สร้างสระว่ายน้ำ ต้องรู้อะไรบ้าง ทุกข้อมูลครบจบในที่เดียว!

May 6, 2021 | บทความอสังหาฯ

ในช่วงเวลาที่อากาศบ้านเรานั้นใกล้เข้าสู่ช่วงวัยกลางคน (เหยียบเลขสี่) อุณหภูมิร้อนระอุจนแทบแยกไม่ออกว่าที่นี่คือพื้นดินหรือข้างในเตาอบ การสร้างสระว่ายน้ำอาจจะเป็นสิ่งที่ติดอยู่ในหัวของใครหลายคน ด้วยว่าพื้นที่ภายในบ้านก็เพียงพอต่อการก่อสร้าง แต่ติดตรงที่ว่าจะเริ่มศึกษาข้อมูลการสร้างสระว่ายน้ำอย่างไรดี

การสร้างสระว่ายน้ำไม่ได้ยากอย่างที่คิด

วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจสารพัดที่เกี่ยวกับการสร้างสระว่ายน้ำภายในบ้าน รวบรวมมาแบบครบจบใน 1 บทความ อ่านแล้วอยากโทรศัพท์ติดต่อบริษัทรับสร้างสระว่ายน้ำเลยก็ยังได้ และหากใครเป็นลูกบ้านไหน อยากให้คุณพ่อคุณแม่รีบสร้างสระว่ายน้ำไวๆ ก็แชร์บทความนี้ไปให้พวกท่านได้เลยนะครับ

สำรวจพื้นที่ก่อนสร้างสระว่ายน้ำ

การสร้างสระว่ายน้ำไม่มีพื้นที่กำหนดตายตัว มีเพียงแต่ข้อคำนึงไม่กี่ข้อที่เราควรมั่นใจก่อนดำเนินการสร้าง

  • ความกว้างของสระควรเพียงพอต่อการกลับตัว หรือไม่แคบเกินไปจนมีโอกาสที่มือจะฟาดกับขอบสระเวลาว่าย
  • ความยาวของสระควรมากพอสำหรับการว่ายเพื่อออกกำลังกายได้
  • พิจารณาบริเวณโดยรอบของพื้นที่ที่จะสร้างว่ายน้ำ ไม่ควรอยู่ใกล้ต้นไม้มากจนเกินไป เพื่อหลีกเลี่ยงใบไม้ที่อาจปลิวลงสระได้ หรืออาจเลือกติดตั้งผ้าใบหรือหลังคาเพื่อแก้ปัญหาดังกล่าวแทน

โครงสร้างของสระว่ายน้ำ

โครงสร้างของสระว่ายน้ำแบ่งได้ด้วยกันทั้งสิ้น 2 ประเภท นั่นคือ แบบคอนกรีต และแบบสำเร็จรูปไฟเบอร์กลาส (Fiberglass)

สระว่ายน้ำแบบคอนกรีต

สระว่ายน้ำรูปแบบนี้จะก่อสร้างด้วยปูนและกระเบื้อง ก่อนเสริมด้วยเหล็กอีกชั้น มีจุดเด่นคือสามารถสร้างให้เป็นรูปทรงที่หลากหลายตามใจชอบ ซึ่งความสวยงามจะขึ้นอยู่กับการออกแบบล้วนๆ อีกทั้งยังมีความทนทานและแข็งแรงมากอีกด้วย มักใช้ในการก่อสร้างสระว่ายน้ำขนาดใหญ่ และต้องการใช้พื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด

สระว่ายน้ำแบบสำเร็จรูปไฟเบอร์กลาส

สระว่ายน้ำไฟเบอร์กลาสถือเป็นสระว่ายน้ำสำเร็จรูปที่ทำจากพลาสติกหล่อคุณภาพดี ปูด้วยผ้าไวนิลที่ผลิตขึ้นมาเพื่อสระว่ายน้ำโดยเฉพาะ ข้อดีของสระว่ายน้ำประเภทนี้ติดตั้งได้อย่างรวดเร็วในราคาที่ถูกกว่าสระว่ายน้ำแบบคอนกรีต แต่ก็ข้อเสียก็มีเช่นเดียวกันคือมีรูปทรงที่ออกแบบมาแล้ว ทำให้ไม่สามารถปรับแต่งอะไรได้มากนัก และยังมีการดูแลรักษาในระยะยาวที่ต้องเปลี่ยนผ้าไวนิลทุก ๆ 10 ปีอีกด้วย

