พัฒนาการ คือการเปลี่ยนแปลงทางร่างกาย อารมณ์ ทางสังคม และทางสติปัญญา ของบุคคลหนึ่งที่จะเกิดติดต่อกันไปเรื่อย ๆ จากระยะหนึ่งจนถึงอีกระยะหนึ่ง ตามความแตกต่างของช่วงอายุ ซึ่งการตกแต่งห้องนอนของเด็ก ๆ ก็จะช่วยเสริมพัฒนาการได้เช่นกัน และวันนี้เราจะมาบอกเคล็ดลับการ แต่งห้องเสริมพัฒนาการ ให้ลูกของคุณ
พัฒนาการเด็ก
ก่อนที่จะทำการตกแต่งห้องให้เข้ากับช่วงอายุของเด็ก ๆ เราก็จำเป็นที่จะต้องเข้าใจถึงพัฒนาการของแต่ละช่วงวัยว่าเป็นอย่างไร เพื่อส่งเสริมพัฒนาการได้อย่างเหมาะสม
เด็กแรกเกิด (Newborn)
เด็กแรกเกิด อายุตั้งแต่ 0-1 เดือน เป็นช่วงการเรียนรู้ระหว่าง ผู้ปกครอง และ บุตร เด็กในวัยนี้จะมีพัฒนาการในการกิน นอน ร้อง และ ขับถ่าย เป็นช่วงวัยที่สามารถเห็นหน้าของผู้ปกครองได้ในระยะใกล้ ๆ สามารถยิ้มหรือร้องไห้เมื่อมีความรู้สึก เด็กแรกเกิดจะมีพัฒนาการตอบสนองต่อปฏิสัมพันธ์ต่าง ๆ แบบอัตโนมัติ โดยผู้ปกครองต้องทำความเข้าใจกับเสียงร้องของบุตรเพื่อตอบสนองความต้องการ และพูดคุยด้วยการสบตาเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านภาษา
เด็กทารก (Infant)
เด็กทารก อายุตั้งแต่ 1-12 เดือน เด็กในวัยนี้จะมีพัฒนาการด้านใหม่ ๆ แสดงให้เห็นอยู่เป็นประจำ โดยช่วง 3-6 เดือน เด็กจะเริ่มควบคุมการเคลื่อนไหวของศีรษะ พลิกคว่ำไปมา และจดจำใบหน้าของผู้ปกครองได้ อายุ 6-9 เดือน จะเริ่มมีพัฒนาการด้านการพูด สามารถส่งเสียงได้อ้อแอ้ จำชื่อและคำง่าย ๆ ได้ และเมื่อเด็กมีอายุ 7-12 เดือน ก็จะสามารถคลาน เกาะยืน และเดินได้ด้วยตัวเอง รวมถึงยังสามารถหยิบสิ่งของต่าง ๆ ด้วยนิ้วโป้งและชี้ได้ โดยในช่วงนี้เป็นช่วงของการสร้างความไว้ใจ โดยการตอบสนองความต้องการของบุตรอย่างเหมาะสม

เด็กวัยเตาะแตะ (Toddler)
เด็กวัยเตาะแตะ อายุตั้งแต่ 1-3 ขวบ ช่วงวัยที่เด็กจะเริ่มมีความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้น ไม่ชอบให้บังคับ นับว่าเป็นช่วงที่พัฒนาการทางสมองและร่างกายเป็นไปอย่างรวดเร็ว สามารถปีนป่าย โยน/รับลูกบอล และ กระโดดอยู่กับที่ ได้
โดยเฉพาะช่วง 2-3 ขวบ เป็นช่วงที่กล้ามเนื้อมัดเล็กมีการพัฒนาการทำให้ใช้นิ้วและแขนในการทำสิ่งต่าง ๆ สามารถกินข้าวด้วยช้อนส้อมและขีดเขียนได้ ส่วนพัฒนาการด้านสมองจะเติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้พวกเขาสามารถปฏิบัติตามคำสั่งง่าย ๆ ได้ ช่วงนี้จึงเป็นช่วงสำคัญที่ผู้ปกครองควรจะมีการส่งเสริมการเรียนรู้ในเรื่องต่าง ๆ มากกว่าวัยอื่น ๆ เช่น การให้พวกเขาตัดสินใจในบางเรื่องด้วยตัวเองเพื่อสร้างความมั่นใจตนเอง
