เจาะเทรนด์ Cat Parent คนไทยทุ่มงบปีละ 14,200 บาทให้ลูกเหมียว

Nov 12, 2025 | สัตว์เลี้ยง

ในยุคที่คนกรุงเทพฯ ต้องเผชิญกับชีวิตเร่งรีบ พื้นที่อยู่อาศัยจำกัด และความกดดันจากสังคมเมือง เทรนด์ใหม่ที่กำลังมาแรงคือการเลี้ยงสัตว์เลี้ยงแทนการมีลูก หรือที่เรียกว่า “Pet Parenting” โดยเฉพาะกลุ่มที่เรียกตัวเองว่า “Cat Parent” — พ่อแม่ของลูกเหมียวที่ไม่ได้มองแมวเป็นแค่สัตว์เลี้ยงอีกต่อไป แต่เป็น “สมาชิกครอบครัว” ที่ต้องดูแลใส่ใจทั้งสุขภาพ อาหาร และความสุขในทุกมิติ


😻 Cat Parent คืออะไร และทำไมเทรนด์นี้ถึงเติบโตในกรุงเทพฯ

“Cat Parent” หมายถึงเจ้าของแมวที่เลี้ยงแมวด้วยความผูกพันระดับอารมณ์ เหมือนเป็นลูกแท้ ๆ มีการวางแผนด้านสุขภาพ อาหาร และสภาพแวดล้อมให้ดีที่สุด โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Y และ Gen Z ที่อาศัยอยู่ในคอนโดและอพาร์ตเมนต์ในกรุงเทพฯ ซึ่งมีพื้นที่จำกัดแต่ยังอยากมีสิ่งมีชีวิตให้ดูแล

หลายคนเลือกเลี้ยงแมวแทนการมีลูกคน เพราะแมวใช้พื้นที่น้อยกว่า ไม่ต้องพาออกไปข้างนอกบ่อย และมีนิสัยอิสระเหมาะกับไลฟ์สไตล์คนเมือง เทรนด์นี้จึงถูกเรียกว่า “Baby Boom → Cat Boom”

ทำไม Cat Parent ถึงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

  • 💸 ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงแมวต่ำกว่าการเลี้ยงลูกคน แต่ยังได้เติมเต็มความรู้สึกการดูแล

  • 🏙️ แมวเข้ากับชีวิตคนเมืองได้ดี เพราะเป็นสัตว์ที่ชอบอยู่ในพื้นที่จำกัด

  • 📱 โซเชียลมีเดียช่วยผลักดัน แมวกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ เช่น #CatParent หรือคลิปแมวไวรัลใน TikTok


📊 Insight: คนไทยทุ่มงบเฉลี่ย 14,200 บาท/ปี เพื่อดูแลลูกเหมียว

จากข้อมูลของสมาคมธุรกิจสัตว์เลี้ยงไทย ปี 2024 พบว่า เจ้าของแมวในกรุงเทพฯ ใช้จ่ายเฉลี่ย 14,200 บาทต่อปี ต่อแมวหนึ่งตัว โดยแบ่งเป็นค่าใช้จ่ายหลักดังนี้

รายการ สัดส่วน
อาหารและขนมแมวพรีเมียม 45%
ของใช้และอุปกรณ์ดูแล 25%
ค่ารักษาพยาบาลและวัคซีน 20%
อื่น ๆ เช่น กรูมมิ่ง ของเล่น เสื้อผ้า 10%

ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า “แมว” ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคนกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง และตลาดสินค้าแมวก็เติบโตตามไปด้วย


🐈 พฤติกรรมของ Cat Parent ชาวกรุงเทพฯ ที่แบรนด์ควรรู้

1. เลี้ยงแบบ Indoor 100%

เจ้าของแมวในเมืองมักเลี้ยงแมวในคอนโดหรือบ้านที่มีพื้นที่จำกัด จึงเน้นความปลอดภัย เช่น ติดมุ้งลวดกันตกระเบียง ใช้ทรายแมวดูดกลิ่น และมีของเล่นเสริมพัฒนาการ เช่น คอนโดแมวหรือของเล่นลับเล็บ