ระบบน้ำในสระว่ายน้ำ

เรื่องต่อมาของการสร้างสระว่ายน้ำคือ ระบบน้ำในสระ ซึ่งในปัจจุบันมีด้วยกัน 2 ระบบ คือ ระบบน้ำล้น (Overflow) และระบบท่อในสระ (Skimmer)

ระบบน้ำล้น (Overflow)

สระว่ายที่ใช้ระบบน้ำล้นพบเจอได้บ่อยมากกว่าที่คุณคิด ไม่ว่าจะเป็นตามสระว่ายน้ำสาธารณะ โรงแรม หรือบ้านพักในรีสอร์ทหรู

ลักษณะการทำงานของระบบน้ำล้นนั้นมีความใกล้เคียงกับชื่อเป็นอย่างมาก นั่นคือน้ำจะล้นออกทางข้างสระ และไหลลงรางน้ำที่ล้อมรอบตัวสระ ลงไปยังระบบ Surge Tank หรือเครื่องกรองที่จะฆ่าเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมก่อนปล่อยน้ำกลับลงสระอีกครั้งหนึ่ง

ข้อดีของสระน้ำระบบน้ำล้นนี้คือ บริเวณผิวน้ำจะไม่สกปรก เพราะน้ำจะล้นออกทางด้านข้าง อีกทั้งยังมีความสวยงามมากกว่า เพราะน้ำจะดูตึงสวยบนผิวสระอยู่ตลอดเวลา ส่วนข้อเสียคือ ราคาแพงและมีขั้นตอนการดำเนินการที่ยุ่งยาก แถมขั้นตอนการดูแลรักษายังซับซ้อน และใช้เงินจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว สระว่ายน้ำที่ใช้ระบบน้ำแบบนี้จึงเหมาะกับสระว่ายน้ำสาธารณะ หรือโรงแรมหรูระดับ 3-5 ดาวเสียมากกว่า

ระบบท่อในสระ (Skimmer)

สระว่ายน้ำที่ใช้ระบบแบบท่อในสระ หรือที่เรียกติดปากกันว่า Skimmer นี้มีลักษณะการทำงานแบบดูดน้ำผ่านท่อที่ติดตั้งบริเวณข้างสระ เพื่อกรองและกำจัดเชื้อโรคทิ้ง ก่อนปล่อยน้ำเข้ามาในสระอีกครั้งหนึ่ง

ข้อดีของสระที่มีระบบแบบนี้คือ ราคาที่ถูกและติดตั้งง่ายกว่าระบบน้ำล้นเป็นอย่างมาก เพราะไม่ต้องติดตั้ง Surge Tank เพิ่มนั่นเอง ระบบประเภทนี้จึงเหมาะกับสระว่ายน้ำภายในบริเวณที่พักอาศัย หรือตามบ้านพักขนาดเล็ก

ส่วนข้อเสียก็มีให้เห็นเช่นกันคือ น้ำจะไม่มีทางล้นออกจากสระเป็นอันขาด ส่งผลให้หากมีสิ่งสกปรกหรือเศษใบไม้บนผิวน้ำ ก็จะต้องทำความสะอาดด้วยตนเองเช่นกัน

ระบบบำบัดน้ำในสระว่ายน้ำ

ระบบบำบัดน้ำต่างจากระบบน้ำที่เพิ่งผ่านมา เพราะเรากำลังจะพูดถึงลักษณะของน้ำที่อยู่ในสระว่ายน้ำ ซึ่งสามารถมีด้วยกัน 4 รูปแบบคือระบบผสมคลอรีน (Clorine) น้ำเกลือ น้ำแร่ และโอโซน

