เดี๋ยวนี้ไม่ว่าใครก็อยากมีภาพสวยๆ เป็นรูปโปรไฟล์ของตัวเอง ด้วยเทคโนโลยีต่างๆ ทำให้คนสนุกกับการถ่ายรูปมากขึ้น ใช้แค่โหมดออโต้ก็มีรูปเก๋ๆ แบบไม่ต้องปรับอะไรให้วุ่นวาย บวกกับราคากล้องปัจจุบันที่ไม่ได้แพงเกินเอื้อมเหมือนสมัยก่อน เลยทำให้ตลาดกล้องคึกคักอยู่พอสมควร
ใครที่กำลังมองหากล้องราคาดีคุณภาพเยี่ยม แล้วยังไม่รู้จะเริ่มต้นตรงไหน วันนี้เราคัดเลือก 5 อันดับกล้อง Fuji ยอดนิยมประจำปี 2020 มาฝากกัน รับประกันว่าเป็น 5 รุ่นสุดยอดเรือธงของฟูจิ ที่ครบครัน มีตั้งแต่กล้องใช้งานง่ายราคาสบายกระเป๋าไปจนถึงสเปคเทพราคาแรง พร้อมแล้วไปลุยกันค่ะ!
ทำไมต้องเป็น Fuji?
หากพูดถึงอุปกรณ์สร้างภาพดีๆ สักตัว เรามั่นใจว่ายังไงก็ตามต้องมีชื่อ “Fuji” ติด 1 ใน 5 กล้องรุ่นโปรดกันอยู่แล้ว ยิ่งใครที่ตั้งใจมองหากล้องมิเรอร์เลส (Mirrorless) ดีๆ สักตัว เน้นใช้งานง่ายพกพาไปไหนสะดวก และถ้าคุณคิดจะเริ่มต้นที่ Fuji สำหรับเราแล้วไม่ใช่เรื่องน่าผิดหวังแต่อย่างใด
“Fuji ทำกล้องให้คนที่ไม่ใช่ตากล้องใช้”
นั่นคือวิสัยทัศน์ของทีมผู้บริหาร Fuji ซึ่งชัดเจนและคงเส้นคงวาเสมอมา เขามองว่าการที่คนจะเลือกซื้อกล้องดีๆ สักตัวนั้น ต่อให้มีคุณสมบัติสุดแสนเลิศเลอ อย่างระบบเซ็นเซอร์สุดเทพ โฟกัสสุดคม อาจไม่ได้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าเท่าที่ควร คนส่วนใหญ่อยากได้กล้องสักตัว ที่สุดท้ายแล้วรังสรรค์ภาพออกมาได้ตรงใจแค่นั้น
จากประสบการณ์ส่วนตัวรวมถึงคนรอบตัวเรา ต่างยอมรับว่าใช้คุณสมบัติเจ๋งๆ ของกล้องยังไม่ครบเลยด้วยซ้ำ บ่อยครั้งที่เลือกโหมดออโต้เพื่อจบการใช้งาน เน้นความไวและสะดวกเป็นหลัก แล้วค่อยไปขุดภาพหลังงานจบอีกที สะท้อนให้เห็นว่าสิ่งที่ทีม Fuji คิดไม่ใช่เรื่องผิด ทั้งนี้เราได้รวบรวมเอาจุดเด่นกล้อง Fuji แบบคร่าวๆ มาให้เรียบร้อย
1.ใช้งานง่ายราคาไม่แพง
จุดเด่นอันดับต้นๆ ของแบรนด์ฟูจิ คือความคุ้มค่าคุ้มราคา เริ่มต้นเพียงหลักหมื่นต้นๆ ก็เป็นเจ้าของกล้องได้แบบสบายกระเป๋า แถมสเปคต่างๆ ที่ให้มาก็ไม่ขี้เหร่ ทั้งยังใช้งานง่ายไม่ต้องมีพื้นฐานใดๆ ก็กดชัตเตอร์ได้ สังเกตได้ว่ากล้องตัวแรกของหลายๆ คนมักจบลงกับฟูจิ
2.สวยครบ! จบที่กล้อง
