
การเปลี่ยนยางใหม่แต่ละครั้งหลายคนมักคำนึงถึงยี่ห้อของยางรถ ขนาด ของยางที่เหมาะสม แต่สิ่งสำคัญที่หลายคนไม่ค่อยให้ความสนใจก็คือการตั้งศูนย์ถ่วงล้อใหม่ เพราะอะไรจึงไม่ควรเลี่ยง บทความนี้จะพาคุณไปทำความเข้าใจถึงความสำคัญในการตั้งศูนย์ถ่วงล้อกันให้มากขึ้น
ยางรถยนต์ถือเป็นส่วนประกอบหลักของรถเพราะถือเป็นส่วนที่ต้องสัมผัสกับถนนโดยตรง คอยรองรับน้ำหนักรถยนต์ ลดการสั่นสะเทือนในการขับขี่ในเวลาที่เจอพื้นถนนที่ไม่เรียบแต่ก็ยังสามารถใช้เป็นตัวช่วยเกาะถนนมากขึ้น ที่สำคัญไปอย่างยิ่งยางรถดีๆ ยังสามารถช่วยประหยัดน้ำมันได้อีกด้วยนะ ดังนั้นการเลือกยางที่เหมาะสมหรือการเปลี่ยนยางใหม่อย่างสม่ำเสมอจึงสามารถช่วยให้การขับขี่นั้นราบรื่นและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุโดยเฉพาะช่วงหน้าฝนที่พื้นถนนเปียกและลื่นเป็นพิเศษ ซึ่งทั้งนี้ทั้งนั้นยางรถยนต์ก็มีหลายแบบหลายประเภทที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้ทุกการขับขี่ราบรื่นมากยิ่งขึ้น ยกตัวอย่างเช่น
- ยางสปอร์ต คือยางที่ออกมาสำหรับการขับขี่ความเร็วสูง ยึดเกาะถนนได้ดี เหมาะกับรถสปอร์ตหรือผู้ที่ต้องการขับขี่รถด้วยความเร็วสูงอยู่ตลอด
- ยางออฟโรด คือยางที่มีขนาดใหญ่เป็นพิเศษ มีดอกยางลึก ใช้สำหรับการขับขี่ทางวิบาก ขึ้นเขาลุยป่า
- ยางสำหรับรถยนต์ทั่วไป คือบางที่เหมาะกับการขับขี่ปกติ เหมาะกับการใช้งานในเมือง มีความนุ่มนวลเป็นพิเศษ ใช้สำหรับเดินทางระยะสั้นๆ
- ยางสำหรับทุกสภาพถนน คือยางที่สามารถวิ่งได้ทั้งกับถนนที่แห้งและเปียก เหมาะกับผู้ที่ต้องการขับขี่ในพื้นที่ที่มีอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย
- ยางประหยัดน้ำมัน ยางประเภทนี้เป็นยางที่หากใครต้องการเปลี่ยนยางใหม่จะถือเป็นยางที่ได้รับการแนะนำเป็นอย่างมาก เพราะออกแบบมาให้ยึดเกาะถนนได้ดี สามารถวิ่งได้เสถียรลดแรงเสียด จึงสามารถช่วยประหยัดเชื้อเพลิงและลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ได้เป็นอย่างดี
ดังนั้นการเลือกยางที่เหมาะสมต่อการขับขี่และสไตล์ของรถแต่ละแบบนั้นจะสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ได้เป็นอย่างดีและยังสามารถช่วยยืดอายุการใช้งานของยางและรถยนต์ได้อีกด้วย

แล้วเราควรเปลี่ยนยางตอนไหนล่ะ??