ระบบผสมคลอรีน

ระบบน้ำผสมคลอรีนคือระบบที่เป็นที่นิยมมากที่สุด พบเห็นได้บ่อยที่สุด และเชื่อว่าเป็นระบบที่เราคุ้นเคยชื่อมากที่สุดเช่นกัน คลอรีนมีด้วยกันทั้งในรูปแบบของเหลว เม็ดหรือผงที่สามารถใส่ลงไปในสระได้ทันที แต่มีข้อควรระวังคือน้ำในสระจะต้องมีค่า pH อยู่ระหว่าง 7.2-7.8 เท่านั้น หากสูงหรือต่ำมากกว่านี้ เราอาจจะต้องเติมกรดหรือด่างเข้าไปก่อนเติมคลอรีน

ข้อควรระวังของการใช้ระบบบำบัดน้ำแบบผสมคลอรีนคือ ถึงแม้จะมีราคาถูก แต่สารคลอรีนส่งผลให้เกิดระคายเคืองกับผิวหนังได้ หากใช้ในปริมาณที่มากเกินไป

ระบบน้ำเกลือ

สระว่ายน้ำระบบนี้จะใช้เกลือธรรมชาติมาผ่านเข้าเครื่องที่มีชื่อว่า “SALT CHLORINATOR” หรือเกลือที่มีคุณสมบัติเหมือนคลอรีน เพื่อใช้ฆ่าเชื้อโรคและกรองสิ่งสกปรก ข้อดีของสระที่มีระบบบำบัดนี้คือ ช่วยถนอมผิวกายและไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวของเราอีกด้วย เพราะส่วนประกอบหลักคือเกลือธรรมชาติ หากใครแพ้คลอรีน อาจลองพิจารณาสร้างสระว่ายน้ำที่มีระบบนี้แทน

แต่ข้อเสียก็มีพอประมาณเช่นกัน เพราะเกลือธรรมชาติจะก่อให้เกิดทั้งเมือกลื่นข้างสระที่ยากต่อการทำความสะอาด และตะไคร่น้ำที่ขึ้นภายในสระ โดยเฉพาะสระว่ายน้ำระบบเกลือที่ตั้งอยู่กลางแจ้ง ไม่นับราคาในการติดตั้งและดูแลรักษาที่มากกว่าสระว่ายน้ำระบบผสมคลอรีนที่มากกว่าเกือบเท่าตัว

ระบบน้ำแร่

สระว่ายน้ำระบบน้ำแร่ใช้เครื่องกรองที่มีไอออนบริสุทธิ์มาเป็นตัวกลางในการกำจัดเชื้อโรค ทำให้น้ำใส ไม่ขุ่น ปลอดสารเคมี ดีไม่ดีสามารถดื่มน้ำในสระได้อีกต่างหาก นอกจากนี้ยังไม่ต้องห่วงเรื่องการทำความสะอาดอีกด้วย แต่ส่วนที่ (อาจจะ) เป็นข้อเสียของระบบนี้มีอย่างเดียวคือ ราคาการติดตั้งเครื่องและเดินระบบที่แพงกว่าระบบอื่นๆ หลายเท่าตัว

ระบบโอโซน

สระว่ายน้ำระบบสุดท้ายนี้ เป็นการผลิตก๊าซโอโซนจากเครื่องอัดอากาศมาใช้บำบัดน้ำและฆ่าเชื้อโรคภายในสระ ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงมาก เพราะสามารถกำจัดเชื้อโรคได้อย่างหมดจด แต่จำเป็นต้องเปิดเครื่องบ่อยครั้ง เพราะระยะเวลาที่โอโซนจะคงตัวอยู่ในน้ำนั้นสั้นมาก อีกทั้งการติดตั้งยังมีราคาที่ค่อนข้างแพงอีกด้วย

การดูแลรักษาสระว่ายน้ำ

อีกเรื่องหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงและสำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นใดคือ การดูแลรักษาสระว่ายน้ำหลังจากผ่านการใช้งานมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง ส่วนมากแล้ว บริษัทที่เราใช้บริการในการติดตั้งสระว่ายน้ำมักจะมีบริการทำความสะอาดรายเดือนควบคู่มาด้วย ซึ่งราคาจะอยู่ที่ 2,500 บาท ต่อเดือน ต่อ 30 ลูกบาศก์เมตร

