ปัจจุบันนี้เรียกได้ว่ากระแสของการดริปกาแฟได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในบ้านเรา เชื่อว่าหลายๆ คนต้องเคยได้ยินกันอยู่บ่อยๆ และอาจเกิดความสงสัยว่ามันแตกต่างจากกาแฟทั่วไปอย่างไร วันนี้เรามีคำตอบมาให้
จริงๆ แล้วการดริปกาแฟ คือชื่อของวิธีการชงแบบ Pour-Over หรือ Filter Brewers ซึ่งเป็นวิธีการชงกาแฟที่ไม่ต้องใช้เครื่องชงหรืออุปกรณ์ที่ตายตัว ใช้เพียงแค่น้ำไหลผ่านผงกาแฟและตัวกระดาษกรองเท่านั้น ในอดีตการดริปกาแฟเป็นที่นิยมในทวีปยุโรป สแกนดิเนเวีย เกาหลี และญี่ปุ่น โดยการดริปกาแฟสามารถที่จะดึงรสชาติของกาแฟคั่วบดออกมาได้เป็นอย่างดี
ปัจจัยของการดริปกาแฟให้อร่อยนั้นมีเทคนิคที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น การคัดสรรคุณภาพของเมล็ดกาแฟที่ต้องผ่านการคั่วสดใหม่เสมอ หรือขั้นตอนการเก็บเมล็ดกาแฟที่ก็ถือว่าสำคัญเพราะต้องเก็บในภาชนะที่ถูกห่อปิดอย่างสนิท ไม่ให้อากาศและความชื้นผ่านเข้าไปโดนเมล็ดกาแฟได้ เพราะจะทำให้เสียรสชาติ รวมถึงอุณหภูมิของน้ำ ความละเอียดในการบดเมล็ดกาแฟที่ปัจจัยทุกอย่างต้องสอดคล้องกันจนทำให้เกิดรสชาติที่ลงตัวมากที่สุด
สำหรับมือใหม่ที่กำลังสนใจในการดริปกาแฟทานเองแล้ว สามารถเริ่มต้นเรียนรู้วิธีการได้ง่ายๆ ตั้งแต่ขั้นตอนการทำ ไปจนถึงอุปกรณ์ที่วันนี้ Kaidee จะมาแนะนำว่ามือใหม่ที่เริ่มต้นการดริปกาแฟควรจะมีอะไรบ้าง พร้อมเทคนิคต่างๆ ที่จะทำให้คุณดื่มด่ำกาแฟแก้วโปรดฝีมือตัวเองได้ที่บ้านอย่างง่ายๆ
1. เมล็ดกาแฟ
นับว่าเป็นส่วนสำคัญที่สุดส่วนหนึ่ง เพราะรสชาติกาแฟจะเป็นยังไงต้องขึ้นอยู่กับเมล็ดกาแฟ ซึ่งหลักๆ เมล็ดกาแฟที่ใช้ในวิธีการดริปจะเป็นเมล็ดพันธุ์อราบิก้า แต่ถ้าชอบโทนเปรี้ยวๆ ผลไม้หน่อยๆ ลองดูเมล็ดจาก Ethiopia หรือ Kenya หรือเมล็ดกาแฟไทยที่เดี๋ยวนี้มีให้เลือกอีกเพียบ อันนี้ก็แล้วแต่คนชอบที่ต้องลองเท่านั้นถึงจะรู้รสชาติที่ตัวเองชื่นชอบได้ดีที่สุด
ปัจจัยสำคัญที่จะทำให้รสชาติกาแฟออกมาดี คือความสดใหม่ของเมล็ดกาแฟ ยิ่งถ้าหากบดเมล็ดกาแฟเองก่อนชงได้ก็จะยิ่งสร้างรสชาติและมิติให้กับกาแฟของคุณได้มากยิ่งขึ้น ควรใช้เมล็ดกาแฟคั่วอ่อน – ปานกลาง ซึ่งยังมีรสชาติหวานและความเปรี้ยวหลงเหลืออยู่ ไม่ขม เมื่อทานแล้วจะได้กลิ่นและรสชาติของกาแฟสายพันธุ์นั้น เพราะถ้าหากใช้กาแฟคั่วเข้มมากเกินไป กลิ่นและรสจะจางหายจนเหลือแต่ความขม ซึ่งลักษณะการคั่วและการบดละเอียดของเมล็ดกาแฟก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคลที่สามารถปรับเปลี่ยนและหารสชาติที่ชอบได้ตามต้องการ
