ปู กระเบื้องเซรามิก ด้วยวัสดุไหนดี ?

Jun 8, 2021 | บทความอสังหาฯ

กระเบื้องเซรามิก หรือ กระเบื้องเคลือบ เป็นวัสดุก่อสร้างบ้านที่เราเชื่อว่าหลายคนจะต้องเคยได้ยินชื่ออย่างแน่นอน เพราะเป็นประเภทกระเบื้องที่ได้รับความนิยมมากในประเทศไทย แต่รู้ไหมว่าจริง ๆ แล้ว กระเบื้องเซรามิกคืออะไรกันแน่ ? แล้วมันมีทั้งหมดที่ประเภท ? แล้วมีข้อดีข้อด้อยอย่างไร ? วันนี้เราจะมาไขข้อข้องใจไปพร้อม ๆ กัน

ใช้ กระเบื้องเซรามิก ดีไหมนะ ?

แน่นอนก่อนการตัดสินใจ หรือเลือกใช้สิ่งของบางอย่างเพื่อการต่อเติมบ้าน เราจำเป็นที่จะต้องเปรียบเทียบข้อดีข้อด้อยของสิ่งของประเภทนั้น ว่าคุ้มค่าหรือไม่ เช่นเดียวกับกระเบื้องเซรามิกที่เราจะพูดถึงกันในวันนี้

ข้อดีของ กระเบื้องเซรามิก

ทนทานต่อน้ำและสิ่งสกปรก เพราะกระเบื้องประเภทนี้จะมีการเคลือบสารป้องกันพื้นผิวจากของเหลว นอกจากนี้กระเบื้องเซรามิกยังทนต่อความชื้นและลดการเจริญเติบโตของเชื้อราได้ จึงเหมาะกับการติดตั้งในห้องครัวและห้องน้ำ

มีความแข็งแรงทนทานต่อแรงกระแทก แตกยาก จากความเหนียวของตัวกระเบื้องเอง ทำให้ถ้าหากมีการดูแลรักษาเป็นอย่างดีก็จะสามารถอยู่ได้ 10-20 ปี หรืออาจมากกว่านั้นเลยทีเดียว

บำรุงรักษาง่าย โดยการเช็กหรือซับคราบน้ำและสิ่งสกปรกออกไปอย่างเป็นประจำทุกวันด้วยการกวาด ดูดฝุ่น และการเช็ดด้วยน้ำยาทำความสะอาดเพื่อขจัดคราบสกปรก โดยที่ไม่ต้องกลัวการกัดกร่อนของกระเบื้องเซรามิก

มีตัวเลือกหลากหลาย จากเทคโนโลยีในปัจจุบันที่ถูกพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ทำให้กระเบื้องเซรามิกมีให้เลือกหลากหลายแบบ ลาย และสไตล์ที่แตกต่างกัน ง่ายต่อการตกแต่งบ้านมากยิ่งขึ้น

ลดการสะสมของฝุ่น เพราะจุดเด่นของพื้นผิวที่มีลักษณะมันวาวจากการเคลือบภายนอก ทำให้ง่ายต่อการทำความสะอาด (ด้วยการเช็ดหรือซับ) และไม่เป็นที่กักเก็บฝุ่นเหมือนกับพื้นผิวชนิดอื่น ๆ เรียกได้ว่า ปลอดภัยต่อบุคคลที่เป็นภูมิแพ้พอสมควร

ข้อด้อยของ กระเบื้องเซรามิก

พื้นผิวแข็งและลื่น ถึงแม้การเคลือบจะมีข้อดีในการทำความสะอาดแต่ก็ต้องแลกมาด้วยความปลอดภัย เมื่อกระเบื้องเซรามิกเหล่านี้มีความแข็งและลื่นจนก่อให้เกิดอันตรายได้ แต่เราก็สามารถทดแทนในการปูพรมในส่วนที่ต้องการเพื่อลดโอกาสในการเกิดอันตรายนั่นเอง (แต่ก็ต้องแลกกับปริมาณฝุ่นที่เพิ่มขึ้นเช่นกัน)