อีกหนึ่งสิ่งที่ทำให้ Fuji โดดเด่นคือกว่าแบรนด์อื่นๆ คือ “สวยครบจบที่กล้อง” ด้วยโทนภาพซึ่งเต็มอิ่มของเม็ดสีอันสวยงาม ถ่ายวิวก็เพอร์เฟค ถ่ายคนก็สวย แถมบางรุ่นยังมีลูกเล่นพิเศษ “โหมดบิวตี้” ช่วยให้ภาพสว่างใสกิ๊ก แทบจะเบลอรูขุมขน ซึ่งเป็นออปชันที่น่าจะถูกใจสาวๆ เป็นอย่างดี
3.ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่
ปฏิเสธไม่ได้ว่าบอดี้ของตัวกล้องเป็นปัจจัยเบอร์ต้นๆ ซึ่งทำให้คนตัดสินใจซื้อถือแล้วเท่ดูทันสมัยไฉไลกว่าใครๆ นับเป็นเหตุผลพอเข้าใจได้อยู่นะคะ ที่สำคัญทาง Fuji ทำสีมาให้เลือกเพียบ ทั้งดำ เงิน ชมพู ฯลฯ ตอบโจทย์ความต้องการทุกเพศทุกวัย ทั้งยังเซลฟี่คล่อง ทำการตลาดเน้นคนรุ่นใหม่เป็นหลัก
ประเภทกล้องของ Fuji
ศึกษารายละเอียด Fuji กันมาพอสมควร ทีนี้เรามาดูกันบ้างดีกว่าค่ะ ว่าทาง Fuji แบ่งกล้องออกเป็นกี่ประเภทบ้าง ลองพิจารณาดูว่ารุ่นไหนตรงกับความตั้งใจหรือการใช้งานเรา ไปจนถึงเรื่องงบประมาณว่ามีในมือเท่าไร
1.GFX
Fuji ให้นิยามกล้องรุ่นท็อปประเภทนี้เอาไว้ว่า เป็นระบบกล้องมิเรอร์เลสที่ให้คุณภาพสูงสุด ด้วยระบบเซ็นเซอร์แบบ CMOS ให้ความละเอียดมากกว่า 100 ล้านพิกเซล ทั้งยังรวมเอาเทคโนโลยีสุดเจ๋งของ Fuji ไว้อย่างครบครัน ราคาประเภทนี้อยู่ราวๆ 150,000 บาท (กล้องของ Fuji ไม่มี Full Frame)
2.Mirrorless
เรียกได้ว่าเป็นกล้องที่สร้างกำไรให้กับทาง Fuji อย่างมหาศาล มีตัวยอดฮิตหลายตัวอยู่ในรุ่นมิเรอร์เลส ไม่ว่าจะเป็น X-T20, X-A5, X-E3 ฯลฯ อย่างที่เรารู้ๆ กันว่า ฟูจิเป็นเบอร์ต้นๆ ของตลาดกล้องประเภทนี้อยู่แล้ว ทั้งจำนวนรุ่นอันหลากหลาย คุณสมบัติคุ้มราคาและบอดี้อันสวยงาม
3.Premium Compact
กล้องระดับพรีเมียมอันแสนสะดุดตาด้วยดีไซน์สุดเรียบหรูสไตล์ Fuji ลบภาพกล้องคอมแพคเชยๆ ที่เราคุ้นเคยไปได้เลย แถมฟังก์ชันที่ให้มาก็เพียบพร้อม ทั้งเซ็นเซอร์ X-Trans CMOS 4 รวมถึงถ่ายภาพซ้อนได้ บันทึกวิดีโอ 4K ได้ บางรุ่นมีจำลองโทนสีฟิล์มของฟูจิมาให้อีกด้วย
4.XP Series
ใครที่เป็นสาย Vlog ชอบทำวีดีโอลงยูทูป ทางฟูจิเองก็มีกล้องวิดีโอไว้เป็นตัวเลือกเช่นเดียวกัน ถ่ายใต้น้ำได้ ทนความหนาวก็ดี เรียกว่าพร้อมลุยกับทุกกิจกรรมให้เรื่องราวของคุณมีชีวิตชีวาและไม่พลาดทุกการเคลื่อนไหว
ทำไมฟูจิถึงไม่ทำกล้อง Full Frame?
