ทุกคนเจอหนังสือเล่มโปรดที่ตราตรึงใจตอนอายุเท่าไรคะ เราเชื่อว่าหลายคนอาจจะได้รู้จักหนังสือเล่มโปรดจากห้องสมุดโรงเรียน มหาวิทยาลัย หรือในช่วงวัยรุ่น เพราะเราก็เป็นหนึ่งในนั้นเช่นกัน
แม้เวลาจะผ่านไปหลายปี บางประโยคจากหนังสือบางเล่มก็ยังคงอยู่ในใจหรือมีพลังมากพอจะเปลี่ยนมุมมองความคิดเราที่มีต่อบางเรื่องได้
วันนี้เราเลยขอเอาใจนัก(ชอบ)อ่านด้วยการมัดรวม 5 วรรณกรรมเยาวชนชื่อดังจากห้าประเทศที่ชีวิตนี้ควรอ่านมาฝาก! มาทำความรู้จักทั้งห้าเล่มนี้ไปพร้อมกันเลยค่ะ
To Kill a Mockingbird – สหรัฐอเมริกา

(Credit: Harpercollins Publisher)
‘To Kill a Mockingbird’ หรือในชื่อไทย ‘ฆ่าม็อกกิ้งเบิร์ด’ เป็นวรรณกรรมสัญชาติอเมริกันซึ่งเป็นที่รักของคนหลากรุ่นหลายวัย ผลงานของ ‘Harper Lee’ นักเขียนชาวอเมริกันชื่อดัง การันตีคุณภาพด้วยรางวัล ‘Pulitzer Prize’ และยอดตีพิมพ์กว่า 30 ล้านเล่มทั่วโลก!
เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘Atticus Finch’ ทนายหนุ่มที่พยายามล้างมลทินให้ ‘Tom Robinson’ ชายผิวดำผู้ถูกกล่าวหาว่าข่นขืนหญิงสาวผิวขาวในปี 1930
ด้วยเนื้อหาที่สอดแทรกประเด็นสังคมในสมัยนั้น ทั้งความอยุติธรรมทางชาติพันธ์ุ สิทธิที่พลเมืองพึงมีอย่างเท่าเทียม การกล่าวโทษผู้บริสุทธิ์ รวมทั้งบทบาททางเพศ ซึ่งน่าเศร้าที่หลายประเด็นยังคงไม่หายไปจากสังคมเสียทีเดียว
จึงไม่แปลกใจที่ To Kill a Mockingbird จะได้รับความรักอย่างท่วมท้นและกลายเป็นหนังสือที่ถูกบรรจุในการหลักสูตรการเรียนการสอนของโรงเรียนในสหรัฐอเมริกาหลายแห่ง ทว่าก็มีบางที่มองว่าเนื้อหารุนแรงจนถึงขั้นแบนหนังสือเล่มนี้ในโรงเรียนเลยทีเดียว
My Sweet Orange Tree – บราซิล

(Credit: Candlewick Press)
หากใครเคยแวะเวียนหรือแวบผ่านหมวดวรรณกรรมตามร้านหนังสือ อาจจะพอคุ้นชื่อ ‘My Sweet Orange Tree’ หรือ ‘ต้นส้มแสนรัก’ บ้าง
วรรณกรรมเล่มนี้เป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของ ‘José Mauro de Vasconcelos’ นักเขียนบราซิล ตีพิมพ์ครั้งแรกเป็นภาษาโปรตุเกสเมื่อปี 1968 ปัจจุบันได้รับการแปลแล้วกว่า 32 ภาษาและตีพิมพ์กว่า 19 ประเทศทั่วโลก
เรื่องราวของ ‘Zeze’ เด็กชายวัยห้าขวบแสนซน จินตนาการกว้างไกล ขี้แกล้ง ผู้เชื่อว่าเขามีปีศาจอยู่ในตัว เด็กชายต้องเผชิญกับเรื่องราวทุกข์ใจสารพัดทั้งความยากไร้ ครอบครัว และสังคม เราจะได้เห็นชีวิตเด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้นท่ามกลางบาดแผลและความงดงาม
นอกจาก ‘My Sweet Orange Tree’ หรือ ‘ต้นส้มแสนรัก’ จะได้ตีพิมพ์ทั่วโลก ยังมีการดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ด้วย สามารถไปหาดูเพื่อเพิ่มอรรถรสได้เลยค่ะ
Stay Where You Are and Then Leave – ไอร์แลนด์