อ่านบทความ 7 ไอเดียตกแต่งบ้านเรียบหรูด้วยพรมปูพื้น

มีความเย็น ด้วยคุณสมบัติของกระเบื้องเซรามิกที่ไม่สามารถทนความร้อนได้ ทำให้ในฤดูหนาว (หรือห้องแอร์) มันจะก่อให้ตัวกระเบื้องเกิดความเย็นขึ้นมาทันที จนคุณอาจต้องใส่รองเท้าสลิปเปอร์เพื่อบรรเทาอากาศเย็น

การติดตั้งไม่ง่าย เพราะความหนักของกระเบื้องเซรามิกนี้เองที่จำเป็นจะต้องใช้ปูนยาแนวและเครื่องมือต่าง ๆ ในการติดตั้ง จนต้องใช้เวลานานและความเชี่ยวชาญ ทำให้มีหลายคนที่เลือกจ้างผู้รับเหมาในการติดตั้งกระเบื้องเซรามิกแทนการติดตั้งด้วยตนเอง

ประเภท กระเบื้องเซรามิก

เมื่อเราทราบถึงข้อดีข้อด้อยของกระเบื้องเซรามิกแล้ว ก็จะมาถึงขั้นตอนการเลือกประเภทของกระเบื้องเซรามิกว่าจะใช้วัสดุไหน และแต่ละแบบแตกต่างกันอย่างไร มาอ่านกันเลย

การแบ่งตามลักษณะการใช้งาน

กระเบื้องปูพื้น (Floor Tile)

กระเบื้องเซรามิกที่ใช้สำหรับการปูพื้น มีการเคลือบสีบริเวณผิวหน้าของตัวกระเบื้อง ภายในเป็นเนื้อกระเบื้อง Stone Ware สีแดงอิฐ สีน้ำตาล หรือสีขาว ตัวกระเบื้องสามารถดูดน้ำได้ปานกลาง (ไม่เกิน 6%) มีความทนทานและรับน้ำหนักมากกว่ากระเบื้องบุผนัง โดยการเคลือบทั้งแบบมัน ด้าน หยาบ หรือมีร่อง มีความบางและเบา

กระเบื้องบุผนัง (Wall Tile)

กระเบื้องเซรามิกที่ใช้สำหรับการกรุผนัง มีการเคลือบสีบริเวณผิวหน้าของตัวกระเบื้องเช่นเดียวกับกระเบื้องปูพื้น มีเนื้อเป็น Earthen Ware ทำให้มีการดูดซึมน้ำที่สูงกว่า (ไม่เกิน 17%) โดยตัวเนื้อของกระเบื้องจะมีสีแดงหรือสีขาว เคลือบทั้งแบบมันและเรียบด้าน มีข้อด้อยคือ มีความทนทานต่อการขูดหรือสภาพอากาศภายนอกได้น้อย ทำให้เหมาะกับการกรุผนังภายในอาคาร

การแบ่งตามลักษณะของเนื้อกระเบื้อง

กระเบื้องดินเผา (Earthenware Tile)

ขอบคุณรูปจาก: Caisson Studios

เป็นกระเบื้องเซรามิกที่ได้รับความนิยมมากตั้งแต่อดีต มีสีขาวและแดง นิยมใช้ในการปูพื้นและหลังคาเพราะสามารถระบายความชื้นและความร้อนได้ดี แต่ก็แตกหักได้ง่ายเช่นกัน รวมถึงยังสามารถทำความสะอาดได้ยาก จึงเหมาะกับคนที่มีเวลาในการทำความสะอาดเยอะ ซึ่งกระเบื้องประเภทนี้จะให้อารมณ์ความรู้สึกเป็นธรรมชาติและคลาสสิก

กระเบื้องพอร์ซเลน (Porcelain Tile)

ขอบคุณรูปจาก: contemporist.com

กระเบื้องเซรามิกที่มีเนื้อแน่นละเอียด สีขาว และมีความแข็งแกร่ง สามารถรับแรงกระแทกและทนต่อการขูด ขีด และเสียดสี มีอัตราการดูดซึมน้ำต่ำ (0.05%) เหมาะกับทั้งการกรุผนังและปูพื้น แบ่งเป็น 2 ประเภทย่อย ๆ ได้แก่