เชื่อว่าแฟนๆ ของฟูจิรวมถึงคนสมาคมคนรักกล้องทั้งหลาย คงมีคำถามเหมือนกันว่า ทำไมฟูจิเองถึงไม่ยอมทำกล้องระบบ Full Frame เหมือนแบรนด์อื่นๆ สักที อย่างที่เราบอกไปตอนต้นว่า เป็นความตั้งใจของผู้บริหารฟูจิที่ต้องการเจาะตลาดกล้องมิเรอร์เลสโดยเฉพาะ เนื่องจากกล้องรุ่นนี้ตอบโจทย์และเข้าถึงคนทุกเพศทุกวัยได้มากกว่า
จะเห็นได้ว่ารุ่นขายดีอันดับต้นๆ ของฟูจิ คือ Fujifilm X-A5 เรียกได้ว่ายอดขายถล่มทลาย สอดคล้องกับแนวคิด “ทำกล้องให้คนที่ไม่ใช่ตากล้องใช้” ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญทางฟูจิเองยังเสริมความมั่นใจว่า ถึงจะเป็นมิเรอร์เลสก็มีเซ็นเซอร์เทพไม่แพ้กับฟูลเฟรม มีระบบเฉพาะตัวลด Noise ได้ดีเยี่ยม รวมถึงตัวเลนส์ซึ่งทางฟูจิทำออกมาได้แสนเฉียบคม
5 อันดับกล้อง Fuji ยอดนิยมประจำปี 2020
เพลินกับเรื่องราวอันเป็นประโยชน์ ที่น่าจะช่วยให้หลายๆ คนเข้าใจถึงวัฒนธรรมแบบฟูจิไปแล้ว หวังว่าจะช่วยให้หลายๆ คนตัดสินใจเลือกเลือกซื้อได้ง่ายขึ้น นอกจากนี้เรายังมีไกด์มาให้เพิ่มเติมกับ 5 อันดับกล้อง Fuji ยอดนิยมประจำปี 2020
1.Fujifilm X-A7
รุ่นที่พัฒนาต่อยอดมาจากตัว Best Seller อย่าง Fuji X-A5 โดยการคงรูปแบบหลัก อย่างการใช้งานง่าย พกพาสะดวกเหมือนเดิม มาพร้อมระบบจอทัชสกรีน ใช้นิ้วสัมผัสหน้าจอขนาด 3.5 นิ้วได้อย่างง่ายดาย ใช้ปรับโฟกัสได้ทันท่วงที ทั้งยังพัฒนาระบบเซ็นเซอร์ให้ทันสมัยมากขึ้น เพิ่มโหมดพิเศษ “Light Trail” ถ่ายภาพในมุมแสงน้อยได้ดีกว่าเดิม
ทั้งยังมีลูกเล่นพิเศษเฉพาะฟูจิ ด้วยการเพิ่มโทนสีฟิล์ม (Film Simulation) จำลองฟิล์มสีตัวดังอันเป็นเอกลักษ์จากฟูจิ ให้คุณสนุกกับการถ่ายรูปมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องหนักกับงานหลังกล้องเหมือนแต่ก่อน ส่วนงานวิดีโอก็ดีไม่แพ้กัน รองรับคุณภาพ 4K (3820×2150) โดยใช้ข้อมูลเท่ากับ 6K (6032×3392)
ราคา : เริ่มต้นประมาณ 16,000 บาท
2.Fuji XT200
เพิ่มงบสักนิดแลกมากับระบบเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ขึ้น ด้วยระบบ APS-C CMOS ให้ความละเอียดสูงสุดได้ถึง 24.2 ล้านพิกเซล โดดเด่นด้วยระบบตรวจจับใบหน้าและดวงตาสุดแม่นยำ โฟกัสได้ฉับไวเฉียบคมแบบอัตโนมัติ ให้คุณเก็บทุกความทรงจำได้อย่างอย่างดีเยี่ยม ทั้งยังมาพร้อมด้วยฟังก์ชันพิเศษ ชดเชยแสงน้อยได้ถึง -2.0EV
นอกจากจะมีบอดี้ที่สวยงามแสนคลาสิกสไตล์ฟูจิแล้ว ยังมาพร้อมจอระบบสัมผัส รองรับการใช้งานทุกรูปแบบ ปรับหมุนได้ถึง 180 เก็บภาพได้ทุกมุม จะตั้งกล้องถ่ายเองหรือเซลฟี่สะดวก ทั้งยังมีอัลกอริธึมสุดเก๋ช่วยป้องกันภาพไม่ให้สั่น ที่สำคัญใช้งานง่าย น้ำหนักเบา พกไปฮอปปิงเก๋ๆ ที่คาเฟ่ก็เท่ไม่น้อย
ราคา : เริ่มต้นประมาณ 19,000 บาท
3.Fujifilm X-T30
