เปลี่ยนแบตรถยนต์ ยี่ห้อไหนคุ้มที่สุด เช็กที่นี่ !

Jun 28, 2021 | บทความยานยนต์

เปลี่ยนแบตรถยนต์ ต้องเลือกประเภทแบตเตอรี่และกำลังไฟให้เหมาะสมกับรุ่นรถ เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานได้ยาวนาน”

เปลี่ยนแบตรถยนต์ ยี่ห้อไหนดี

เปลี่ยนแบตรถยนต์ นับเป็นเรื่องปกติของการใช้รถ เมื่อครบวงรอบการใช้งานก็ต้อง (ซื้อ) เปลี่ยนใหม่ ไม่ใช่เรื่องแปลก ! ปัจจุบันมีขายหลายยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็น FB, 3K, GS, PANASONIC, PUMA, BOSH, BOLIDEN, YUASA รวมไปถึง AMARON ฯลฯ ส่วนจะเลือกยี่ห้อไหน ขึ้นอยู่กับรุ่นรถและกำลังทรัพย์ของเจ้าของ และ Kaidee Auto รวมรวมข้อมูลที่น่าสนใจ และมัดรวมยี่ห้อน่าใช้มาฝากทุกคน

แบตเตอรี่รถยนต์เป็นเรื่องต้องขยันตรวจสอบเป็นประจำ เพื่อให้รู้สภาพและความพร้อมก่อนใช้รถ เปรียบเทียบให้เห็นภาพก็เหมือนกับน้ำมันเชื้อเพลิงนั่นแหละ คุณไม่สามารถรอให้หมดเกลี้ยงทั้งลูกก่อนแล้วจึงเปลี่ยน เพราะคงไม่ดีแน่หากเกิดแบตหมด สตาร์ทรถไม่ติดระหว่างทาง ชีวิตเปลี่ยน ! และต้องเจอกับปัญหาที่เป็นเรื่องวุ่นวายตามมาแน่นอน

แต่ก่อนที่จะไปเลือกช้อปจุใจ เพื่อเตรียม “เปลี่ยนแบตรถยนต์” ให้กับทุกคน ต้องเข้าใจข้อมูลเบื้องต้นให้ตรงกันก่อนว่า

ข้อที่ 1 แบตเตอรี่รถยนต์เป็นเรื่องของความพึงพอใจต่อการใช้งาน หากให้บอกว่ายี่ห้อไหนดีที่สุด ผู้เขียนไม่สามารถบอกได้ เพราะประสบการณ์และรถที่ใช้งานแตกต่างกัน 

ข้อที่ 2 แต่ผู้เขียนสามารถให้ข้อเท็จจริง วิธีการเลือกใช้ การสังเกตอาการเมื่อแบตเตอรี่รถยนต์มีปัญหา ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานที่วิทยาศาสตร์สามารถพิสูจน์ได้ และข้อที่ 3 คอนเทนต์นี้ไม่ใช่การรีวิว เพราะผู้เขียนไม่เคยใช้ครบทุกยี่ห้อ จึงไม่ใช่ Advertorial ขายของ หรือ โฆษณาใดๆ ทั้งสิ้น

แบตเตอรี่สิ่งสำคัญที่รถยนต์ทุกคันต้องมี
แบตเตอรี่สิ่งสำคัญที่รถทุกคันตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันจำเป็นต้องมี

ส่วนผู้อ่านจะเลือก เปลี่ยนแบตรถยนต์ ยี่ห้อใด ก็ขึ้นอยู่กับตัวคุณเองเป็นสำคัญ รถคุณ กระเป๋าสตางค์คุณ เลือกสิ่งที่ดีสุดให้กับตัวเอง มองทุกอย่างให้เป็นเหตุและผล บนความเหมาะสมด้วยผลประโยชน์ที่ได้รับเป็นหลัก โดยเริ่มกันที่ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับแบตเตอรี่รถยนต์, ประเภทของแบตเตอรี่, วิธีการเลือกซื้อ และไฮไลท์สำคัญ คือ ยี่ห้อต่างๆ ที่มีขายอยู่ในปัจจุบัน รวมมาให้ (เกือบ) หมดแล้ว 

เปลี่ยนแบตรถยนต์ เพื่อแก้ไขปัญหาสตาร์ทไม่ติด
แบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์สำคัญ มีหน้าที่เก็บพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในตัวรถเพื่อกระจายไปสู่ส่วนต่างๆ

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับแบตเตอรี่รถยนต์

แบตเตอรี่เป็นอุปกรณ์เก็บพลังงานไฟฟ้าที่ใช้ในตัวรถ ได้รับการออกแบบให้ป้อนกระแสไฟฟ้ากลับเข้าสู่ส่วนต่างๆ เช่น ระบบไฟฟ้าภายในห้องโดยสาร, ไฟส่องสว่างและสัญญาณ, สิ่งอำนวยความสะดวก, เครื่องปรับอากาศ, วิทยุ, เครื่องยนต์ รวมไปถึงการสตาร์ทรถและระบบจุดระเบิด 