หลายคนคงเริ่มสงสัยแล้วใช่ไหมว่าถ้าการเปลี่ยนยางใหม่มันดีขนาดนี้เราควรจะเริ่มเปลี่ยนยางใหม่ตอนไหนกันดี ต้องขอบอกก่อนเลยว่าการเปลี่ยนยางใหม่นั้นก็เหมือนการบำรุงรักษารถยนต์อีกทาง ทั้งเพื่อประหยัดน้ำมัน ลดความเสื่อมสภาพของโช๊คและตัวแม็กล้อ โดยส่วนมากแล้วเรานิยมเปลี่ยนยางใหม่ทุกๆ 4-6 ปี เพราะเป็นช่วงเวลาการใช้งานยางโดยเฉลี่ย หรือหากรถมีการวิ่งทางไกลบ่อยครั้งก็ควรเปลี่ยนยางในทุกๆ 50,000 – 80,000 กิโลเมตร เพราะบางครั้งสภาพอากาศและพื้นถนนก็เป็นหนึ่งในตัวการสำคัญที่ทำให้ยางเสื่อมสภาพไวขึ้นด้วยปัญหาหลักคือตัวดอกยางสึกหรอนั่นเอง เพราะยางที่ดีควรมีดอกยางลึก 8 – 10 มิลลิเมตร และเมื่อใดก็ตามที่ดอกยางเหลือน้อยกว่า 2 มิลลิเมตรผู้เชี่ยวชาญได้แนะนำให้ควรเปลี่ยนยางทันที เพราะจะทำให้การขับขี่อันตรายมากขึ้นและตัวยางยึดเกาะถนนน้อยลง และทำให้รถเบรกยากมากขึ้น หรือบางครั้งอาจเกิดการสั่นสะเทือนของพวกมาลัยและตัวรถตามมา ดังนั้นหากรถของคุณมีอาการเหล่านี้ก็ควรพิจารณาเปลี่ยนยางรถยนต์ได้เลย ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อความปลอดภัยของทุกคนในการขับขี่นั่นเอง ซึ่งวิธีการเปลี่ยนยางใหม่ก็ไม่ได้ซับซ้อนแต่อย่างใดเพราะสามารถทำได้ง่ายๆ เพียงแค่สามขั้นตอนคือ
- ตรวจสอบสภาพยาง ตั้งแต่การเช็คดอกยาง ความลึกของดอกยาง เช็ครอยร้าวของยางก่อนที่จะเปลี่ยนยางใหม่ เพื่อให้เราสามารถตรวจสอบทั้งการขับขี่ที่ผ่านมา อายุของยางว่าสอดคล้องกับสภาพยางในปัจจุบันหรือไม่ และเพื่อให้แน่ใจว่ายางนั้นเสื่อมสภาพแล้วจริงๆ
- เลือกยางใหม่ให้เหมาะสม ควรเลือกยางที่เหมาะกับรถยนต์ สไตล์การขับขี่ และสภาพของถนนในเส้นที่ใช้งานเป็นประจำ โดยสามารถเลือกยางได้ในทุกๆ แบบข้างต้นที่กล่าวไป
- ให้ผู้เชี่ยวชาญแนะนำและติดตั้งยางรถยนต์ให้ เพราะการที่มีผู้เชี่ยวชาญติดตั้งให้นั้นจะสามารถช่วยการันตีว่าตัวยางจะมั่นคงและไม่มีปัญหาระหว่างการใช้งาน โดยผู้เชี่ยวชาญนั้นจะสามารถวิเคราะห์ให้ได้ตั้งแต่แบบยางที่ควรเลือกใช้ ติดตั้งให้ ไปจนถึงการตั้งศูนย์ถ่วงล้อเพื่อให้สามารถใช้งานยางได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
การตั้งศูนย์ถ่วงล้อมีข้อดีและข้อเสียยังไง
การตั้งศูนย์ถ่วงล้อนั้นเป็นขั้นตอนสำคัญอย่างยิ่งในทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนยางใหม่เพราะจะสามารถช่วยให้การขับขี่รถยนต์มีประสิทธิภาพมากขึ้น ลดการสึกหรอของยาง แต่ถึงจะฟังดูแล้วน่าสนใจในเรื่องของการเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ การตั้งศูนย์ล้อก็มีข้อเสียอยู่บ้างเช่นกัน โดยข้อดีและข้อเสียยังไงบ้างไปดูกันเลย