2. ใส่ใจอาหารและสุขภาพ

Cat Parent รุ่นใหม่เลือกอาหารเกรดพรีเมียม เช่น สูตร Grain-free, สูตรบำรุงขน, หรืออาหารแมวสำหรับภูมิแพ้ง่าย รวมถึงบริการตรวจสุขภาพประจำปีจาก โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ, PET Club พระราม 9, หรือ CATWALK Siam

3. ใช้จ่ายเพื่อความสุขของแมว

นอกจากอาหารและของใช้แล้ว เจ้าของยังพาแมวไปคาเฟ่หรือพักผ่อนในสถานที่ Pet Friendly เช่น

  • ☕ Caturday Cat Café (ราชเทวี) คาเฟ่แมวชื่อดังในกรุงเทพฯ

  • 🏡 Makura Cat Café (รามคำแหง) จุดนัดพบของคนรักแมว

  • 🧴 PET Club Grooming Zone ศูนย์อาบน้ำแมวพร้อมบริการครบวงจร


🐾 แมวพันธุ์ยอดนิยมในกรุงเทพฯ ที่เหมาะกับคอนโด

สำหรับคนที่อาศัยในคอนโดและอยากเริ่มเป็น Cat Parent นี่คือแมวพันธุ์ยอดนิยมที่เข้ากับพื้นที่จำกัดและชีวิตในเมือง

พันธุ์แมว นิสัย ข้อดี ข้อควรระวัง
สก็อตติชโฟลด์ (Scottish Fold) เงียบ สุภาพ เหมาะกับคอนโด ไม่ค่อยซน เสี่ยงโรคข้อต่อ ควรดูแลอาหาร
เปอร์เซีย (Persian) ขี้อ้อน นิ่ง ขนสวย นุ่มนวล ต้องแปรงขนทุกวัน
บริติชช็อตแฮร์ (British Shorthair) เป็นมิตร ร่าเริง ทนทาน สุขภาพแข็งแรง เสี่ยงอ้วนง่าย ต้องควบคุมอาหาร
รัสเซียนบลู (Russian Blue) สะอาด ขี้อาย ไม่ดุ เข้ากับเด็ก ต้องสร้างความคุ้นเคยช่วงแรก
อเมริกันช็อตแฮร์ (American Shorthair) ร่าเริง แข็งแรง เข้ากับแมวตัวอื่นได้ดี ต้องออกกำลังสม่ำเสมอ

 

💡 Insight: 3 พันธุ์แมวที่ขายดีที่สุดในกรุงเทพฯ ปี 2025 คือ Scottish Fold, British Shorthair และ Persian เนื่องจากมีนิสัยสงบ เหมาะกับการอยู่คอนโด


🏠 เคล็ดลับการดูแลลูกเหมียวในพื้นที่จำกัด

  1. 🧺 จัดพื้นที่ส่วนตัวให้แมวได้พักผ่อน
    มีมุมส่วนตัวพร้อมที่นอนหรือคอนโดแมว จะช่วยให้แมวรู้สึกปลอดภัย

  2. 🌬️ ระบายอากาศสม่ำเสมอ
    เปิดหน้าต่างหรือใช้เครื่องฟอกอากาศ เพื่อลดกลิ่นจากทรายแมว

  3. 🧴 เลือกทรายแมวคุณภาพสูง
    ลดฝุ่นและกลิ่นอับ เหมาะกับคอนโดที่ปิด

  4. 🎯 เสริมพัฒนาการด้วยของเล่น
    ใช้ของเล่นฝึกสมอง เช่น ลูกบอล, ของเล่นมีเสียง หรือ catnip toy

  5. 🧼 ดูแลขนและสุขอนามัยประจำสัปดาห์
    อาบน้ำทุก 2–4 สัปดาห์ (ขึ้นกับพันธุ์) และแปรงขนประจำ


