วิธีเลือกรถอเนกประสงค์ ตอบโจทย์สายลุยต้องดูอะไรบ้าง

Nov 26, 2020 | บทความยานยนต์

ปัจจุบันการท่องเที่ยวแบบผจญภัย ไม่ว่าจะเป็น ลุยเข้าป่า ฝ่าขึ้นเขา พิชิตดอยต่าง ๆ นั้นกำลังเป็นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ด้วยความที่ผู้เดินทางนั้นได้เปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ไปพร้อม ๆ กับความสวยงามแบบที่หาดูได้ยาก

แต่ทว่า การจะไปสถานที่เหล่านั้นช่างไปได้ลำบากเสียเหลือเกิน!! สายลุย ๆ บุก ๆ คงมีทางเลือกไม่มากนัก อย่างหาซื้อรถอเนกประสงค์สายลุยสักคัน เพื่อที่จะพาไปให้ถึงเป้าหมายได้อย่างปลอดภัยและหมดห่วง วันนี้จะพามาดูกันว่ารถยนต์สายลุยที่จะสามารถตอบโจทย์นั้นควรต้องดูอะไรกันบ้าง

รถยนต์อเนกประสงค์สายลุย คือ?

หลาย ๆ คนอาจจะงง ๆ ว่าเอ๊ะ!! “รถยนต์ที่ทั้งอเนกประสงค์และยังเป็นรถที่สามารถลุยไปไหนมาไหนได้ทุกที่เนี่ย” มันมีรถยนต์แบบนี้อยู่จริงๆเหรอ??

คำตอบนั่นก็คือ รถยนต์ SUV แบบที่เราเห็นกันในปัจจุบันนั่นเอง ซึ่งมองๆดูแล้ว รถเหล่านี้ดูไม่น่าจะสามารถลุยไปไหนมาไหนได้เท่าไรนัก แต่หากลองสังเกตบางรุ่นดูดีๆแล้ว จะพบได้ว่าที่โบรชัวร์ของรถหรือว่าจะข้างๆตัวรถนั้นจะมีคำว่า 4WD, AWD หรือ 4×4 ซึ่งเป็นคำที่บ่งบอกว่าสามารถขับเคลื่อนด้วย 4 ล้อ ที่ทำให้ง่ายต่อการขับขี่ในท้องถนนหรือพื้นผิวที่ไม่เท่ากัน ทั้งนี้ รถยนต์ SUV นั้นก็มีการขับเคลื่อนอยู่หลากหลายประเภท ดังนี้

1. 2WD (Two-Wheel Drive)

รถยนต์ขับเคลื่อแบบ 2WD หรือที่เรียก ๆ กัน ก็คือ รถยนต์ขับเคลื่อน 2 ล้อ ซึ่งรถยนต์ประเภทนี้ยังสามารถแบ่งออกได้เป็นย่อย ๆ อีก 2 ประเภทด้วยกัน ได้แก่

  • Front-Wheel Drive (FWD) คือ การขับเคลื่อนเฉพาะ 2 ล้อข้างหน้า ซึ่งรถยนต์ส่วนใหญ่ในปัจุบันนั้นมักใช้ระบบการขับเคลื่อนแบบนี้ ซึ่งการขับเคลื่อนล้อหน้านั้นจะช่วยให้รถยนต์มีแรงยึดเกาะถนนได้มากขึ้นนั่นเอง
  • Rear-Wheel Drive (RWD) คือ การขับเคลื่อนเฉพาะ 2 ล้อหลังเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ซึ่งส่วนมากนั้นจะเป็นรถยนต์ระบบไฮเอนด์ หรือรถยนต์ที่ใช้สำหรับแข่งขันดริฟในสนาม

2. 4WD (Four-Wheel Drive)