ข้อดีของการตั้งศูนย์ถ่วงล้อ
- การตั้งศูนย์ถ่วงล้อสามารถลดการสั่นสะเทือนในการขับขี่ เพราะการตั้งศูนย์ล้อนั้นจะช่วยปรับน้ำหนักของล้อให้สมดุลมากขึ้น เมื่อศูนย์ถ่วงล้อสมดุลจะทำให้การขับขี่นุ่มนวลมากขึ้นและทำให้สามารถควบคุมรถได้ดีขึ้นและเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ตามมา
- ป้องกันการสึกหรอของยาง ในกรณีที่ยางไม่ได้ตั้งศูนย์ล้อนั้นจะทำให้ตัวอย่างสัมผัสกับพื้นเพียงแค่บางส่วน ซึ่งจะทำให้ยางบางส่วนสึกหรอหรือเสื่อมสภาพ แต่ในขณะเดียวกันหากมีการตั้งศูนย์ถ่วงล้อมาก็จะทำให้ตัวอย่างสามารถกระทบกับพื้นถนนอย่างสม่ำเสมอได้ จึงเป็นสาเหตุให้รถวิ่งได้อย่างนุ่มนวลมากขึ้นนั่นเอง
- ช่วยประหยัดน้ำมันในการขับขี่ อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ถึงแม้ว่ายางดีๆ จะช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้ การตั้งศูนย์ถ่วงล้อที่ดีก็ช่วยให้ประหยัดค่าน้ำมันได้เช่นเดียวกัน เพราะการตั้งศูนย์ถ่วงล้อจะทำให้เครื่องยนต์สามารถทำงานได้ดีขึ้น ตัวเครื่องไม่ต้องส่งพลังงานไปช่วยในเรื่องการหมุนล้อเยอะ จึงทำให้ประหยัดน้ำมันมากขึ้นนั่นเอง
ข้อเสียของการตั้งศูนย์ถ่วงล้อ
- การตั้งศูนย์ถ่วงล้อนั้นมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูง เพราะจะต้องดำเนินการโดยผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นอาจจะทำให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายที่มากขึ้นกับผู้ขับขี่บางท่าน
- ใช้เวลาในการดำเนินการนาน ในการติดตั้งศูนย์ถ่วงล้อจะต้องคำนวนถึงรุ่นรถยนต์และตัวยางให้สอดคล้องกัน จึงอาจทำให้ใช้เวลานานในการติดตั้งอย่างน้อยครึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมง
- เมื่อรถได้ผ่านการตั้งศูนย์ถ่วงล้อแล้วจะต้องทำการตั้งศูนย์ถ่วงล้อที่ทุกๆ ครั้งที่มีการเปลี่ยนยางใหม่ จึงไม่เหมาะกับผู้ที่ต้องเปลี่ยนยางรถยนต์บ่อยครั้งเพราะจะทำให้ค่าใช้จ่ายบานปลายมากขึ้น
การตั้งศูนย์ถ่วงล้อในการเปลี่ยนยางใหม่ก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป แต่หากอย่างน้อยเราก็ขอยืนยันได้ว่านอกจากเรื่องค่าใช้จ่ายที่อาจสูงขึ้นกว่าเดิม การตั้งศูนย์ถ่วงล้อใหม่จะช่วยให้การขับขี่ของทุกคนดีขึ้นอย่างแน่นอน
สำหรับใครที่มีแพลนจะเปลี่ยนยางใหม่ก็อย่าลืมมองหายางรถยนต์คุณภาพสูงได้ที่ kaidee เพราะเรามียางรถยนต์ให้เลือกมากมาย และที่สำคัญที่นี่เราซื้อง่าย ขายไว ไว้ใจ kaidee