กล้องระดับ Middle Class ของฟูจิที่ให้คุณภาพใกล้เคียงรุ่นท็อป X-T3 ในขนาดเล็กและน้ำหนักเบากว่า ถือเป็น “Little Giant” ของค่ายนี้เลยก็ว่าได้ โดดเด่นด้วยโหมดถ่ายภาพต่อเนื่องความเร็วสูง ด้วยระบบเซ็นเซอร์ X-Trans CMOS ภายใต้ความละเอียดสูงถึง 26.1 ล้านพิกเซล
ทั้งยังมีเซ็นเซอร์พิเศษช่วยลดสีมัวและสีผิดเพี้ยน ให้ภาพนั้นเต็มไปด้วยเม็ดสีอันสดใสอันเป็นเอกลักษณ์ของฟูจิ ตลอดจนเติมเต็มคุณภาพของรูปด้วยการลด Noise ได้มากขึ้นกว่าเดิมในที่แสงน้อยให้คุณไม่ต้องกังวลใจ นับเป็นกล้องคุณภาพพรีเมียมในราคาเข้าถึงได้ง่าย
ราคา : เริ่มต้นประมาณ 26,000 บาท
4.Fujifilm X-T4
ส่วนใครที่กำลังตามหา กล้องคุณสมบัติครอบจักรวาลได้ทั้งถ่ายภาพและถ่ายวิดีโอ มิเรอร์เลสระดับมืออาชีพ X-T4 รุ่นนี้น่าจะเป็นคำตอบที่ตรงใจคุณ ซึ่งทางฟูจิเคลมเอาไว้ว่า กล้องตัวนี้เต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว แบบไม่ลดทอนฟังก์ชันใดๆ เรียกว่าใส่มาแบบจัดเต็ม
ด้วยเซ็นเซอร์สุดเทพ X-Trans CMOS 4, X-Processor 4 มาพร้อมระบบป้องกันการสั่นไหวในตัวกล้อง (IBIS) ซึ่งทันสมัยสุดในปีนี้ ยิ่งถ้าใครเป็นสแนปน่าจะถูกใจใช่เลย เพราะเข้ามีโหมดถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุด 15 ภาพ/วินาที ตลอดจนโหมดจำลองสีฟิล์ม “ETERNA Bleach Bypass” เทคโนโลยีสุดคูลที่รวมเอาความของอะนาล็อกและดิจิทัลไว้ด้วยกันอย่างงดงาม
ราคา : เริ่มต้นประมาณ 45,000 บาท
5.Fujifilm X-Pro 3
ปิดท้ายด้วยมิเรอร์เลสรุ่นท็อปตระกูล X-series ของฟูจิ ซึ่งราคาไม่ได้หนีไปจากฟูลเฟรมต่างค่ายเลย หากถามถึงความมั่นใจของฟูจิต้องบอกเลยว่า “เกินร้อย” ด้วยการพัฒนาระบบเซ็นเซอร์ X-Trans CMOS 4 และ X-Processor 4 ให้เต็มเปี่ยมไปด้วยประสิทธิภาพ ทั้งยังชดเชยแสงน้อยได้มากถึง -6.0EV
นอกจากนี้ยังมีไอเทมพิเศษ ช่องมองภาพ OVF แบบ Rangefinder ให้คุณสนุกกับทุกจังหวะสำคัญ มองเรื่องราวผ่านเลนส์ได้ชัดเจนขึ้น บันทุกเรื่องราวได้แม่นยำกว่าเดิม ตลอดจนโหมดการจำลองสีฟิล์มเนกาตีฟทั้ง CLASSIC CHROME, ACROS และ ETERNA เพิ่มความคมชัดแบบมีมิติ ช่วยให้คุณจบงานหลังกล้องได้ง่ายดาย
ราคา : เริ่มต้นประมาณ 50,000 บาท
สรุปท้ายบทความ
อ่านมาถึงตรงนี้พอเข้าใจถึงความเจ๋งแบบภาพรวมของฟูจิ รวมถึงความน่าสนใจเฉพาะรุ่นของกล้องแต่ประเภทไหมคะ ได้คำตอบในใจบ้างหรือยังว่ากล้องที่เราจะครอบครอง มีหน้าตาและสเปคประมาณไหน ตรงกับการใช้งานและงบประมาณที่เท่าไร
อย่างไรก็ตามคุณสมบัติกล้องต่างๆ ที่เรารีวิวไปนั้น เป็นเพียงข้อมูลส่วนหนึ่งซึ่งช่วยให้การตัดสินใจราบรื่นขึ้น การไปสัมผัสบอดี้กล้องด้วยมือตัวเอง น่าจะเป็นสิ่งที่จบความลังเลทั้งหมดทั้งมวลลงได้ เลือกเป็นชอยส์ไว้ก่อนแล้วค่อยตัดสินใจหน้างานได้ หรือจะลองเข้าไปดูใน Kaidee ก่อน ก็อีกเป็นทางเลือกที่ดีไม่น้อย รับรองว่ามีกล้องฟูจิคุณภาพดีดี ราคาสบายกระเป๋าให้เลือกเพียบ