เด็กก่อนวัยเรียน (Preschoolers)
เด็กวัยก่อนเรียน อายุตั้งแต่ 3-5 ปี เด็กจะสามารถควบคุมอารมณ์ของตัวเองได้ดีขึ้น มีพัฒนาการทางร่างกาย เช่น แต่งตัวเอง หรือ ยืนขาเดียวได้ มีพัฒนาการด้านภาษาและความคิด เด็กวัยนี้จึงมักจะพูดคุย ซักถาม และบอกความประสงค์ของตนเอง
ซึ่งเด็กในวัยนี้จะสนใจสิ่งต่าง ๆ รอบตัวและลองทำสิ่งใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา เห็นได้จากการคบเพื่อนใหม่ เรียนรู้เพศของตนเอง อยากเป็นอิสระ และปฏิเสธสิ่งต่าง ๆ จนอาจเรียกว่าหัวดื้อเลยก็ว่าได้
เด็กวัยเรียน (Middle Childhood)
เด็กวัยเรียน อายุตั้งแต่ 5-12 ปี ถือเป็นช่วงที่เด็กมีพัฒนาการด้านสมองอย่างรวดเร็ว สามารถคิดวิเคราะห์สิ่งต่าง ๆ ได้ละเอียดมากยิ่งขึ้น จึงเหมาะแก่การเรียนรู้ทักษะการใช้กล้ามเนื้อและทักษะชีวิตต่าง ๆ โดยเฉพาะในเรื่องของแก้ไขปัญหาต่าง ๆ จะเห็นได้ว่าพวกเขาทำได้ดียิ่งขึ้น พ่อแม่จึงควรส่งเสริมพัฒนาการทั้งด้าน กีฬา ศิลปะ ความคิด และความสัมพันธ์
เทคนิคการ แต่งห้องนอนเสริมพัฒนาการ
มีแสงสว่างและอากาศที่เพียงพอ
วัยเด็กเป็นวัยแห่งความสดใส ดังนั้นสิ่งแรกที่ควรจะคิดถึงเมื่อเริ่ม แต่งห้องเสริมพัฒนาการ ของพวกเขาก็คงจะหนีไม่พ้น แสงสว่างและอากาศที่เพียงพอ เพราะนอกจากจะช่วยให้เด็ก ๆ แยกแยะสีได้และลดการทำงานของสายตาที่หนักจนเกินไปแล้ว การมีแสงและอากาศที่เพียงพอยังช่วยให้พวกเขาอารมณ์ดีและลดแบคทีเรียที่อยู่ในห้องได้อีกด้วย

ใช้จิตวิทยาสีในการตกแต่งผนังห้อง
รู้ไหมว่าการทาสีห้องที่แตกต่างกันจะส่งผลถึงอารมณ์ความรู้สึกของคนที่อาศัยอยู่ในห้อง เราจะควรที่จะมีการเลือกสีที่เข้ากับห้องต่าง ๆ เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แล้วถ้ายิ่งเป็นห้องของเด็ก ๆ ละก็จะยิ่งมีผลต่อพัฒนาการด้านอารมณ์อย่างแน่นอน โดยการทาสีห้องก็สามารถจะเลือกใช้สี แต่งห้องเสริมพัฒนาการ ที่แตกต่างเพื่ออารมณ์ความรู้สึกที่หลากหลาย ดังนี้
สีเหลือง เป็นสีแห่งปัญญา ความรู้ ความคิดสร้างสรรค์ และการมองโลกในแง่ดี เป็นสีที่ทำให้รู้สึกสดชื่นแจ่มใส เบิกบาน และมีชีวิตชีวา การทาผนังสีเหลืองจึงช่วยกระตุ้นพลังงานของเด็ก ๆ ได้ดีทีเดียว
สีฟ้า ในทางจิตวิทยาสีหมายถึงความเป็นอิสระ ปลอดภัย และปลอดโปร่ง ช่วยเพิ่มความคิดที่สร้างสรรค์และลดความกระวนกระวายได้ หลาย ๆ คนจึงนิยมใช้เพื่อให้เด็ก ๆ อารมณ์เย็นมากขึ้น