💰 ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในการเลี้ยงแมวในกรุงเทพฯ

รายการ ค่าใช้จ่ายต่อเดือน (ประมาณ)
อาหารแมวพรีเมียม 800 – 1,200 บาท
ทรายแมวและของใช้ 400 – 600 บาท
ของเล่น/ขนมแมว 200 – 400 บาท
ตรวจสุขภาพ/วัคซีน 1,000 – 2,000 บาท (เฉลี่ยรายปี)
รวมเฉลี่ยต่อเดือน 1,500 – 2,200 บาท

ค่าใช้จ่ายเหล่านี้สะท้อนให้เห็นว่าเจ้าของแมวในเมืองพร้อมจ่ายเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของลูกเหมียว ไม่ต่างจากพ่อแม่ที่ลงทุนในสุขภาพลูกคน


🏙️ กรุงเทพฯ เมืองหลวงของ Cat Lovers

กรุงเทพฯ คือศูนย์กลางของวัฒนธรรมการเลี้ยงแมวในไทย ทั้งในแง่ของจำนวนผู้เลี้ยงและธุรกิจที่เกี่ยวข้อง เช่น

  • CATWALK Siam (สยามซอย 10) คลินิกเฉพาะทางแมวครบวงจร

  • PET Club พระราม 9 ศูนย์บริการ Grooming โรงแรม และคลินิกแมว

  • Caturday Cat Café ราชเทวี สถานที่สุดฮิตของเหล่า Cat Parent

  • โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ โรงพยาบาลสัตว์มาตรฐานสากล

นอกจากนี้ยังมีตลาดออนไลน์ขนาดใหญ่ เช่น Kaidee Marketplace ที่เป็นแหล่งซื้อขายของใช้แมว อาหาร และอุปกรณ์เลี้ยงแมวทั้งมือหนึ่งและมือสอง


✨ Insight สำหรับแบรนด์: โอกาสในตลาด Cat Economy

กลุ่ม Cat Parent เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงและเติบโตเร็ว โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ ที่มีกำลังซื้อสูง แบรนด์สามารถใช้ประโยชน์จาก 3 แนวทางหลักดังนี้

1. Premiumization

ลูกค้าเน้นคุณภาพมากกว่าราคา สินค้าพรีเมียม เช่น อาหารแมวออร์แกนิก, ทรายแมวลดกลิ่น หรือของเล่นปลอดสารพิษ กำลังได้รับความนิยม

2. Personalization

ผลิตภัณฑ์เฉพาะตัว เช่น ปลอกคอแมวสลักชื่อ หรือบริการจัดส่งอาหารตามสูตรสุขภาพเฉพาะตัว (Tailored Cat Meal)

3. Online Experience

การสร้างคอนเทนต์ที่เชื่อมโยงอารมณ์ เช่น รีวิวโดยแมวอินฟลูเอนเซอร์, แคมเปญ #CatParentChallenge หรือการตลาดเชิงอารมณ์ผ่าน TikTok


💡 สรุป: Cat Parent ไม่ใช่แค่เจ้าของ แต่คือพ่อแม่ของลูกเหมียว

เทรนด์ Cat Parent ในกรุงเทพฯ สะท้อนถึงความเปลี่ยนแปลงทางสังคมของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการความสุขและการเชื่อมโยงทางอารมณ์ในชีวิต แมวกลายเป็นเพื่อนร่วมบ้านที่เติมเต็มความอบอุ่น และแบรนด์ที่เข้าใจเทรนด์นี้จะสามารถสร้างความสัมพันธ์ระยะยาวกับกลุ่มลูกค้าที่ภักดีและมีศักยภาพสูง


🛒 หากคุณคือหนึ่งใน Cat Parent ที่อยากมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้ลูกเหมียว

ลองเลือกดู อาหาร ของเล่น และของใช้แมวคุณภาพดี ได้ที่
👉 Kaidee Marketplace หมวดสัตว์เลี้ยง