บางครั้งอะไรที่แย่ๆ ก็พังลงมาทับเรา เพื่อให้เรารื้อมันออกไป และสร้างสิ่งใหม่ที่ดีๆ ขึ้นมาแทนที่
ทุกการบอกลา ทุกคำบอกเลิกและทุกฉากจบในชีวิตจริงเจ็บปวดเสมอ ไม่ว่าคุณจะเคยรักเขามากขนาดไหน แต่เมื่อถึงวันที่ต้องลาจาก ทุกอย่างก็มลายหาย กลายเป็นเพียงอดีตและความทรงจำ
แต่สิ่งที่จะเจ็บปวดมากยิ่งกว่า คือการที่คุณไม่อาจลบภาพเขาคนนั้นออกไปได้ และความรู้สึกนั้นจะกัดกร่อนและกลืนกินคุณให้ยิ่งจมดิ่งไปพร้อมกับความเศร้านั้น
แล้วทำอย่างไรถึงจะลืม
แต่พอกันทีครับกับความรู้สึกแบบนั้น คงถึงเวลาแล้วที่คุณจะรักษาและเยียวยาทั้งจิตใจและร่างกายของคุณให้กลับมาเป็นคนเดิมอีกครั้ง หรือกลายเป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำ ผมและ Kaidee Blog ได้คว้าเอาวิธีการลืมคนที่เคยรัก เรียกให้สั้นว่า “แฟนเก่า” ซึ่งอิงตามหลักจิตวิทยาและวิทยาศาสตร์ พร้อมบอกวิธีการเบ็ดเสร็จให้ทุกคน
“ลืมไม่ได้ ก็ให้มันรู้ไป”
ถึงเวลาแล้วนะ ที่คุณต้องรักตัวเองให้มากขึ้น
“เรียนรู้ที่จะรักตัวเองให้ได้ ก่อนที่จะไปรักใครคนอื่น” เอาเข้าจริงแล้ว ประโยคนี้ค่อนข้างจริงเลยทีเดียว
เพราะการที่คุณมีความรักและความปรารถนาดีให้กับตัวเอง คุณจะเห็นค่าของตัวเองมากขึ้น คุณไม่ต้องพึ่งพาความรักจากคนอื่นๆ คุณไม่ต้องหวังพึ่งใครสักคนให้เข้ามาเติมเต็มชีวิตของคุณ เพราะคุณสามารถทำมันได้ด้วยตัวเอง ไม่ต้องกลัวว่าวันหนึ่ง ใครสักคนจะหายไป เพราะความสุขเกิดจากตัวของคุณเองอยู่แล้ว
ลองมองหาข้อดีในตัว ด้วยการเขียนจุดเด่นหรือความเก่งของเราสัก 20 ข้อ (เขียนต่อไปเรื่อยๆ หากเขียนได้) เพื่อให้คุณรับรู้ถึงสิ่งดีๆ ที่คุณมี เพื่อให้หันมารู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น และเพื่อให้รู้ว่าคุณมีดีขนาดไหน และใครคนนั้นคิดผิดเพียงใดที่ทิ้งคุณไป
เราอย่ากลับมาเจอกันอีกเลย
สมองของเรามีการทำงานที่ซับซ้อน บางทีก็เกินกว่าที่เราจะเข้าใจ เมื่อเราได้เห็น ได้เจอหน้าหรือได้พูดคุยกับแฟนเก่าของเรา สมองเจ้ากรรมจะทำหน้าที่เป็นพนักงานเก็บภาษีย้อนหลังที่ขุดความทรงจำระหว่างเราและแฟนเก่าออกมาให้เราจำได้อย่างไม่สิ้นสุด
กิจกรรมที่เคยทำร่วมกัน เวลาที่เคยมีให้กันในวันหยุด ความสุขเมื่อตอนหน้าหนาวที่แล้ว หรือแม้แต่กระทั่งคำทักทายติดปากของเขา ที่ตะกี้เขายังพูดกับเราอยู่เลย
โอ้ละหนอ แล้วอย่างนี้มันจะไปลืมได้ไหมเล่า ทางที่ดีที่สุดคือการปิดกั้นการพบเจอ การมีปฏิสัมพันธ์กับแฟนเก่าของคุณให้มากที่สุด ไม่ต้องพยายามไปเดินตามสถานีรถไฟฟ้าที่เคยกลับด้วยกันบ่อยๆ ด้วยความหวังที่ว่าจะได้สบตาเขาอีกสักครั้งเลยนะ พอพอเถอะควรพอได้แล้ว
