอกจากดูเรื่องของประกันแล้ว อีกอย่างเลยคือรถต้องสามารถใช้งานได้จริง ไม่ใช่ซื้อมาแล้วขับไม่ได้ พัง ต้องมานั่งซ่อม เสียเวลา ดังนั้นสิ่งที่ต้องตรวจหลัก ๆ เลย ได้แก่

สภาพภายนอก

เช็คให้มั่นใจว่าตัวถังของรถไม่มีรอยทำสีใหม่ ไม่มีรอยบุบ หรือร่องรอยของการชนหนัก เพราะหากมีการชนมา ก็ไม่ควรที่จะซื้อเพราะนั่นหมายความว่าทุกอย่างของรถไม่ใช่เป็นอะไหล่เดิมอีกแล้ว

เครื่องยนต์

เครื่องยนต์จะต้องอยู่ในสภาพใหม่ ไม่มีเสียงดังจนผิดปกติ หรือไม่มีอาการสั่นของเครื่อง ที่อาจจะส่งผลต่อการขับขี่ และควรตรวจเช็คที่สัญญาณเตือนบนหน้าปัดว่ามีไฟสัญญาณแสดงขึ้นหรือไม่

สภาพภายในของตัวตัวรถ

ภายในของตัวรถ ข้อนี้อาจจะเป็นเรื่องของจิตใจ ว่าคุณรับได้มากน้อยขนาดไหน แต่ทางที่ดี สภาพของภาพในจะต้องใหม่และไม่ดูเก่าจนเกินไป

คานของรถ

คานเป็นส่วนที่จะรักษาความปลอดภัยและรับน้ำหนักของผู้ขับขี่เมื่อเกิดอุบัติเหตุทางถนน ดังนั้นคานจะต้องไม่ยุบหรือมีรอยการเชื่อม เพราะนั้นจะหมายความรถยนต์คันนี้อาจจะเคยผ่านการชนมาก่อน

แอร์

ขับรถทั้งทีจะร้อนได้ไง แอร์เย็น ๆ ก็ทำให้ใจคนขับเย็นลงได้เช่นเดียวกัน

อายุของ BMW มือสอง ไม่เกินกี่ปีถึงจะคุ้มค่าที่สุด

1. อายุไม่เกิน 3 ปี

เป็นช่วงอายุของรถที่น่าซื้อที่สุด เพราะคุณจะได้รถยนต์ที่เหมือนใหม่ในราคาที่ถูกกว่าเดิมเยอะ (แต่ก็ถือว่าจะสูงอยู่ถ้าหากเทียบกับรถมือสองที่ปีเก่ากว่า) แถมยังไม่ค่อยมีปัญหาจุกจิกที่จะคอยมาทำให้คุณต้องกังวลใจ ว่าอะไรกันเนี่ยต้องซ่อมอีกแล้วเหรอ อีกทั้งยังเป็นช่วงที่ครอบคลุมของประกัน BSI อีกด้วย เรียกได้ว่าคุ้มค่า

คะแนนความน่าซื้อ : ⭐⭐⭐⭐⭐

2. อายุ 4-7 ปี

เป็นช่วงกลาง ๆ ที่ไม่มากเกินไปไม่น้อยเกินไป ราคาของรถมือสองที่มีอายุเท่านี้ก็จะยิ่งถูกลงมาอีก แต่ที่อาจจะมีปัญหาเลยคือเรื่องของสภาพรถยนต์ เพราะระยะเวลา 4-8 ปี เจ้าของคนเดิมอาจจะขับขี่มาอย่างหนักหน่วงแล้วก็เป็นได้ถึงได้ขาย ทางที่ดีควรตัวสอบเลขไมล์รวมไปถึงสภาพของรถให้ดีก่อนการตัดสินใจ

คะแนนความน่าซื้อ : ⭐⭐⭐⭐

3. อายุ 8-10 ปี

เรียกได้ว่าเป็นระยะสุดท้ายของรถ ราคาของรถจะถูกเอามาก ๆ แต่ต้องแลกมาด้วยการซ่อมที่ยิ่งใหญ่ และเผลอ ๆ อาจจะซ่อมอย่างไม่มีที่สิ้นสุดอีกด้วย เดี๋ยวตรงโน้นพัง ตรงนี้พังบ้าง สลับกันไปมาอยู่อย่างนี้ตลอดก็ไม่ไหว จึงไม่ค่อยแนะนำให้ซื้อเท่าไรนัก 

คะแนนความน่าซื้อ : ⭐⭐

สรุปท้ายบทความ BMW มือสอง ยังน่าซื้ออยู่ไหม

ต้องบอกเลยว่ารถ BMW มือสอง จะน่าซื้อหรือไม่ ก็คืออยู่กับปัจจัยหลาย ๆ อย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบที่มีอยู่ในการเลือกซื้อ หากมีงบไม่มาก แต่อยากได้ BMW ไว้ครอบครอง การซื้อรถที่เป็นมือสองอาจจะตอบโจทย์มากกว่าเลือกซื้อรถยนต์มือหนึ่ง แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องตรวจสอบสภาพของรถยนต์ให้ดีเสียก่อน ไม่งั้นคุณอาจจะต้องเสียใจและเสียเงินเป็นจำนวนมาก ซึ่งจะทำให้ไม่คุ้มค่ากับเงินที่ต้องจ่ายไป

แต่ถ้าหากใครชั่งน้ำหนักแล้วว่า จะตัดสินใจซื้อ มือสอง ลองเข้ามาเลือกดูกันได้ที่ kaidee Auto แหล่งรวมรถยนต์มือสอง ราคาเป็นมิตร แถมนัดดูรถก่อนการตัดสินใจกับผู้ขายโดยตรงได้อีกด้วย หมดห่วงเรื่องรถยนต์ที่ไม่ตรงสภาพกับความต้องการของคุณ เพราะคุณตรวจสอบได้ด้วยตัวเอง