หากแบตเตอรี่หมด… ทำให้รถสตาร์ทไม่ติด เพราะรถต้องใช้ไฟฟ้าในการสตาร์ทเครื่องยนต์ก่อน เพื่อหมุนให้ไดร์ชาร์จทำงานและผลิตไฟฟ้าตามมา จึงต้องรีบ เปลี่ยนแบตรถยนต์ โดยทันที

ดังนั้น แบตเตอรี่จึงมีหน้าที่เก็บพลังงานไฟฟ้า ไม่ใช่กำเนิดไฟฟ้า ต้องแยกเรื่องนี้ออกจากกัน ขีดเส้นใต้ไว้ชัดๆ เลยว่า ใช้เก็บอย่างเดียว ไม่ได้เป็นตัวกำเนิดไฟฟ้า แบตเตอรี่แต่ละลูกเก็บกำลังไฟฟ้าด้วยการชาร์จมาแล้วส่วนหนึ่งจากโรงงาน เมื่ออยู่ในรถจึงทำหน้าที่เก็บสะสมพลังงานไฟฟ้าเพิ่มเติมจาก “ไดร์ชาร์จ” ซึ่งเป็นตัวกำเนิดพลังงานไฟฟ้าที่แท้จริงของรถยนต์

หากไดร์ชาร์จผลิตกระแสไฟฟ้าไม่ทัน ระบบของรถจะดึงเอากระแสไฟฟ้ามาจากแบตเตอรี่มาใช้ นอกจากนี้อุปกรณ์ในตัวรถตามที่กล่าวมาข้างต้น สามารถดึงเอากำลังไฟจากแบตเตอรี่ไปใช้ร่วมกันด้วย 

แต่เมื่อไดร์ชาร์จทำงานได้อย่างสมบูรณ์เต็มระบบ รถจะใช้กำลังไฟฟ้าจากไดร์ชาร์จเป็นหลัก และใช้จากแบตเตอรี่เป็นพลังสำรอง กำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้เกินจากการใช้งาน จะถูกส่งไปเก็บในแบตเตอรี่ กระบวนการทำงานวนลูปไปแบบนี้ไม่มีที่สิ้นสุด ดังนั้น การเปิดแอร์ระหว่างที่รถติดเครื่องและดับเครื่อง จึงมีที่มาจากแหล่งพลังงานไฟฟ้าที่ต่างกัน 

เช็กราคา เปลี่ยนแบตรถยนต์
แบตเตอรีมีหน้าที่เก็บพลังงานไฟฟ้าไม่ใช่กำเนิดไฟฟ้า อย่าเข้าใจผิด !

สรุป หากรถติดเครื่องกำลังไฟฟ้ามาจากไดร์ชาร์จ แต่ถ้ารถดับเครื่องจอดอยู่นิ่งๆ ไฟฟ้าที่ใช้จะมาจากแบตเตอรี่ เคลียร์ชัดเจนเห็นภาพตรงกัน 

ภาษาไทยวันละคำ ท่องไว้ให้ขึ้นใจ คำว่า “แบตเตอรี่” ส่วนใหญ่บนโลกใบนี้ มีหน้าที่เก็บพลังงานไฟฟ้า ไม่ใช่กำเนิดไฟฟ้า อย่าเข้าใจสับสน

แบตเตอรี่รถยนต์ มี 4 ประเภท เปลี่ยนแบตรถยนต์ให้ตรงตามรุ่น
แบตเตอรี่รถยนต์มีทั้งหมด 4 ประเภท คือ น้ำ, แห้ง, กึ่งแห้ง และไฮบริด

แบตเตอรี่รถยนต์ มี 4 ประเภท

ปัจจุบันด้วยเทคโนโลยีของรถยนต์ที่ทันสมัยมากขึ้น ทำให้แบตเตอรี่รถยนต์มีการพัฒนาออกมาถึง 4 ประเภท โดยในรถยนต์แต่ละรุ่นใช้แบตเตอรี่ไม่เหมือนกัน จึงไม่สามารถใช้งานด้วยการ “เปลี่ยนแบตรถยนต์” ข้ามประเภทได้แบบตรงๆ แต่ใช้เทียบกันได้ โดยที่นิยมใช้ในปัจจุบันมี ดังนี้

เปลี่ยนแบตรถยนต์ แบบน้ำ (LEAD ACID) เป็นเทคโนโลยีพื้นฐานที่ใช้ในรถยุคแรก
แบตเตอรี่แบบน้ำมีช่องให้เติมน้ำกลั่น มีราคาถูกที่สุด อายุการใช้งานยาวนาน แต่ต้องหมั่นเช็กระดับน้ำเป็นประจำ
  • แบตเตอรี่แบบน้ำ (LEAD ACID)

เป็นแบตเตอรี่แบบดั้งเดิมที่ได้รับการผลิตมาก่อน และใช้ในรถหลายรุ่นยาวนานหลายสิบปี มีช่องให้เติมน้ำกลั่น และผู้ใช้รถต้องเช็กระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่อยู่เป็นประจำ พอเริ่มลดระดับให้รีบเติม แบตเตอรี่ชนิดน้ำใช้ในรถที่วิ่งเป็นประจำด้วยระยะทางเยอะๆ ผู้ที่ใช้และกำลังจะ เปลี่ยนแบตรถยนต์ ชนิดนี้ ต้องพิจารณา ข้อดี คือ มีราคาถูกที่สุด และอายุการใช้งานนานกว่าแบบแห้ง ทนทานต่อการโหลดและคายประจุ ข้อเสีย คือ ต้องหมั่นเช็กระดับน้ำ ถ้าลืมมีโอกาสเสียและเสื่อมได้ง่าย และยังให้ค่าแอมป์ที่น้อยกว่าแบบแห้งอีกด้วย

