วิธีการดูแลทำความสะอาดเบาะรถยนต์แต่ละชนิด

Nov 26, 2020 | บทความยานยนต์

การดูแลเบาะของรถยนต์ไม่ใช่เรื่องง่ายแต่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ในการดูแลเบาะรถยนต์ จะมีรายละเอียดที่แตกต่างกันออกไปแล้วแต่ชนิดของเบาะ จำเป็นต้องใส่ใจในการทำความสะอาดแต่ละขั้นตอน เพราะความสวยงามของเบาะจะคงอยู่ได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการดูแลสัก 90% เลยล่ะค่ะ

ดังนั้นก่อนที่จะไปถึงขั้นตอนการทำความสะอาด มาทำความรู้จักชนิดของเบาะรถยนต์กันดีกว่า

เบาะรถยนต์มีกี่ชนิด

เบาะรถยนต์ที่ปัจจุบันนิยมผลิตและใช้กันอย่างแพร่หลาย มีทั้งหมด 3 ชนิด ได้แก่ เบาะหนังเทียม เบาะหนังแท้ และเบาะผ้า 

1. เบาะหนังเทียม

เริ่มต้นด้วยเบาะหนังเทียม ที่รถยนต์บางรุ่นใช้แทนตัวเบาะหนังแท้ เนื่องจากราคาต้นทุนการผลิตที่สูง เบาะหนังเทียมนั้นแบ่งออกเป็น เบาะหนังเทียม PVC (Polyvinyl Chloride) ที่ทำมาจากเนื้อพลาสติก ผ่านกระบวนการฟอกย้อมสีและตัดเย็บ หนังชนิดนี้จะมีความแข็งแรง ทนทาน ขาดยาก ทว่ากลับสัมผัสได้ถึงความกระด้างอย่างชัดเจนเลยทีเดียว

เบาะหนังเทียม PU (Polyurethane) หนังเทียมชนิดนี้จะเป็นเบาะหนังเทียมที่มีคุณภาพสูงกว่าแบบ หนังเทียม PVC ผลิตมาจากยางที่ส่วนผสมของโพลีออลและไดโฮโซไซยาเนต ทำให้หนังเทียมชนิดนี้มีความทนทาน สามารถทนต่อความร้อนได้ดี และมีความนิ่มคล้ายหนังแท้มากกว่า ยังสามารถปั๊มลวดลายได้อีกด้วย

2. เบาะหนังแท้

เบาะหนังแท้ทำมาจากหนังวัว ที่ผ่านกระบวนการฟอกและย้อมสีมาแล้ว ทำให้ไม่มีกลิ่น ผิวของหนังดูเรียบเนียน ดูสวยงามและทนทานอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้นยังเคลือบด้วยน้ำยา Water Repellent ที่มีคุณสมบัติช่วยกันน้ำและถ่ายเทอากาศความชื้นในหนังได้อย่างดี

เบาะหนังแท้มีคุณสมบัติของความยืดหยุ่นสูงจากไขมันสัตว์ หากมองด้วยตาเปล่าก็จะเห็นว่าเบาะหนังชนิดนี้มีความสวยงาม และดูหรูหรากว่าเบาะชนิดอื่นอย่างเห็นได้ชัดเลย

3. เบาะผ้า

 เบาะผ้าทำมาจากผ้าหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นผ้าสังเคราะห์ ผ้ากำมะหยี่ ทำให้เบาะผ้ามีลวดลายที่สวยและหลากหลายกว่าเบาะหนัง ถ่ายเทความร้อนได้ดี ทั้งเวลานั่งจะไม่ไถลง่ายเหมือนเบาะหนัง ส่วนสำหรับบริเวณคนขับจะให้รู้สึกถึงความกระชับของเบาะ ทว่ามีข้อเสียว่าเบาะผ้าทำความสะอาดยากทั้งยังเก็บฝุ่นอีก