2. เครื่องบดเมล็ดกาแฟ
อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในความอร่อยของกาแฟที่ขึ้นอยู่กับความสม่ำเสมอและการปรับระดับของความละเอียดของเมล็ดกาแฟในการบด ซึ่งมีให้เลือกแบบทั้งเครื่องบดเมล็ดกาแฟแบบมือหมุน หรือเครื่องบดแบบไม้ทรงวินเทจที่สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย ควรจะใช้เครื่องบดเมล็ดกาแฟที่เหมาะสมกับการดริป ลักษณะความละเอียดของเมล็ดกาแฟให้อยู่ประมาณน้ำตาลทรายขาว เวลาที่เอานิ้วหยิบขึ้นมายังให้ความรู้สึกผิวสัมผัสที่เป็นเม็ด ไม่ละเอียดเกินไปจนเหมือนแป้ง และควรจะบดเมล็ดให้ได้ความละเอียดที่เท่ากัน
ซึ่งอัตราส่วนปริมาณของกาแฟและน้ำที่ใช้ในการดริปนั้นต้องมีสัดส่วนที่พอดี หากใส่น้ำมากไปก็จะทำให้รสชาติของกาแฟนั้นจางลง อัตราส่วนที่จะทำให้ได้รสชาติของกาแฟที่ดีที่สุดที่แนะนำจะอยู่ที่ กาแฟ 1 กรัม ต่อน้ำ 15-17 กรัม โดยสามารถปรับปริมาณของน้ำได้ตามความชอบของแต่ละคน
3. กระดาษกรอง (Filter)
รสชาติของกาแฟจะเป็นอย่างไร กระดาษกรองถือว่ามีส่วนสำคัญเป็นอย่างมาก ซึ่งหลักๆ จะมีทั้งกระดาษกรองสีขาวและสีน้ำตาล มีขนาดให้เลือกคือ 01 เหมาะสำหรับ 1-2 แก้ว และ 02 เหมาะสำหรับ 3-4 แก้ว โดยก่อนที่จะทำการดริปทุกครั้งควรใช้น้ำร้อนเทลงบนกระดาษกรองทิ้วไว้สักครู่ เพื่อเป็นการลดกลิ่นและทำความสะอาด
4. กาดริปกาแฟ
หัวใจหลักของการดริปที่ดีควรเลือกใช้เป็นกาดริปกาแฟที่มีการเก็บและระบายความร้อนของน้ำได้เป็นอย่างดีในระดับหนึ่ง ให้สายน้ำที่ไหลออกมาจากปากของกาดริปต้องมีความสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักได้ดี ซึ่งขึ้นอยู่กับความถนัดของผู้ใช้งานว่าชอบและเหมาะสมกับกาชนิดไหนมากที่สุด
การเทน้ำถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อรสชาติของกาแฟ ช่วงแรก Pre-infusion ค่อยๆ เทน้ำจากกา โดยเริ่มเทจากกตรงกลางแล้ววนออกด้านนอก ให้กาแฟพอชุ่มน้ำ ค่อยๆ หยดและเร่งความเร็วขึ้น แล้วรอเวลาประมาณ 30-45 วินาที เพื่อให้กาแฟคลายแก๊ส