แล้วก็อย่าคิดว่าไม่รู้นะ บางทีคุณก็จะมีพฤติกรรมเผลอๆ เช่นเผลอพิมพ์ชื่อเฟสบุ๊คของเขาลงในช่องค้นหา (ทั้งๆ ที่ชื่อของเขายาวมาก) และก็เผลอกดเข้าไปดูหน้าโปรไฟล์ของเขา เผลอดูว่าเขาทำอะไรอยู่ หน้าที่การงานเป็นอย่างไร น้ำตาตกในโพสต์ระบายบนหน้าเฟสเหมือนกันหรือเปล่านะ
ดูไปก็เท่านั้นครับ มีแต่จะทำให้คุณเศร้าโศกมากยิ่งขึ้น ถ้าเลิกรากันแล้ว สิ่งที่ดีที่สุดที่คุณควรทำคือ อันเฟรนด์แฟนเก่าครับ รู้ว่ามันอาจจะยากและดูโหดร้าย แต่เชื่อเถอะ ว่ามันจะเป็นหนทางที่ดีต่อตัวคุณเอง
หยุดสร้างหนังภาคต่อในหัวได้แล้ว
หลายครั้งที่ความเจ็บปวดและความเสียใจจะกลายเป็นผู้กำกับ พวกเขาทั้งสองจะสร้างฉากจบอีกแบบขึ้นมาในหัวของเรา เป็นฉากจบที่แฮปปี้เอนดิ้ง เป็นแบบที่เราอยากจะให้เป็น หรืออย่างน้อย “ควรจะเป็น”
“ถ้าเรารับโทรศัพท์เร็วขึ้นกว่านี้อีกนิดนึง เขาจะโกรธเรานานขนาดนั้นไหม” “ถ้าเรายอมไปกินข้าวกับเขาวันนั้น เขาคงไม่พูดถึงเรื่องนี้ วันที่เราเลิกกัน” หรือ “ถ้าวันนั้นเราไม่วู่วาม …….”

หยุดผู้กำกับสองคนนี้ให้ได้ครับ เพราะคิดไปก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรที่มันเกิดขึ้นแล้วได้ ซ้ำจะทำให้คุณเจ็บปวดกับฉากจบหลากรูปแบบที่ฉายผ่านสมองของคุณอีกต่างหาก ถ้าในเมื่อรู้อยู่แล้วว่าแก้ไขอะไรไม่ได้อีกต่อไป ก็จงอยู่และมีความสุขกับปัจจุบันจะดีกว่านะครับ
กินของที่มีประโยชน์ เพิ่มตารางการออกกำลังกายให้ตัวเอง
เชื่อหรือไม่ ว่าการทานอาหารครบถ้วนและมีประโยชน์ช่วยให้คุณหายเศร้าได้เร็วขึ้น มีงานวิจัยชิ้นหนึ่งที่พบว่าการรับประทานอาหารที่มีสารเซโรโทนิน (Serotonin) จะช่วยลดความเสียใจของเรา เพราะยิ่งมีสารเซโรโทนินในร่างกายมากเท่าไร เราจะยิ่งรู้สึกมีความสุขมากขึ้น
อาหารที่อุดมไปด้วยสารเซโรโทนินก็มีมากมายหลายชนิดเช่นเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อไก่ กล้วย นม ชีส ไข่ โยเกิร์ต รวมถึงพืชตระกูลถั่วต่างๆ

และจะวิเศษมาก หากคุณตัดสินใจเพิ่มตารางการออกกำลังกายให้ตัวเอง เพราะนอกจากการออกกำลังกายจะช่วยให้คุณสามารถควบคุมน้ำหนักและรูปร่างได้แล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายปล่อยสารที่ทำให้คุณรู้สึกผ่อนคลาย เบาสบายและปลอดโปร่งมากขึ้นอีกด้วย
หากไม่รู้จะเริ่มออกกำลังกายอย่างไร ลองเริ่มจากการเดินภายในละแวกบ้านดูครับ ขอแค่วันละ 15 นาที ก็จะช่วยให้คุณสลัดความคิดเพ้อๆ ออกไปได้ไม่น้อยเลยทีเดียว
ออกไปทำอะไรใหม่ๆ กับคนใหม่ๆ ดู