วิธีการดูแลและทำความสะอาดเบาะรถยนต์แต่ละชนิด

ด้วยกระบวนการผลิตและชนิดของเบาะรถยนต์แต่ละชนิดที่ต่างกันออกไป ทำให้การดูแลและทำความสะอาดนั้นต่างออกไปด้วย ดังนั้นการดูแลเบาะบางชนิดต้องใช้ความละเอียดและความใส่ใจในการดูแล หากคุณต้องการให้เบาะรถยนต์ของคุณเหมือนใหม่อยู่ตลอด

1.วิธีการทำความสะอาดเบาะหนัง

ทั้งหนังแท้และหนังเทียมนั้นมีวิธีการดูแลรักษาที่ใกล้เคียงกัน จึงขอสรุปไว้ในข้อเดียวกันเลยละกันนะคะ ลองมาดูกันว่ามีวิธีดูแลอย่างไรให้เบาะหนังสะอาดและเงางามได้บ้าง

  1. ไม่ควรให้เบาะหนังตากแดดนาน ๆ เพราะจะทำให้หนังกรอบและแตกลายได้ ฉะนั้นเวลาจะจอดรถตากแดดควรคำนึงถึงเรื่องเบาะและความร้อนที่อาจทำให้หนังอมความร้อน และเกิดปฏิกิริยาขยายตัวจนหนังกรอบ
  1. ควรใช้ผ้าชุบน้ำหรือสบู่เหลวในการเช็ดเบาะ สบู่ที่ใช้ควรผสมแต่น้อยอย่าใช้เยอะ ไม่เป็นสบู่ที่มีกลิ่น ชุบน้ำเพียงเล็กน้อยไม่ต้องถึงขั้นเปียก เพราะถ้าเปียกเกินไปจะเกิดความชื้นและทำให้เบาะมีกลิ่นเหม็นอับได้
  1. ถ้าเบาะหนังสกปรกมากให้ใช้น้ำยาสเตคลีน หรือ น้ำยาทำความสะอาดเบาะหนังโดยเฉพาะในการทำความสะอาด เพราะจะช่วยขุดลึกถึงคราบสกปรกที่ซ่อนอยู่ได้ดีกว่า การใช้ผ้าผสมสบู่เช็ด
  1. ยาเคลือบเบาะหนังใช้เฉพาะที่จำเป็น อย่าใช้บ่อย แม้หลายคนจะบอกว่าการเคลือบเบาะหนังทำให้เบาะชนิดนี้ดูใหม่ เงามันวาวตลอดเวลา แต่การใช้น้ำยาที่ทำมาจากสารเคมี จะก่อให้เกิดการตกค้างภายใต้เบาะ เมื่อนานไป สารเคมีที่เคลือบอยู่เสื่อมลง ทำให้เบาะมีความแข็งขึ้นกว่าเดิม นั่งแล้วไม่นุ่ม ต้องลงน้ำยาซ้ำบ่อย ๆ ให้หนังคืนรูปเหมือนเดิม

2.วิธีการทำความสะอาดเบาะผ้า

ใคร ๆ ก็บอกกันว่าวิธีการทำความสะอาดเบาะผ้าเป็นเรื่องยุ่งยาก เพราะเบาะผ้าเป็นแหล่งกำเนิดของเชื้อโรคและกักเก็บฝุ่นไว้อย่างมากมาย แต่หากใครที่คิดว่า ไม่เป็นไร ขอเบาะผ้าเพราะชอบมากกว่าเบาะหนัง ถ้าอย่างนั้นแล้ว ลองดูวิธีดูแลที่จะทำให้เบาะผ้าไม่อมฝุ่น แถมยังสวยเหมือนรถใหม่