เปลี่ยนแบตรถยนต์ แบบแห้ง (SMF) นับเป็นเจเนอเรชันที่ 2 นิยมใช้ในรถรุ่นปัจจุบัน
แบตเตอรี่แบบแห้ง ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ นิยมใช้ในรถรุ่นปัจจุบัน ไม่ต้องเติมน้ำกลั่นจึงไม่มีฝา เปิด – ปิด
  • แบตเตอรี่แบบแห้ง (SMF)

แบตเตอรี่แบบแห้ง มีลักษณะตรงข้ามกับแบบน้ำทุกประการ พัฒนาและผลิตตามหลังออกมา นิยมใช้ในรถรุ่นปัจจุบัน เพราะไม่ต้องเติมน้ำกลั่นจึงไม่มีฝา เปิด – ปิด แต่ในความเป็นจริงแล้วแบตเตอรี่แบบแห้งมีของเหลวอยู่ภายใน เช่น ตะกั่ว, กรดแคดเมี่ยม และ นิเกิล-แคด สามารถเช็กระดับของเหลวและอายุการใช้งานได้ โดยดูผ่านช่อง “ตาแมว”

เปลี่ยนแบตรถยนต์ ในชนิดแห้ง ข้อดี อยู่ตรงที่ดูและรักษาง่าย ไม่ยุ่งยากในการเติมน้ำกลั่น มีเทคโนโลยีและกำลังไฟที่สูงกว่าแบบน้ำ แต่ในส่วนของ ข้อเสีย มีราคาสูงกว่าแบบดั้งเดิม รูระบายอากาศทางเดียวจึงอุดตันง่าย และอาจะทำให้เกิดปัญหาความร้อนและแรงดัน โดยเฉพาะหากจุดปิดผนึกซีลชำรุดจะทำให้ความชื้นเข้าไปในตัวแบตเตอรี่ได้

เปลี่ยนแบตรถยนต์ แบบกึ่งแห้ง (SF) ดูแลง่ายกว่า เติมน้ำเฉลี่ยปีละแค่ 1 - 2 ครั้งเท่านั้น
แบตเตอรี่แบบกึ่งแห้งมีความคล้ายกับแบบแห้ง แต่มีช่องให้เติมน้ำกลั่นเ เฉลี่ยปีละแค่ 1 – 2 ครั้งเท่านั้น
  • แบตเตอรี่แบบกึ่งแห้ง (SF)

แบตเตอรี่แบบกึ่งแห้ง ทำออกมาให้อยู่ตรงกลางระหว่างแบบน้ำและแห้ง โดยมีความละม้ายคล้ายกับแบบแห้งมากกว่า เพียงแต่มีช่องให้เติมน้ำกลั่นเพิ่มเข้ามา ทว่าไม่ต้องเติมบ่อยเท่าแบบน้ำ เฉลี่ยปีละแค่ 1 – 2 ครั้งเท่านั้น ข้อดี มีราคาที่ถูกกว่าแบบแห้ง แต่แพงกว่าแบบน้ำ และมีความทนทานสูงมาก ข้อเสีย ยังคงต้องดูและระดับน้ำกลั่นไม่ให้แห้ง ความสะดวกสบายลดลงเล็กน้อย 

เปลี่ยนแบตรถยนต์ แบบไฮบริด (HYBRID) เป็นลูกผสมระหว่างแบตเตอรี่น้ำและกึ่งแห้ง
แบตเตอรี่แบบไฮบริดสามารถตรวจเช็กระดับน้ำกลั่นได้ มีกำลังไฟและให้ค่าการการสตาร์ทที่ค่อนข้างสูง
  • แบตเตอรี่แบบไฮบริด (HYBRID)

พัฒนาขึ้นมาเป็นเจเนอเรชันล่าสุด เป็นลูกผสมระหว่างแบตเตอรี่น้ำและกึ่งแห้ง สามารถตรวจเช็กระดับน้ำกลั่นได้ และมีค่าการสตาร์ทที่สูงกว่า ในขณะที่ตรวจเช็กน้ำกลั่นเพียงปีละ 1 – 2 ครั้ง และคาดว่าในอนาคตจะเข้ามาทดแทนแบตเตอรี่แบบน้ำทั้งหมด โดยมี ข้อดี ราคาถูกกว่าแบบแห้ง ดูแลรักษาง่าย ส่วนในเรื่อง ข้อเสีย ผู้ใช้รถยังคงต้องตรวจเช็กน้ำกลั่น และมีราคาแพงกว่าแบบน้ำ

เปลี่ยนแบตรถยนต์ ให้ใช้งานร่วมกับรถประเภทอื่นได้
แบตเตอรี่สามารถใช้งานร่วมกันระหว่างรถแต่ละประเภทได้