เป็นระบบการขับเคลื่อนที่คนส่วนใหญ่มักจะเข้าใจผิดกันอยู่เสมอ ๆ ระหว่าง 4WD กับ AWD ซึ่งทั้งสองนี้มีความแตกต่างอยู่เพียงเล็กน้อย แต่จะขอเล่าในส่วนของ 4WD หรือที่เรียก ๆ กันว่า 4×4 ก่อน มันคือ การขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่เอาไปขับขี่สำหรับการเดินทางแบบ Off-Road เท่านั้น ซึ่งส่วนใหญ่คนมักจะเข้าใจผิดกันว่าเป็นการขับเคลื่อนด้วย 4 ล้อ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งในความเป็นจริงแล้วระบบนี้จะทำงานต่อเมื่อกดปุ่มเปลี่ยนให้ขับเป็น 4 ล้อเท่านั้น สามารถแบ่งย่อยออกเป็น 2 ประเภท

  • Part Time คือ การปรับระบบให้เป็นใช้รถยนต์ได้ทั้งขับเคลื่อน 2 ล้อ และขับเคลื่อน 4 ล้อได้ โดยที่หากเป็นรถยนต์รุ่นเก่าๆนั้น จะมีเกียร์แยกมาให้ใช้ระหว่างขับ 2 ล้อ กับ 4 ล้อ อย่างชัดเจน แต่ในปัจจุบันนั้นมีการปรับเปลี่ยนมาให้ใช้เพียงแค่กดปุ่นสลับไปมาเท่านั้น
  • Full Time คือ การขับเคลื่อนทั้ง 4 ล้ออยู่ตลอดเวลา ที่จะช่วยให้ยึดเกาะถนนได้ดีและมีความปลอดภัยสูง หรือที่รู้จักกันในคำว่า AWD (All-wheel Drive) ในปัจจุบันนั่นเอง

ต้องดูอะไรบ้างก่อนเลือกรถยนต์สายลุย

การเลือกรถยนต์ในแต่ละครั้ง ก่อนที่จะมั่นใจได้ว่าจะซื้อคันไหน ผู้ขับขี่ควรจะต้องมองหารถที่สามารถตอบสนองความต้องการที่เข้ากับการใช้งานส่วนใหญ่ ซึ่งครั้งนี้เป็นการเลือกรถยนต์ ให้สามารถลุยไปที่ไหนก็ได้ มาดูกันว่าจะมีอะไรบ้างก่อนที่จะเลือก

1. ดูจากระบบขับเคลื่อนของรถ

อย่างที่ได้บอกไปถึงเรื่องระบบการขับเคลื่อนของรถยนต์ในข้างต้นก่อนหน้านี้ การที่จะเลือกรถสำหรับลุย ๆ ไปในที่ที่มีพื้นถนนขรุขระ ไม่ว่าจะเป็นขึ้นเขา ลงห้วย ไต่หน้าผา หรือผ่านน้ำ ย่อมจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมองหา และสอบถามว่ารถยนต์คันนั้นสามารถขับแบบ 4WD หรือมีโหมดสำหรับขับขี่แบบ Off-Road หรือไม่ ก่อนการเลือกซื้อ 

2. ดูจากความสูงและจุดที่ต่ำที่ของตัวรถ

เนื่องจากว่าการไปลุยในแต่ละที่นั้น ย่อมมีอุปสรรคมากมาย รวมไปถึงอาจจะต้องขับผ่านบริเวณที่เป็นโขดหินขนาดสูง ดังนั้นการเลือกรถยนต์อเนกประสงค์สำหรับสายลุยนั้น จะต้องคำนึงถึงความสูงของตัวรถเองและดูว่าส่วนที่ต่ำที่สุดของรถนั้นอยู่ตรงไหน สามารถผ่านโขดหินเหล่านั้นได้หรือไม่