สีชมพู หมายถึงการมีน้ำใจ ความอบอุ่น และความปลอดภัย ทำให้นักจิตวิทยานิยมใช้เพื่อบำบัดความไม่มั่นคงในอารมณ์และคนที่รู้สึกอ้างว้าง รวมถึงช่วยให้เด็ก ๆ มีอารมณ์ที่สดใสร่าเริง
สีเขียว เป็นสีที่ผลต่ออารมณ์ในเชิงบวก และการใช้สีเขียวในเฉดต่าง ๆ จะส่งผลต่ออารมณ์ที่แตกต่างกัน โดยเมื่อทาผนังห้องด้วยสีเขียวอ่อนจะช่วยให้เด็ก ๆ รู้สึกผ่อนคลาย ส่วนสีเขียวเข้มจะช่วยกระตุ้นพลังงานของเด็ก ๆ ได้เป็นอย่างดี
สีส้ม เป็นสีแห่งความอบอุ่น สดใส และร่าเริง ทำให้การทาสีห้องนอนเด็กด้วยสีนี้จะมีผลต่ออารมณ์และความรู้สึกในเชิงบวก เพราะช่วยให้เด็ก ๆ รู้สึกมีชีวิตชีวาและอยากเรียนรู้มากขึ้น
ดูบทความ เคล็ดลับเลือกสีห้องตามหลักจิตวิทยาสี
คำนึงถึงความปลอดภัย
สิ่งสำคัญที่สุดในการสร้างห้องนอนของบุตรหลานคือ ความปลอดภัย ภายในห้อง โดยผู้ปกครองควรเลือกใช้วัสดุต่าง ๆ ที่ไม่เป็นอันตรายต่อเด็ก เช่น กระเบื้องยางที่มีความนุ่มมากกว่าพื้นปกติ เฟอร์นิเจอร์ที่โค้งมน ไม่มีมุมแหลม สิ่งของต่าง ๆ ภายในห้องไม่ได้หนักจนเกินไปมิเช่นนั้นอาจทับจนเกิดอันตรายได้ เป็นต้น นอกจากนี้ การวางพรมปูพื้นน่ารัก ๆ ยังช่วยป้องกันอันตรายและกระตุ้นความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก ๆ ได้อีกด้วย
มุมการเรียนรู้
มุมการเรียนรู้ ถือเป็นส่วนสำคัญในการช่วยกระตุ้นพัฒนาการของเด็ก ๆ ให้เข้ากับแต่ละช่วงวัย ทั้งการตั้งบอร์ดเพื่อส่งเสริมจินตนาการการวาดเขียนสิ่งต่าง ๆ โต๊ะและเก้าอี้เพื่อส่งเสริมสมาธิ หรือตู้เก็บของเพื่อส่งเสริมการอ่าน เป็นต้น หรือการตกแต่งมุมต่าง ๆ ภายในห้องอย่างการติดสติกเกอร์พยัญชนะภาษาไทยหรืออังกฤษก็สามารถทำให้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ภาษาต่าง ๆ เช่นเดียวกัน

ของเล่นเสริมพัฒนาการ
นอกจากมุมการเรียนรู้แล้วการมีของเล่นบางชิ้นที่สามารถส่งเสริมพัฒนาการของเด็ก ๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านร่างกาย หรือ สมอง ซึ่งของเล่นเสริมพัฒนาการที่ควรมี ได้แก่ เกมกระดาน แผ่นการ์ดคำศัพท์ ตัวต่อต่าง ๆ และ บ้านบอล สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นของเล่นที่ช่วยเสริมพัฒนาการเด็ก ๆ ให้เติบโตอย่างแข็งแรงแน่นอน
สรุปท้ายบทความ
ถ้าหากว่าเราตกแต่งห้องนอน ตามเทคนิคที่ได้บอกไป แต่ไม่ได้ใส่ใจเลี้ยงดูเด็ก ๆ มากเพียงพอ ก็อาจจะทำให้เด็ก ๆ ไม่ได้มีการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นพ่อแม่ทุกคนก็ควรที่จะเลี้ยงลูกด้วยความรัก รับฟัง และให้เวลากับลูกของคุณอย่างเพียงพอ Kaidee ขอเป็นกำลังใจให้พ่อแม่มือใหม่ทุกคน