แบตเตอรี่ไม่ทำแยกย่อย รถเก๋ง หรือ กระบะ

ทำความรู้จักแบตเตอรี่ในแต่ละประเภทกันไปแล้ว ทีนี้เรื่องต่อไปที่คุณต้องรู้ ก็คือ “แบตเตอรี่ไม่ผลิตแยกตามประเภทรถ” แต่ผลิตตาม 2 ปัจจัยหลัก คือ ประเภทแบต และ ความจุของกำลังไฟฟ้า (มีหน่วยเป็นแอมป์) นิยมเลือกกำลังแอมป์ให้เหมาะสมตามรุ่นรถ หรือมากกว่าความต้องการได้เล็กน้อย 

ดังนั้น แบตเตอรี่จึงไม่ผลิตเจาะจงเพื่อมอเตอร์ไซค์ รถเก๋ง รถกระบะ รถบรรทุก ฯลฯ เพราะเอาเข้าจริงรถแต่ละประเภท ก็ใช้ขนาดที่แตกต่างกันอยู่แล้ว ทุกคนเข้าใจได้ เพราะรถเล็กใช้ไฟน้อยก็ต้องเลือกลูกเล็ก รถใหญ่ใช้พลังเยอะก็เป็นลูกใหญ่ โดยผู้ใช้สามารถเปลี่ยนแบตรถยนต์ข้ามขั้นไปใช้แบตลูกใหญ่ได้ ไม่ผิดและไม่พัง ! ในทางกลับกันก็วนย้อนกลับไปใช้ลูกเล็กกว่าค่า OEM ได้เช่นกัน แต่ไม่แนะนำ เพราะแบตหมดเร็ว

เปลี่ยนแบตรถยนต์ อีโคคาร์ใช้แบตเตอรีขนาด 35 - 42 แอมป์
อีโคคาร์ เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร ใช้แบตเตอรี่ความจุดไฟ 35 – 45 แอมป์

อีโคคาร์ A – B Segment ใช้ขนาด 35 – 42 แอมป์ 

กลุ่มอีโคคาร์ เครื่องยนต์ 1.2 ลิตร นับเป็นรถเก๋งขนาดเล็กสุด ใช้ไฟน้อย ไม่ค่อยกินแบตเตอรี่ เช่น โตโยต้า ยาริส, ฮอนด้า แจ๊ส, มาสด้า2 ฯลฯ ส่วนใหญ่ติดตั้งแบตเตอรี่กึ่งแห้งจากโรงงาน ขนาด 35 แอมป์ หากเปลี่ยนลูกใหม่ มี 2 ทางเลือก ใช้ประเภทเดิม หรือ แบตเตอรี่แห้ง ขนาดที่แนะนำสามารถใช้ได้ตั้งแต่ 35 – 45 แอมป์ มากกว่านี้เป็นลูกใหญ่ อาจจะใส่ในห้องเครื่องไม่พอดี ราคาเริ่มต้น 1,500 บาท* 

เปลี่ยนแบตรถยนต์ รถเก๋งขนาดกลางใช้แบตเตอรีขนาด 45 - 52 แอมป์
รถเก๋งขนาดกลางเครื่องยนต์ความจุ 1.5 ลิตรขึ้นไป นิยมใช้แบตเตอรี่ 45 – 52 แอมป์

รถเก๋งขนาดกลาง C Segment ใช้ขนาด 45 – 52 แอมป์ 

สำหรับรถเก๋งขนาดกลาง ที่มีเครื่องยนต์ความจุ 1.5 ลิตรขึ้นไป เช่น โตโยต้า โคโรลา อัลติส, ฮอนด้า ซีวิค, มาสด้า3 ฯลฯ เดิมติดตั้งทั้งแบตเตอรี่แบบแห้งและกึ่งแห้งมาจากโรงงาน เปลี่ยนลูกใหม่สามารถเลือกใช้ได้ทั้ง 2 ประเภท ความจุกำลังไฟเลือกได้ ตั้งแต่ 45 – 52 แอมป์ สนนราคาเริ่มต้น 1,600 บาท*

เปลี่ยนแบตรถยนต์ รถเก๋งขนาดใหญ่ นิยมใช้กำลังไฟ 60 - 75 แอมป์
รถเก๋งขนาดใหญ่ใช้แบตเตอรี่ขนาดความจุไฟ 60 – 75 แอมป์

รถเก๋งขนาดใหญ่ D Segment ใช้ขนาด 60 – 75 แอมป์

ด้านรถเก๋งขนาดใหญ่ ขุมพลังเครื่องยนต์ 1.8 ขึ้นไป ของเดิมจากโรงงานจะเป็นแบตเตอรี่กึ่งแห้ง ลูกใหญ่ขนาด 65 แอมป์ หากเปลี่ยนแบตรถยนต์ใหม่ สามารถเลือกได้ทั้งแบบกึ่งแห้งและแห้ง 60 – 75 แอมป์ ราคาเริ่มต้น 1,900 บาท*  

เปลี่ยนแบตรถยนต์ รถกระบะ รถอเนกประสงค์ รถตู้ นิยมใช้แบตเตอรีขนาด 65 แอมป์ขึ้นไป
รถคันใหญ่ใช้ไฟฟ้าเยอะ จึงต้องเลือกใช้แบตเตอรี่ขนาด 65 แอมป์ขึ้นไป