  1. หากมีคราบสกปรกบนเบาะ ให้ฉีดน้ำลงไปบริเวณคราบเบา ๆ และนำแปรงสีฟันเก่าที่ไม่ได้ใช้แล้ว มาขัดตรงที่สกปรก จะทำให้คราบหลุดออกจากผ้าได้ง่ายขึ้นกว่าการใช้น้ำฉีดแล้วนำผ้าชุบสบู่มาขัดแบบเบาะหนัง เพราะอาจทำให้ขนบริเวณเบาะผ้าเสียทรงได้
  1. ใช้ทิชชู่ซับความเปียกจากน้ำที่ทำความสะอาด แล้วใช้แป้งโรยพื้นดูดซับความชื้นที่ตกค้างอยู่ที่ผ้า หากไม่ใช้ทิชชู่ซับความเปียก จะทำให้เบาะผ้าเกิดกลิ่นอับและแบคทีเรียจากความชื้นได้
  1. ใช้เครื่องดูดฝุ่นทำความสะอาดเบาะผ้าบ่อย ๆ จะช่วยให้ฝุ่นและความสกปรกที่แอบซ่อนอยู่หลุดไปได้มากขึ้น เครื่องดูดฝุ่นที่ใช้สำหรับการทำความสะอาดเบาะผ้า ควรเป็นเครื่องดูดฝุ่นเฉพาะสำหรับใช้ในการดูดฝุ่นภายในรถยนต์ เพราะจะมีแรงดูดได้มากกว่าเครื่องดูดฝุ่นที่ใช้ภายในบ้านทั่วไป

การเลือกเบาะแบบไหนจึงจะเหมาะสม

เมื่อตอนคุณซื้อรถยนต์ หากรถยนต์คันนั้นมีให้เลือกระหว่าง เบาะหนังและเบาะผ้า นี่คือสิ่งที่คุณต้องตัดสินใจดี ๆ ทว่าคำว่าเบาะหนังในที่นี้ อาจหมายถึงเบาะหนังแท้หรือเบาะหนังเทียมก็ได้ ต้องอ่านพิจารณาดูจากในใบโบรชัวร์ประกอบอีกที เพราะเบาะหนังแท้ส่วนใหญ่มักจะอยู่ในรุ่นรถราคาแพง รถยุโรป เป็นต้น

แต่บางครั้งเนื่องจากต้นทุนการผลิตและขาดแคลนหนังวัว ทำให้การใช้หนังแท้ร้อยเปอร์เซ็นต์ลดน้อยลง รถบางรุ่นใช้การผสมระหว่างหนังแท้และหนังเทียม เน้นการใช้หนังแท้ในเบาะของผู้ขับ หรือบริเวณจุดที่ต้องการความสบายขณะขับขี่ เช่น บริเวณขา เป็นต้น

การเลือกเบาะขึ้นอยู่กับรสนิยมความชอบส่วนตัว แต่สิ่งสำคัญที่ควรคำนึงถึงด้วยคือ การดูแลเบาะชนิดนั้นๆ มีความยากง่ายที่แตกต่างกัน ลองมาเปรียบเทียบดูกันดีกว่า ว่าเบาะแบบไหนถึงจะเข้ากับไลฟ์สไตล์คุณ

1. เบาะหนัง (หนังแท้และหนังเทียม)

สำหรับการเลือกเบาะหนัง ไม่ว่าจะเป็นหนังแท้และหนังเทียม เหตุผลอย่างหนึ่งที่คนมักจะเลือกเบาะชนิดนี้ เพราะเบาะหนังของรถยนต์นั้น ดูแลได้ง่ายกว่าเบาะผ้าหลายเท่า เบาะหนังจะมีความทนทานมากกว่าเบาะผ้า และจะยิ่งทนทานมากกว่าเดิม ขึ้นอยู่กับชนิดหนังที่ใช้ในการผลิต