สร้างสระว่ายน้ำแบบไหนดี

ในเมื่อทุกคนเข้าใจถึงระบบและประเภทของสระว่ายน้ำกันแล้ว หลายคนคงยังมีข้อสงสัยในเรื่องของสระว่ายน้ำ “ที่เหมาะกับบ้านของเรา” มากที่สุด Kaidee Property จึงอยากทำสรุป 5 ข้อสั้นๆ มาเป็นตัวช่วยให้คุณวางแผนการสร้างสระว่ายน้ำของคุณได้อย่างง่ายดายและรวดเร็วมากขึ้น

  1. ขนาดของสระว่ายน้ำ – อย่างที่กล่าวไปในตอนต้น การสร้างสระว่ายน้ำไม่จำเป็นต้องใช้พื้นที่เยอะ แต่กระนั้นก็ควรคำนึงถึงความกว้างและยาวที่พอดีของสระว่ายน้ำด้วย
  2. ความลึกของสระว่ายน้ำ – ความลึกขนาดมาตรฐานของสระว่ายน้ำภายในที่อยู่อาศัยจะอยู่ที่ 1.2 ถึง 1.5 เมตร แต่หากครอบครัวหรือบ้านใดมีเด็กอาศัยอยู่ด้วย อาจจำเป็นจะต้องลดความลึกมาอยู่ที่ประมาณ 0.6 ถึง 0.9 เมตรแทน หรือสร้างสระว่ายน้ำที่มีความลึกเป็นระนาบขั้นบันไดเแทน
  3. งบประมาณ – เรื่องสำคัญลำดับต่อมาคือ สระว่ายน้ำที่เราต้องการจำเป็นเป็นไปตามงบประมาณที่เรามี และอย่าลืมว่าไม่เพียงแต่ค่าติดตั้ง แต่สระว่ายน้ำยังมีค่าบำรุงรักษา ค่าอุปกรณ์และการทำความสะอาดเพิ่มเติมอีกด้วย
  4. ความต้องการและความจำเป็น – ลองสำรวจความต้องการของคนในบ้าน ว่าต้องการใช้สระว่ายน้ำรูปแบบใดมากกว่ากัน ส่วนเรื่องความจำเป็นก็สำคัญไม่แพ้กัน อาทิผิวของคนในบ้านอาจแพ้หรือระคายเคืองต่อคลอรีนในสระว่ายน้ำ ทำให้เหลือตัวเลือกระบบบำบัดน้ำอยู่เพียง 3 ตัวเลือกเท่านั้น เป็นต้น
  5. อุปกรณ์เสริม – ต่อเนื่องจากข้อที่ผ่านมา หากต้องการให้สระว่ายน้ำของคุณมีอุปกรณ์เสริมเช่น สไลเดอร์ (Slider) หรือสปริงบอร์ด (Springboard) ติดตั้งอยู่ด้วย คุณควรมั่นใจว่า บริเวณสระว่ายน้ำที่อุปกรณ์จะยื่นลงไปนั้นมีความลึกในระดับที่มากพอและเหมาะสมต่อการใช้งานอุปกรณ์เสริมเหล่านี้
สร้างสระว่ายน้ำ สปริงบอร์ด
วางตำแหน่งของสปริงบอร์ดให้อยู่ในบริเวณที่มีความลึกเหมาะสม
เพื่อป้องกันอันตรายจากการกระแทกกับพื้นสระว่ายน้ำ

สระว่ายน้ำของคุณจะหน้าตาเป็นยังไงกันนะ

ก็จบไปแล้วกับบทความที่ว่าด้วยทุกเรื่องที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับการสร้างสระว่ายน้ำภายในบ้าน Kaidee Property ต้องการให้บทความนี้ตอบโจทย์คนที่กำลังมีคำถามเกี่ยวกับสระว่ายน้ำอยู่ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกคน และหากใครกำลังมองหาอุปกรณ์เสริมรอบสระว่ายน้ำของคุณอยู่ ทำไมไม่ลองแวะเข้ามาดูที่ Kaidee ของเรา เชื่อเหลือเกินว่า คุณจะได้อะไรไม่มากก็น้อยกลับไปแน่นอน