รถกระบะ รถอเนกประสงค์ รถตู้ ใช้ขนาด 65 แอมป์ขึ้นไป

ในส่วนของรถกระบะ รถอเนกประสงค์กลุ่ม SUV และรถตู้ ต้องการแบตเตอรี่ลูกใหญ่ เพื่อใช้เก็บกักไฟค่อนข้างเยอะ โดยใช้วิธีเลือกแบตเตอรี่ตามความจุของเครื่องยนต์ เริ่มจากเครื่องยนต์ 1.9 – 2.2 ลิตร แบตเตอรี่สามารถใช้ได้ตั้งแต่ 65 – 85 แอมป์ 

หากเป็นเครื่องยนต์ 2.5 ลิตรขึ้นไป จะสามารถเลือกใส่แบตเตอรี่ได้ตั้งแต่ 80 – 100 แอมป์ ขึ้นอยู่กับการใช้งาน โดยสามารถเลือกใส่แอมป์ที่มากกว่าของเดิมได้

วิธีเลือกซื้อแบตเตอรี่รถยนต์
แบตเตอรี่มีหลายยี่ห้อ หลากราคา และต่างเกรด เลือกใช้ให้เหมาะสมกับรถที่สุด

เลือกซื้อแบตเตอรรี่อย่างไรให้เหมาะกับรถ

แล้วเราจะเลือกซื้อหรือเปลี่ยนแบตรถยนต์อย่างไรจึงจะเหมาะสม ? อ่านแล้วอาจดูซับซ้อน แต่ไม่ยาก ทำได้ใน 5 ขั้นตอน 

เริ่มจาก “สังเกตพฤติกรรมการใช้รถ” ของตัวคุณเองก่อน เมื่อรู้ความถี่ในการใช้รถแล้วจึง “เลือกประเภทแบตเตอรี่” ที่เหมาะสมได้ จากนั้นเลือก “ขนาดความจุแอมป์” ซึ่งในขั้นตอนนี้ดูขนาดแอมป์ที่สูงกว่าของเดิมจากโรงงานได้ และที่สำคัญต้องให้กำลังในการจุดสตาร์ทต้องเพียงพอ พร้อมตรวจสอบให้แน่ชัดว่า ขนาดของแบตเตอรี่ จะสามารถใส่กับรถได้อย่างพอดี

จากนั้นเป็นการ “เปรียบเทียบแบรนด์และราคา” ท่องไว้ให้ขึ้นใจ ของดีไม่จำเป็นต้องราคาแพง และของแพงใช่ว่าจะคุณภาพดี เลือกใช้ให้เหมาะสม และสุดท้าย… ตัดสินใจซื้อและรับบริการจาก “ร้านที่น่าเชื่อถือ” เพื่อให้ได้สินค้าคุณภาพดี โดยในร้านมีชื่อเสียงยอดนิยม มักมียอดจำหน่ายสูง ทำให้สินค้าไม่หลงค้างสต็อก คุณจึงมีโอกาสได้รับแบตเตอรี่รุ่นปีผลิตที่ใหม่อยู่เสมอ

แบตรถยนต์ควรเปลี่ยนเมื่อไหร่
สังเกตอาการของรถอย่างสม่ำเสมอ และคุณจะรู้ว่าเมื่อไหร่เป็นเวลาที่เหมาะสมในการเปลี่ยนแบตเตอรี่

ควรเปลี่ยนแบตรถยนต์เมื่อไร

อย่างที่บอกไปว่าแบตเตอรีมีอายุการใช้งานเป็นของตัวเอง เมื่อเสื่อมหรือหมดลงก็ต้องเปลี่ยนใหม่ Kaidee Auto มีทริคง่ายๆ ที่คุณสามารถทำได้เอง เพื่อสังเกตอายุขัยและเวลาที่ควรเปลี่ยนแบตรถยนต์ ส่วนจะมีอะไรบ้างนั้น ตามไปดูกัน

  1. สตาร์ทติดยาก

อาการที่หนักและสำคัญสุด ซึ่งส่งสัญญาณอย่างชัดเจนว่าคุณต้อง ก็คือ สตาร์ทรถไม่ติด หรือ สตาร์ทติดยาก เมื่อบิดกุญแจแล้วมีเสียงดัง แชะ แชะ แชะ เครื่องยนต์หมุนช้าจนสังเกตได้ ใช้เวลานานกว่าจะจุดระเบิด หากมีอาการนี้ควรหาเวลารีบเปลี่ยนแบตทันที 

  1. ไฟหน้าไม่สว่างและระบบไฟฟ้าทำงานผิดปกติ

เป็นอาการที่พบและเกิดก่อนสตาร์ทไม่ติด (ติดยาก) สังเกตดูที่ไฟหน้า หากลำแสงไม่สว่าง เปิดไฟสูงแล้วปลายแสงส่องไม่ถึงเท่ากับระยะเดิม ระบบไฟฟ้าในรถทำงานช้าลงหรือมีอาการติดๆ ดับๆ แสดงว่าแบตเตอรี่เริ่มอ่อนลง และใกล้จะมีอาการสตาร์ทไม่ติดตามในเร็ววัน ควรรีบเปลี่ยนเช่นกัน 