กระเบื้องแกรนิต (Granito Tile) เป็นกระเบื้องพอร์ซเลนที่เป็นเนื้อเดียวกันทั้งแผ่น มีความพิเศษอยู่ที่สามารถทำให้ผิวสัมผัสกลายเป็นต่าง ๆ ได้เยอะ มันวาว ไม่ถูกเคลือบสี มีส่วนผสมของผงหินแกรนิตที่ถูกเผาด้วยความร้อนสูงจึงมีความแข็งแรงเทียบเท่าหินแกรนิต สามารถทนต่อแรงกระแทกและการขัดสีได้ จึงมักถูกใช้ในบริเวณที่มีการสัญจรไปมา

กระเบื้องเกลซพอร์ซเลน (Glazed Porcelain Tiles) กระเบื้องพอร์ซเลนแบบเคลือบผิวหน้าที่ถูกผสมกับแร่อื่น ๆ ก่อนถูกเผาในอุณหภูมิประมาณ 1,300 องศา จนเป็นเนื้อเดียวกันและสามารถรับแรงกระแทกได้ ซึ่งกระเบื้องประเภทนี้ยังมีความสามารถในการดูดน้ำอยู่ที่ 0.05% จึงมักถูกใช้ปูในสถานที่ต่าง ๆ 

กระเบื้องแก้ว (Glass Tile)

ขอบคุณรูปจาก: Eric Lazo

กระเบื้องเซรามิกที่มีความมัน แวววาว และใสเหมือนกับชื่อ มีลักษณะเป็นแผ่นหรือชิ้นเล็กคล้ายโมเสก ซึ่งมีให้เลือกทั้งสีและลวดลายที่แตกต่างกัน มีอัตราการดูดซึมน้ำที่ต่ำ แต่รับน้ำหนักและแรงกระแทกได้น้อย รวมถึงยังมีราคาที่ค่อนข้างสูง จึงเหมาะกับการตกแต่งบนผนังห้องเสียมากกว่า

กระเบื้องโมเสค (Mosaic Tile)

ขอบคุณรูปจาก: DOUGLAS FRIEDMAN

กระเบื้องเซรามิกที่มีขนาดเล็ก ๆ ที่ถูกออกแบบมากเพื่อใช้งานหลากหลายรูปแทบทั้งตกแต่ง หรือปูต่อกันตามบริเวณบ้านเป็นแผ่นใหญ่ ให้เกิดแพตเทิร์นที่มีสีสันสวยงาม อัตราการดูดซึมน้ำต่ำ และทำความสะอาดง่าย ซึ่งกระเบื้องเซรามิกประเภทนี้มักจะถูกใช้ในการติดตั้งคู่กับกระเบื้องประเภทอื่น ๆ เพราะใช้เวลาในการติดตั้งมากกว่ากระเบื้องทั่วไป อีกทั้งยังรับแรงกระแทกไม่ได้เยอะเท่ากับกระเบื้องเซรามิกประเภทอื่น ทำให้ไม่เหมาะกับการปูพื้นเท่าไรนัก

สรุปข้อมูล กระเบื้องเซรามิก

กระเบื้องเซรามิกแบ่งหลากหลายประเภทและวัสดุที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละแบบก็มีข้อดีข้อด้อยที่ไม่เหมือนกันอีก ทำให้เมื่อเราต้องการปูกระเบื้องเซรามิกก็ควรที่จะคำนึงถึงข้อเปรียบเทียบเหล่านี้และสภาพแวดล้อมของบริเวณนั้นว่าเหมาะสมหรือไม่อย่างไร ไม่เช่นนั้น กระเบื้องเซรามิกของคุณก็จะมีเพียงความสวยงาม แต่ไม่สามารถใช้งานได้จริง

แต่ถ้าคุณไม่มีงบในการปูพื้นกระเบื้องในบ้านหลังใหม่ของคุณ ก็เข้ามาหาบ้านใน Kaidee Property ดู คุณอาจจะได้ บ้าน สวย ๆ กระเบื้องเซรามิกเก๋ ๆ ก็ได้นะ