3. ดูจากสภาพของพื้นที่ที่จะเดินทางไป

การศึกษาเส้นทางหรือศึกษาเส้นทางก่อนที่จะเริ่มเดินทางนั้นสำคัญเป็นอย่างมาก ด้วยความที่รถที่เราจะเลือกซื้อเพื่อไปเดินทางของเรานั้นเป็นรถยนต์อเนกประสงค์หรือรถยนต์ SUV เท่านั้น ไม่ใช่รถยนต์ที่ถูกผลิตมาเพื่อขับ Off-Road โดยตรง ดังนั้นต้องคำนึงถึงความเป็นได้ที่รถของเรานั้นจะขับผ่านได้ และมีฟังก์ชันในการขับไปด้วยวิธีต่าง ๆ ดังนี้ได้

  • การไต่เขา คือ การขับรถนั้นขึ้นเนินชัน และใต้ท้องรถนั้นอาจจะต้องปะทะกับเนินถ้าหากเขานั้นมีความความชันสูง
  • การคร่อม คือ การที่รถยนต์นั้นคร่อมอยู่ระหว่างหลุมหรือพื้นที่ที่มีพื้นสูงเหนือล้อรถ ซึ่งอาจจะทำให้รถนั้นติดและไม่สามารถขยับได้นั่นเอง

4. ดูจากความสามารถในการลุยน้ำ

รถยนต์ส่วนใหญ่ที่ถูกนำมาผลิตนั้น ย่อมมีความสามารถในการป้องกันและลุยน้ำได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น ซึ่งควรที่จะศึกษาลงไปให้ลึกถึงว่า สามารถลุยไปในน้ำได้ลึกขนาดไหน เพราะในบางครั้ง ก็ไม่อาจทราบได้เลยว่าเส้นทางที่เราไปนั้นจะต้องผ่านทางน้ำหรืออาจจะต้องผ่านเส้นทางน้ำจากเหตุไม่คาดฝันก็เป็นได้ เรื่องนี้จึงจำเป็นอย่างมากที่จะดูก่อนเลือกซื้อรถยนต์อเนกประสงค์สายลุย 

5. ดูจากกำลังของตัวรถยนต์

การเลือกรถยนต์ที่สมรรถนะและพละกำลัง ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามแต่อย่างใด เพราะการขึ้นเขาหรือการไต่เขานั้นจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องใช้เกียร์ต่ำและมีกำลังของรอบเครื่องที่สูง เพื่อที่จะให้รถนั้นมีกำลังมากพอที่จะสามารถผ่านในจุดนั้นไปได้อย่างง่ายดาย

6. ดูจากการดูแลรักษา

การเดินทางแบบผจญภัยสายลุยนั้นย่อมต้องแลกมาพร้อมกัน การที่รถต้องมีความเสียหายอยู่บ้างไม่มากก็น้อย ดังนั้นการเลือกยี่ห้อและรุ่นของรถยนต์ที่สามารถหาอู่ซ่อมและซื้ออะไหล่มาเปลี่ยนได้ง่าย ย่อมดีกว่าในเรื่องของการบำรุงรักษาในระยะยาว

สรุปท้ายบทความ

การเดินทางใด ๆ ย่อมต้องมีการเตรียมพร้อมที่ดี การเลือกซื้อรถก็เช่นเดียวกัน หากเราจะเลือกซื้อรถยนต์สักคัน คงต้องมองแล้วว่ารถคันนี้จะสามารถตอบสนองผู้ขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม และคุ้มค่ามากที่สุด

โดยการเตรียมพร้อมที่ดีนั้นย่อมทำให้ทุกการขับขี่ปลอดภัย เพราะหากเลือกรถได้ไม่ตรงกับความต้องการ นอกจากจะขับขี่ไม่สนุกแล้ว ยังอาจเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางได้อีกด้วย

หากใครที่กำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์ดี ๆ สักคันที่สามารถลุยไปไหนมาไหนได้ อีกทั้งยังตอบสนองต่อความต้องการของคุณแล้วล่ะก็ ลองเข้ามาได้ที่ Kaidee Auto เว็บที่รวมเอาไว้ซึ่งรถยนต์มากมายหลากหลายประเภทที่เหมาะต่อไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ทุกคน