  1. เมื่อครบอายุการใช้งาน เฉลี่ย 2 ปี

แบตเตอรี่ในแบบแห้งและกึ่งแห้งที่นิยมใช้ในปัจจุบัน มีอายุการใช้งานเฉลี่ย 2 ปี ลากได้ยาวสุด 3 ปี ขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้รถ แต่ถ้าเป็นแบบน้ำเมื่อบำรุงรักษาดีๆ สามารถใช้งานได้ยาว 4 – 5 ปี คุณควรตรวจเช็กการใช้งานอยู่เป็นประจำ โดยบันทึกวันที่เปลี่ยนแบตครั้งล่าสุด แล้วนับเวลาการใช้งานจนถึงปัจจุบัน เมื่อใกล้ครบกำหนดตามวงรอบจึงเปลี่ยน 

ไม่ต้องรอให้แบตเตอรี่หมดทั้งลูก แล้วจึงค่อยเปลี่ยนแบตรถ เพราะถึงแม้จะไม่มีความเสียหายต่อตัวรถและเครื่องยนต์ ทว่าก็ต้องเสียเวลาหากต้องยืมรถคนอื่นมาช่วยพ่วงแบตสตาร์ทให้กับคุณ 

แบตเตอรีเสื่อม แบตเตอรีหมด ทำให้รถยนต์สตาร์ทไม่ติด
เสื่อมหรือหมดมีอาการใกล้เคียงกันมาก ผู้ใช้รถต้องมองปัญหาเรื่องนี้ให้ออก

เสื่อม หรือ หมด เช็กให้ชัวร์

อีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนค่อนข้างสับสน ก็คือ “แบตเตอรี่เสื่อม” หรือ “แบตเตอรี่หมด” ทั้งคู่ดูคล้ายคลึงกัน แต่ในความเป็นจริงมีอาการแตกต่างกันชัดเจน และคุณต้องดูให้เป็นเพื่อแยกให้ออก พร้อมแก้ไขปัญหาได้อย่างถูกจุด

แบตเตอรี่เสื่อม เกิดจากแบตเตอรี่ไม่สามารถเก็บไฟไว้ได้ หรือ เก็บได้น้อยมาก เมื่อจอดทิ้งไว้สักพักกลับมาสตาร์ทอีกที… ไม่ติด ! โดยแบตเตอรี่สามารถปล่อยไฟเข้าทำงานในระบบต่างๆ ได้แบบอ่อนๆ เช่น แตรดัง, วิทยุยังทำงาน, แอร์มีลมออก แต่ไม่สามารถสตาร์ทให้รถติดได้

แบตเตอรี่หมด ความหมายชัดเจนและตรงตัว นั่นคือ ไม่เหลือไฟอยู่ในก้อนแบตเตอรี่เลย จึงไม่สามารถส่งไฟฟ้าเพื่อป้อนเข้าสู่ระบบในตัวรถได้ เช่น สตาร์ทไม่ติด, แตรไม่ดัง, วิทยุไม่ทำงาน ฯลฯ 

สรุปแล้ว… ไม่ว่าจะเป็นแบตเตอรี่เสื่อมหรือหมด ทั้งคู่มีวิธีแก้ไขดีที่สุดก็คือการ เปลี่ยนใหม่  

รวมยี่ห้อแบตเตอรี่รถยนต์น่าซื้อใช้ 

Kaidee Auto มัดรวมแบตเตอรี่รถยนต์ รวมจุดเด่นและรุ่นผลิตภัณฑ์ที่น่าสนใจจาก 9 แบรนด์ดัง อัปเดตข้อมูลล่าสุดปี 2021 ศึกษาเป็นข้อมูลเพื่อเลือกซื้อได้เลย 

FB BATTERY
FB BATTERY ผลิตภัณฑ์ของคนไทย ครองส่วนแบ่งทางการตลาดค่อนข้างสูง

1. เปลี่ยนแบตรถยนต์ FB BATTERY

เริ่มต้นกันที่แบตเตอรรี่ของคนไทย FB มีส่วนแบ่งทางการตลาดค่อนข้างเยอะ โดดเด่นด้วยความทนทาน ใช้งานดี ราคาไม่แพง คุณภาพเป็นที่ยอมรับจากทั่วโลก และมีให้เลือกหลายรุ่นย่อย ครอบคลุมรถทุกประเภท ใช้เทคโนโลยีการผลิตจากญี่ปุ่น สำหรับรุ่นฮิตที่เราเลือกมา คือ NS70R แบตเตอรี่แบบน้ำ ชนิดขั้วลอย สำหรับรถญี่ปุ่น ความจุ 65 แอมป์ เหมาะกับรถเก๋งขนาดกลาง และเป็นที่นิยมขวัญใจของรถตู้ ราคาเริ่มต้น 2,700 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก FB BATTERY 

3K BATTERY
3K BATTERY มีจุดเด่นในเรื่องคุณภาพที่น่าเชื่อถือ อึด ถึก ทน

2. เปลี่ยนแบตรถยนต์ 3K BATTERY

แบรนด์ต่อมายังเป็นของคนไทย และผู้ชื่นชอบมวยไทยคุ้นเคยกับชื่อนี้เป็นอย่างดีกับ 3K ด้วยคุณสมบัติ อึด ถึก ทน ด้านคุณภาพวางใจได้ มีผู้จำหน่ายเยอะ คนใช้งานก็แยะ แถมมีโรงงานการผลิตเป็นของตัวเองตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ จึงเป็นหนึ่งในผู้นำตลาดแบตเตอรี่ของเมืองไทย 