ช่วงกลางเร่งความเร็วในการเทและแรงขึ้นให้ได้น้ำเยอะที่สุด ซึ่งช่วงนี้น้ำกาแฟบนดริปเปอร์จะเป็นสีน้ำตาล ค่อยๆ หยดจนน้ำกาแฟที่ได้เริ่มเจือจาง ช่วงท้ายให้เบามือลงและค่อยๆ หยดช้าๆ จนให้ได้ปริมาณน้ำที่ต้องการ
5. ดริปเปอร์ (Dripper)
หลายคนคิดว่าดริปเปอร์อาจเป็นแค่ทางผ่านของน้ำเฉยๆ ที่ไม่ได้มีส่วนสำคัญอะไรมาก แต่ในความจริงแล้วการไหลผ่านของน้ำมีผลต่อรสชาติของกาแฟมากที่สุด ซึ่งควรเลือกใช้ดริปเปอร์ที่ดีมีคุณภาพและถูกออกแบบมาเพื่อการชงได้อย่างเหมาะสม สิ่งสำคัญคือต้องชงง่าย ทำให้น้ำไหลผ่านได้ดี ไม่อั้นน้ำ และสามารถควบคุมการไหลของน้ำได้ มีให้เลือกทั้งแบบพลาสติก เซรามิก และสเตนเลส รวมถึงลักษณะพื้นผิวของดริปเปอร์ที่มีทั้งแบบเป็นร่องลึก เหมาะกับกระดาษกรองที่เรียบ, ดริปเปอร์ที่เรียบ เหมาะกับกระดาษกรองแบบหยัก หรือที่เรียกว่าแบบ Wave และดริปเปอร์ Chemex ใช้กับกระดาษกรองที่เรียบ แต่มีรูขนาดใหญ่ให้น้ำไหลผ่าน
– ดริปเปอร์ที่มีร่องลึก ใช้กับฟิลเตอร์ที่เรียบ
– ดริปเปอร์ที่เรียบ ใช้กับฟิลเตอร์หยัก หรือเรียกว่าแบบ Wave
– ดริปเปอร์ Chemex ใช้กับฟิลเตอร์ที่เรียบ แต่มีรูให้น้ำไหลขนาดใหญ่
6. แก้วกาแฟ
สิ่งสุดท้ายที่จะขาดไปไม่ได้เลยนั่นก็คือ “แก้วกาแฟ” ซึ่งความจริงแล้วเราสามารถนำแก้วกาแฟธรรมดาที่บ้านมาใช้ก็ได้ แต่ถ้าแบบนั้นมันจะดูธรรมดาไปหน่อย เพราะด้วยสมัยนี้ที่แบรนด์ต่างๆ ได้ออกแบบแก้วกาแฟมาอย่างสวยงาม บวกกับกระแสการแคมป์ปิ้งที่ส่วนหนึ่งคือการดริปกาแฟ แบรนด์สายแคมป์ก็ต่างดีไซน์แก้วกาแฟมาเพื่อตอบโจทย์แต่ละคนได้อย่างตรงสาย เพราะไม่ว่าจะนำไปดริปกาแฟนอกบ้านหรือวางโชว์ภายในบ้านก็ดูลงตัวไปหมดจนคุณไม่อยากหยิบมันออกมาใช้เลยทีเดียว
สรุป
จะเห็นได้ว่าการดริปกาแฟเป็นอีกหนึ่งศาสตร์ที่น่าเรียนรู้ เพราะทุกส่วนผสมและทุกองค์ประกอบจะสามารถทำให้รสชาติของกาแฟเปลี่ยนไปได้ทุกเมื่อ การได้เรียนรู้ด้วยตัวเอง ลองทำสิ่งใหม่ๆ ก็อาจทำให้คุณได้พบรสชาติแปลกใหม่ที่ต่างไปจากเดิมจนกลายเป็นเพิ่มความสนุกในการดริป เพื่อให้คุณค้นพบกาแฟแก้วโปรดในแบบฉบับของตัวเอง
สำหรับมือใหม่ท่านใดที่กำลังสนใจและอยากลองดริปกาแฟ สามารถเข้ามาหาซื้ออุปกรณ์ต่างๆ รวมไปถึงเมล็ดกาแฟได้ที่ Kaidee แหล่งขายของออนไลน์ราคาถูกที่ครอบคลุมสินค้าทุกประเภทที่คุณต้องการ