ในช่วงเวลาที่คุณเพิ่งกลับมาอยู่คนเดียวใหม่ คุณอาจเลือกที่จะเก็บตัวอยู่ภายในบ้าน ไม่อยากออกไปสุงสิงหรือสังสรรค์กับใคร แต่การอยู่คนเดียวหลังจากการเลิกรา ก็อาจทำให้รู้สึกหมองเศร้าจนฟุ้งซ่านได้
เวลาแบบนี้เป็นช่วงเวลาที่คุณควรออกไปพบปะเพื่อนฝูง พวกเขาอาจเป็นคนที่คุณไม่ค่อยได้ใช้เวลาอยู่ด้วยในตอนที่ยังอยู่ในความสัมพันธ์ หรือแม้กระทั่งออกไปพบเจอผู้คนใหม่ๆ เพื่อขยายวงสังคมให้กว้างขึ้น
นอกจากนี้ นี่ยังเป็นช่วงเวลาแห่งการค้นหาสิ่งที่คุณชอบ หรือกลับไปทำงานอดิเรกที่คุณรักอีกครั้ง ไม่ว่าจะเป็นการเล่นกีฬากับเพื่อนหลังเลิกงาน การนัดเพื่อนไปเดินห้างชอปปิ้งในเย็นวันศุกร์ หรือการเขียนบทความนอกเวลาลงเพจส่วนตัว เป็นกิจกรรมอะไรก็ได้ที่ในตอนนี้ คุณมีเวลามากพอที่จะทำ
การได้ทำอะไรสักอย่าง (หรือหลายอย่าง) จะทำให้เราสามารถเอาตัวเองออกมาจากความเศร้าที่เผชิญอยู่ และทำให้จิตใจไม่ฟุ้งซ่าน อีกทั้งยังเป็นการเพิ่มความรู้สึกดีๆ ที่คุณควรมีต่อตัวเองให้มากขึ้น
ถ้าเธอคิดจะลืมเขา ลองทิ้งของๆ เขาไปก่อนไหม
“ลบไม่ได้ช่วยให้ลืม”
ผิดถนัดครับ ลบ (หรือทิ้ง) ช่วยให้เราลืมสิ่งแย่ๆ ได้ดีทีเดียว ผมจะอธิบายให้ฟังง่ายๆ ครับ หลายคนกลัวผี และเรารู้ว่าผีมักมากับความมืด เราจึงกลายเป็นคนกลัวความมืดไปโดยปริยาย
ความผูกพันในความรักก็เช่นกันครับ หากคุณเคยได้รับของขวัญจากเขา เป็นตุ๊กตาหมีสีขาวขนนุ่มตัวใหญ่ คุณจะรักเจ้าหมีตัวนี้มากเป็นพิเศษ เพราะมันเป็นตัวแทนของคุณกับเขา กอดเจ้าหมีก็เหมือนได้กอดเขา
แต่เมื่อเลิกกัน ของแทนใจก็กลายเป็นมีดแทงอก เพราะคุณผูกเจ้าหมีตัวนั้นกับภาพจำระหว่างคุณกับเขาไปแล้ว ยิ่งเห็นตุ๊กตาหมีสีขาวขนนุ่มตัวใหญ่ที่มุมห้องนอน ก็จะมีแต่ทำให้คุณคิดถึงวันเก่าๆ และทำให้คุณเศร้าหนักกว่าเดิมไปอีก

เพราะฉะนั้น เอาของที่เคยเป็นของกันและกันไปทิ้งเถอะครับ อย่าให้ “ผี” ยังหลอกหลอนคุณได้ เพียงเพราะคุณยังอยู่กับ “ความมืด” เลย
หากไม่รู้จะเอาของๆ แฟนเก่าไปทิ้งที่ไหน แต่มั่นใจว่าของเหล่านั้นยังมีประโยชน์อยู่ (แค่ไม่ใช่กับเรา) ก็เอาไปวางขายที่เว็บไซต์ขายของ “ดีๆ” อย่าง Kaidee Marketplace สิ รับรองว่าแฟนเก่าก็ลืม เงินก็มีอีกต่างหาก
สักวันคุณจะลืมความเจ็บนี้ไปเอง
แน่นอนครับ ผมไม่ได้คาดหวังให้คุณลืมความเจ็บปวดไปได้ในชั่วข้ามคืน แต่สิ่งที่อยากจะบอกคือ ถ้าคุณอยากหายจากอาการบาดเจ็บ (จากการอกหัก) คุณต้องกล้าที่จะรักษาตัวเอง กล้าที่จะเผชิญกับความเป็นจริง เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวครับ สักวัน ไม่ช้าก็เร็ว คุณจะลืมความเจ็บปวดนี้ไปเอง