รุ่นเด็ดจาก 3K เรายกให้ VS60R SMF นวัตกรรมใหม่ล่าสุดในตระกูล V Series เป็นแบตเตอรี่แบบแห้ง ชนิดขั้วลอย สำหรับรถญี่ปุ่นขนาดเล็ก สะดวกกว่าเพราะไม่ต้องดูแล จึงลดปัญหาจุกจิก ใช้งานดี สุดทน ขนาด 45 แอมป์ ในราคาเริ่มต้นเพียง 2,200 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก 3K BATTERY

GS BATTERY
GS BATTERY ใช้เทคโนโลยีการผลิตที่ทันสมัยจากญี่ปุ่น

3. เปลี่ยนแบตรถยนต์ GS BATTERY

GS แบรนด์ผู้ผลิตของไทย ผ่านการพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยีจากญี่ปุ่น จุดเด่นอยู่ที่คุณภาพดี ทนทาน ราคาไม่แพง ทำตลาดในเมืองไทยมาอย่างยาวนาน โดยรุ่นเด่นที่เราคัดมา คือ GS N55 EFB เป็นแบตเตอรี่แบบกึ่งแห้ง มีขั้วลอย ใช้ในรถญี่ปุ่น C และ D Segment กำลังไฟ 55 แอมป์ ราคาเริ่มต้น 2,300 บาท 

นอกจากนี้ ที่โดดเด่นยังมี EXTRA150R แบตเตอรี่แบบไฮบริด ให้กำลังไฟ 85 แอมป์ นิยมใช้ในรถกระบะและอเนกประสงค์ ราคาเริ่มต้น 2,600 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก GS BATTERY 

PANASONIC BATTERY
PANASONIC BATTERY ชื่อนี้การันตีคุณภาพมาอย่างยาวนาน

4. เปลี่ยนแบตรถยนต์ PANASONIC BATTERY

ข้ามมาที่แบรนด์ระดับโลกจากญี่ปุ่น ผู้ผลิตวิศวกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้าหลายชนิดอย่าง PANASONIC จุดเด่นอยู่ที่มาตรฐานคุณภาพ ทนความร้อน และที่สำคัญราคาไม่แพง ปัจจุบันผลิตเพื่อตอบโจทย์รถปีลึกที่เป็นรุ่นเก่าได้ค่อนข้างดี โดยรุ่นที่เราแนะนำต้องยกให้ 50B24R MF แบตเตอรี่แบบกึ่งแห้ง ชนิดขั้วลอย เหมาะกับรถญี่ปุ่นคันเล็ก วิ่งในเมือง ที่ไม่ต้องการดูแลมาก กำลังไฟ 45 แอมป์ ในราคาเพียง 1,500 บาท นับว่าถูกที่สุดเมื่อเทียบกับชื่อที่เหนือชั้นอย่าง PANASONIC 

แต่ทั้งนี้ ทาง PANASONIC ไม่มีเว็บไซต์อย่างเป็นทางการในไทย ทำตลาดผ่านตัวแทนจำหน่าย ผู้สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในอินเทอร์เน็ต   

PUMA BATTERY
PUMA BATTERY แบรนด์น้องใหม่จากเกาหลีใต้ กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

5. เปลี่ยนแบตรถยนต์ PUMA BATTERY

PUMA แบรนด์แบตเตอรี่คุณภาพดีจากเกาหลีใต้ จัดว่าเป็นน้องใหม่เพราะเพิ่งเข้ามาทำตลาดในเมืองไทย ผลิตเฉพาะแบตเตอรี่แบบแห้งเป็นหลัก ชูจุดเด่นในเรื่องของกำลังไฟที่แรงจัด เหมาะสำหรับรถซูเปอร์คาร์ หรือ รถที่มีชุดเครื่องเสียงและระบบเอ็นเตอร์เทนเมนต์ขนาดใหญ่

โดยรุ่นที่เรามองว่าโดดเด่นและน่าสนใจ คือ AMG LN5 แบตเตอรี่แบบแห้ง ชนิดขั้วจม เหมาะสำหรับรถยุโรป กำลังไฟ 95 แอมป์ การันตีใช้ได้ในรถยุโรปทุกรุ่น และใช้ดีในซูเปอร์คาร์ ราคาเบาๆ เพียง 8,500 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก PUMA BATTERY

BOSCH BATTERY
BOSCH BATTERY จากเยอรมันให้กำลังไฟที่สูงมาก และใช้ได้กับรถยุโรปทุกรุ่นและทุกยี่ห้อ

6. เปลี่ยนแบตรถยนต์ BOSCH BATTERY

สำหรับแบรนด์ BOSCH ผู้ผลิตชิ้นส่วนชั้นนำของอุตสาหกรรมยานยนต์จากเยอรมัน ผลิตแบตเตอรี่ออกจำหน่ายเช่นกัน มีจุดเด่นอยู่ที่กำลังไฟที่สูงสุดในท้องตลาด มีให้เลือกหลายรุ่น ทั้งเพื่อรถญี่ปุ่นและยุโรป ราคาไม่จัดว่าถูก แต่ก็คุ้มค่าเมื่อเปรียบเทียบกับกำลังไฟ อายุการใช้งาน และการรับประกัน