วิธีดูแลก็ไม่ยากนัก เพราะเป็นเบาะหนังการทำความสะอาดหรือการไล่ฝุ่นออกจากเบาะ สามารถทำได้ง่ายและเห็นได้ชัดกว่าเบาะผ้าที่เป็นตัวกักเก็บฝุ่น มีเพียงแต่เรื่องของการรักษาสภาพหนังให้ดูดี มันวาว และคงทน ที่ต้องใช้น้ำยาเคลือบเบาะ และหมั่นเช็ดเบาะให้บ่อย เพื่อให้เบาะไม่แตกลายโดยเฉพาะตัวหนังแท้

การแตกลายของเบาะหนัง จะทำให้เบาะดูไม่สวยงาม ทั้งยังเป็นจุดที่คราบสกปรกและฝุ่นลงไปกองอยู่บริเวณนั้นอีกด้วย นอกจากนี้เวลาขับรถทางไกล เบาะหนังจะทำให้เกิดอาการไถล หรือ ไหลจากที่นั่งได้ง่ายกว่าเบาะผ้า

ข้อควรสังเกต : ระหว่างหนังแท้และหนังเทียมคือ

เบาะหนังเทียมเวลากดจะเป็นรอยยุบเป็นวง ไม่มีรอยเหี่ยวย่น เวลาสัมผัสเนื้อผิวจะมีความกระด้าง

เบาะหนังแท้ เวลากดลงไปจะเป็นรอยย่น แล้วเนื้อผิวจะมีความบาง มีความลื่นไม่สากมือ

2. เบาะผ้า

สำหรับเบาะผ้า สิ่งที่ได้จากเบาะชนิดนี้คือความสวยงาม ความนุ่ม และสัมผัสความเป็นผ้า โดยมีทั้งที่เป็นเนื้อผ้าสังเคราะห์และผ้ากำมะหยี่ที่มอบสัมผัสอันแตกต่าง ทั้งความนิ่มและยวบให้คุณรู้สึกสบาย ทั้งเบาะแบบนี้จะช่วยกระชับให้เข้ากับรูปทรงผู้นั่งได้มากขึ้น ไม่ไถลยามขับขี่ทางไกล

แต่ข้อเสียของเบาะประเภทนี้คือ ความสกปรกและดูแลยาก เนื่องจากเป็นเบาะผ้า บางครั้งการเช็ดถูและดูดฝุ่นไม่ได้หมายความว่า ฝุ่นที่เก็บอยู่ในตัวผ้าจะออกมาทั้งหมด บางครั้งทำให้รถมีฝุ่นลอยฟุ้งมากกว่าปกติอีกด้วย โดยเฉพาะการเป็นรอยเปื้อนจะเกิดง่ายและเห็นได้ชัดจากเบาะผ้า

สรุปท้ายบทความ

ใครที่กำลังคิดว่าจะเลือกเบาะประเภทไหนดีนะ บทความนี้ขอเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยคุณตัดสินใจเลือกเบาะที่เข้ากับตัวคุณมากยิ่งขึ้น หากคุณไม่เป็นคนรำคาญความสกปรกและไม่เป็นโรคภูมิแพ้ฝุ่น เบาะผ้าก็เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะลวดลายที่สร้างได้มากกว่าเบาะหนังรวมถึงความนุ่มของผ้า ที่จะให้คุณผ่อนคลายมากขึ้น

แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ค่อยอยากจะทำความสะอาดเบาะรถยนต์บ่อย และมีอาการแพ้ฝุ่น แนะนำให้ใช้เบาะหนังที่มีความเรียบหรู ทั้งไม่เก็บฝุ่นให้เกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังอีกด้วย

ลองเลือกอุปกรณ์ทำความสะอาดเบาะหนังและเบาะผ้า ไม่ว่าจะเป็นยาเคลือบเบาะหนังหรือเครื่องดูดฝุ่นเฉพาะในรถ ไว้ช่วยคุณรักษาและดูแลเบาะรถยนต์ให้เหมือนใหม่ตลอดเวลาได้ที่นี่แล้ว