เครื่องประดับสายมู ตอน ความลับของหินสมงคล

Nov 21, 2024 | ไลฟ์สไตล์

สำหรับสาวๆ สายมูแบบเรา นอกจากการเลือกสีเล็บหรือสีเสื้อผ้าแล้ว การเลือกเครื่องประดับสายมู เพื่อเสริมดวงก็สำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งเครื่องประดับแต่ละแบบ แต่ละสีก็จะเสริมดวงที่แตกต่างกันออกไป ต้องแมตช์ลุคมูแบบไหนให้ปังวันนี้แอดมีคำตอบ

หากจะพูดถึงเครื่องประดับสายมูที่เป็นกระแสมายาวนานจนถึงปัจจุบันนั้นคงหนีไม่พ้นหินมงคล เพราะนอกจากจะหาซื้อได้ง่ายมากๆ แล้ว ในปัจจุบันยังมีการออกแบบเครื่องประดับหินสีตอบโจทย์กับทุกลุคทุกวัยมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสาวสายหวาน สายเปรี้ยว สาวเท่ก็สามารถสวมใส่เครื่องประดับชนิดนี้ให้ออกมาดูดีได้ทั้งนั้น ซึ่งข้อดีของหินมงคลแต่ละชนิดก็ยังช่วยเสริมสร้างพลังเชิงบวกที่แตกต่างกันได้อีกด้วย

สีมงคลประจำวันเกิดและความหมายของหินมงคลแต่ละสี

เพื่อให้พลังงานของหินมงคลสามารถส่งพลังงานเชิงบวกได้อย่างเต็มที่ ผู้สวมใส่ควรคำนึงถึงสีมงคลประจำวันเกิดและรู้ความหมายของหินมงคลแต่ละสีเพื่อให้การสวมใส่เครื่องประดับสายมูนั้นเสริมสิริมงคลและโชคลาภได้ดีที่สุด 

สีมงคลประจำวันเกิด

  • วันจันทร์ : สีขาว สีครีม สีเหลืองอ่อน หรือสีที่ใกล้เคียงกับดวงจันทร์ สีต้องห้ามคือสีแดง
  • วันอังคาร : สีแดง สีแสด สีชมพู สีโรสโกลด์ สีต้องห้ามคือสีเหลือง
  • วันพุธกลางวัน : สีเขียวทุกเฉดและสีฟ้า สีต้องห้ามคือสีชมพู
  • วันพุธกลางคืน : สีเทา สีดำ สีบลอนด์ สีเงิน สีต้องห้ามคือสีทอง สีส้ม
  • วันพฤหัสบดี : สีทอง สีส้ม สีเหลือง สีแดง สีต้องห้ามคือสีดำ สีเทา
  • วันศุกร์ : สีน้ำเงิน สีฟ้า สีเขียว และสีน้ำตาล สีต้องห้ามคือสีเทา สีน้ำตาล
  • วันเสาร์ : สีดำสนิท สีเทา สีม่วง และสีน้ำเงิน สีต้องห้ามคือสีเขียว
  • วันอาทิตย์ : สีแดงทุกเฉด สีชมพู และสีดำ สีต้องห้ามคือสีน้ำเงิน

หินมงคล 12 สี 

เมื่อทราบถึงสีมงคลประจำวันเกิดแล้ว การเลือกเครื่องประดับสายมูก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป และเพื่อช่วยเสริมดวงและโชคลาภได้ตรงจุดมากยิ่งขึ้น เรามาทำความรู้จักหินแต่ละชนิด จะมีชื่อเรียกว่าอะไรและแต่ละสีจะมีความหมายด้านใดบ้างมาดูกันเลย