AMG LN5-DIN95 นับเป็นรุ่นที่น่าสนใจ เพราะนอกจากจะเป็นแบตเตอรี่แบบแห้งแล้ว ยังเคลมว่าสามารถใช้ได้กับรถยุโรปทุกรุ่น มีกำลังไฟถึง 95 แอมป์ ราคาจัดว่าค่อนข้างสูง ลูกละ 11,000 บาทเลยทีเดียว รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก BOSCH BATTERY

BOLIDEN BATTERY
BOLIDEN BATTERY นำเข้าและใช้เทคโนโลยีจากสวีเดน อายุการใช้งานยาวนาน คุ้มค่าต่อการเลือกซื้อ

7. เปลี่ยนแบตรถยนต์ BOLIDEN BATTERY

BOLIDEN นับเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่มีความน่าสนใจ ด้วยชื่อชั้นที่น่าคบหา มีประวัติศาสตร์แห่งความสำเร็จที่ยาวนาน ใช้เทคโนโลยีในการพัฒนาจากสวีเดน แม้สินค้ามีรุ่นย่อยให้เลือกไม่ค่อยเยอะ แต่ก็ตอบโจทย์ความต้องการได้ค่อนข้างครอบคลุมทีเดียว นับว่าใช้งานดี คบหาได้

สำหรับแบตเตอรี่ที่น่าซื้อใช้เป็นรุ่น 12H70L แบตเตอรี่ชนิดแห้ง ให้กำลังไฟ 70 แอมป์ ใช้ในรถเก๋งขนาดกลาง และรถกระบะ ในรุ่นปีลึก ผลิตก่อนปี 2012 ซึ่งหาได้ค่อนข้างยากสำหรับแบตเตอรี่ที่ให้ไฟในรถรุ่นเก๋าได้มากขนาดนี้ โดยเฉพาะราคาเพียง 2,700 บาทเท่านั้น รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก BOLIDEN BATTERY

YUASA BATTERY
YUASA BATTERY อีกหนึ่งแบรนด์ของคนไทย กำลังได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย เหมาะกับรถในบ้านเรา

8. เปลี่ยนแบตรถยนต์ YUASA BATTERY

YUASA แบตเตอรี่รถยนต์ของคนไทย ซึ่งผู้ผลิตมีความสถานะความมั่นคงสูงมาก โดยบริษัทจดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์เป็นที่เรียบร้อย จุดเด่นของ YUASA อยู่ที่ความสามารถในการให้กำลังไฟสูงตลอดอายุการใช้งาน พัฒนาภายใต้ภูมิอากาศเมืองไทย จึงทนทานต่อสภาพอากาศร้อนได้ดีมาก

รุ่นที่น่าสนใจ คือ Yuasa DIN100-MF แบตเตอรี่แบบกึ่งแห้ง กำลังไฟความจุ 100 แอมป์ เหมาะสำหรับรถยุโรป ที่ผลิตในปีลึกๆ แม้จะใช้กับรถยุโรปเป็นหลัก แต่ก็มาพร้อมด้วยราคาที่จับต้องได้ เริ่มต้น 3,600 บาท รายละเอียดเพิ่มเติม คลิก YUASA BATTERY 

AMARON BATTERY
AMARON BATTERY สูตรลับเฉพาะ Silver X ชูจุดเด่นเรื่องความทนทาน และอายุการใช้งาน

9. เปลี่ยนแบตรถยนต์ AMARON BATTERY

สำหรับ AMARON เป็นแบตเตอรี่ที่เน้นพัฒนาสูตรลับเฉพาะ Silver X ชูจุดเด่นเรื่องความทนทาน และอายุการใช้งานที่ยาวนานเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังให้การรับประกันนานถึง 24 เดือนเต็ม พร้อมราคาที่คุ้มค่า โดยราคาแบบเตอรี่แบบแห้งมีราคาเทียบเท่ากับแบบน้ำ เลือกใช้ยี่ห้อนี้ ไม่ผิดหวัง

95D31L SMF เป็นแบตเตอรี่ชนิดแห้ง ขั้วลอย รุ่นนี้น่าซื้อใช้ สามารถตอบโจทย์รถขนาดใหญ่ในกลุ่มกระบะ และอเนกประสงค์ได้เป็นอย่างดี กำลังไฟ 80 แอมป์ ราคาเริ่มต้น 2,800 บาท โดยทาง AMARON ไม่ได้มีเว็บไซต์อย่างเป็นทางการในไทย ผู้สนใจสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ในอินเทอร์เน็ต

ทั้งหมดนี้ เป็นการเจาะลึกและรวมเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการเปลี่ยนแบตรถยนต์ ติดตามคอนเทนต์รอบรู้เรื่องรถ บนเว็บ Blog ของ Kaidee Auto และพลาดไม่ได้ ! หากคุณกำลังมองหาแบตเตอรี่มือสอง สภาพดี ราคาน่าคบหา ไม่ต้องหาที่ไหนไกล คลิกเข้ามาที่เว็บของเราได้เลย