  • ไพลิน (Sapphire) หินสีน้ำเงินที่ช่วยเสริมสร้างสติ ปัญญาและสมาธิ พร้อมทั้งยังช่วยปกป้องผู้สวมใส่จากภัยอันตรายทั้งหลายอีกด้วย
  • ทับทิม (Ruby) หินสีแดงฉาดที่สร้างความพลังบวกด้านอำนาจ ความหลงไหล และความรัก เป็นหินที่เสริมสร้างพลังให้กล้าหาญมากยิ่งขึ้น
  • ซิทริน (Citrine) หินสีเหลืองส้ม ให้พลังงานด้านการเงิน ความมั่งคั่ง โชคลาภ และความสำเร็จในหน้าที่การงาน
  • อความารีน (Aquamarine) หินสีฟ้าน้ำทะเลที่นำความสงบ ความมั่งคั่งและโชคลาภมาสู่ผู้สวมใส่
  • ออบซิเดียน (Obsidian) หินสีดำแต่พลังงานที่ให้กลับตรงกันข้าม เป็นหินที่ช่วยขจัดพลังงานด้านลบทั้งปวง
  • ลาพิส ลาซูลี (Lapis Lazuli) หินสีน้ำเงินเข้ม โด่งดังด้านการสร้างพลังงานด้านสติปัญญา การเข้าถึงจิตวิญญาณเพื่อความรู้และความสุขที่แท้จริง
  • การ์เนต (Garnet) หินสีแดงเข้มไปจนถึงแดงอมม่วง หินชนิดนี้จะนำมาซึ่งพลังงานแห่งความมุ่งมั่นและแข็งแกร่ง บารมีและอำนาจ
  • เทอร์ควอยซ์ (Turquoise) หินสีฟ้าอมเขียวจะนำมาซึ่งพลังแห่งความรัก ความเมตตา และความคิดสร้างสรรค์ ทั้งนี้ทั้งนั้นยังมีความเชื่อด้านการรักษาอาการป่วยบางชนิดได้อีกด้วย
  • มรกต (Emerald) หินสีเขียว สัญลักษณ์แห่งความเจริญรุ่งเรื่องและความมั่งคั่ง ตัวแทนของความโชคดีและความสำเร็จ
  • โรสควอตซ์ (Rose Quartz) หินสีชมพูดุจกุหลาบนี้เป็นหินที่จะช่วยเสริมดวงด้านความรัก ผู้คนรักใคร่เมตตา เป็นหินที่จะช่วยสร้างพลังงานบวกในความสัมพันธ์ทุกรูปแบบ
  • ไทเกอร์อาย (Tiger’s eye) หินสีน้ำตาลเหลือบทองคล้ายดวงตาของเสือ สามารถเสริมสร้างบารมีให้กับผู้สวมใส่ เสริมดวงด้านโชคลาภ และยังช่วยให้มีความเด็ดเดี่ยว ตัดสินใจได้อย่างแน่วแน่
  • อเมทิสต์ (Amethyst) หินสีม่วงที่เป็นตัวแทนของความจริงใจและความคิดสร้างสรรค์ หินสีนี้จะช่วยให้ผู้สวมใส่โชคดีมีแต่คนรักคนเมตตา

หากใครจะคิดว่าการใส่หินมงคลยังไงลุคก็ออกมาดูเป็นแนวยิปซีแล้วเนี่ย ต้องขอให้หยุดความคิดนี้เอาไว้ก่อน เพราะหินสีใส่ปัจจุบันนั้นนอกจากจะเป็นที่นิยมแล้ว ยังสามารถแมตช์ออกมาได้กับทุกลุค ไม่ว่าจะใส่สูท ใส่เดรส ใส่ไปปาร์ตี้ก็ตอบโจทย์ทั้งนั้น ดังนั้นสิ่งที่ต้องกังวลไม่ใช่การแมตช์ลุคหรอกนะ แต่หากจะให้หินสีมงคลสามารถสร้างพลังบวกได้ดีอยู่เสมอนั้น ผู้สวมใส่เครื่องประดับสายมูควรหมั่นทำความสะอาดเครื่องประดับอยู่เสมอ โดยล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเกลือเพื่อชำระล้างสิ่งชั่วร้ายและอบควันกำยานเพื่อสร้างกลิ่นหอมในการบูชาเครื่องประดับให้สามารถส่งพลังดีๆ ให้กับเรานั่นเอง

เป็นยังไงกันบ้าง นอกจากจะได้หินสีมงคลสวยๆ ไปสวมใส่เป็นเครื่องประดับสุดเก๋แล้วยังช่วยสร้างพลังงานบวกและความหมายดีๆ อีกด้วย อย่าลืมเลือกเครื่องประดับสายมูที่ใช่ในสไตล์ของคุณ