(Credit: Penguin Random House Children's UK)
‘Stay Where You Are and Then Leave’ วรรณกรรมสัญชาติไอริชที่ถูกนำมาแปลเป็นไทยในชื่อแสนกินใจ ‘พ่อกับผมและบางสิ่งที่หายไปในสงคราม’ แต่งโดย ‘John Boyne’ นักเขียนชาวไอริชเจ้าของผลงาน ‘The Boy in the Striped Pajamas’ หรือ ‘เด็กชายในชุดนอนลายทาง’
ในหนังสือเล่มนี้ คุณจะได้พบกับเรื่องราวครอบครัว ‘Summerfield’ ที่อาศัยอยู่ในประเทศอังกฤษช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 ชีวิตในวัยห้าขวบหมาด ๆ ของ ‘Alfie’ พลิกผันเมื่อสงครามปะทุขึ้นและผู้เป็นพ่อต้องไปเป็นทหารสู้รบในสงครามครั้งยิ่งใหญ่
นับเป็นเรื่องราวแสนเศร้าที่ถ่ายทอดได้อย่างงดงาม คุณจะได้เห็นอีกแง่มุมผลกระทบที่เกิดจากสงครามซึ่งไม่เพียงกระทบในระดับชาติหรือระดับโลกเท่านั้น แต่ยังส่งผลกับชีวิตคนธรรมดาเดินดินทั่วไปทั้งช่วงสงครามและหลังสงคราม บางสิ่งในชีวิตพวกเขาถูกสงครามพรากไปตลอดกาลและไม่อาจหวนคืนได้
Animal Farm – อังกฤษ

(Credit:Houghton Mifflin Harcourt)
นิยายสั้นเชิงอุปมานิทัศน์ เสียดสีสังคมแสบ ๆ คัน ๆ จากอังกฤษของ ‘George Orwell’ นักเขียนระดับตำนาน เรื่องนี้บอกเลยว่าต้องอ่าน!
‘George Orwell’ เขียนนิยายเรื่องนี้เพื่อเสียดสีการปฏิวัติรัสเซีย ค.ศ. 1917 และการปกครองของ Stalin โดยถ่ายทอดผ่านเรื่องราวของกลุ่มสัตว์ที่ลุกขึ้นมาปฏิวัติมนุษย์เจ้าของฟาร์ม หวังสร้างสังคมสัตว์ที่ปกครองกันเองด้วยความเท่าเทียม ทว่าภายใต้การปกครองของ ‘Napoleon’ เจ้าหมูเผด็จการ ทุกอย่างกลับค่อย ๆ ย่ำแย่เหมือนก่อนปฏิวัติ
วรรณกรรมเรื่องนี้อาจต้องอาศัยภูมิหลังความรู้ด้านประวัติศาสตร์เกี่ยวกับเหตุการณ์จริงเล็กน้อยเพื่อให้เราสนุกและเข้าใจเนื้อหาที่ต้องการสื่อมากขึ้น แต่เชื่อเถอะว่าเล่มนี้อ่านแล้ววางไม่ลงแน่นอน!
Life of Pi – แคนาดา

(Credit:Houghton Mifflin Harcourt)
ปิดท้ายกันที่นิยายปรัชญาสัญชาติแคนาดาของนักเขียนชาวแคนาดา-ฝรั่งเศสอย่าง ‘Yann Martel’ ที่ได้ตีพิมพ์ใน 50 ประเทศและขายได้กว่า 12 ล้านเล่มทั่วโลก!
ไม่เพียงเท่านั้น! นิยายเล่มนี้ยังถูกดัดแปลงเป็นภาพยนตร์ชื่อดัง แถมได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Golden Globe Awards ถึงสามสาขา!
‘Life of Pi’ เป็นเรื่องราวของ ‘Pi’ เด็กหนุ่มชาวอินเดียผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์เรือแตก เขาใช้เวลากว่า 227 วันเอาตัวรอดท่ามกลางธรรมชาติ แต่เขาไม่ได้อยู่เพียงลำพัง มีเสือเบงกอลหนึ่งตัวที่จะร่วมผจญภัยไปด้วยกัน
ทว่านี่กลับไม่ใช่แค่เรื่องราวการผจญภัยธรรมดา คุณจะได้ร่วมไตร่ตรองและตั้งคำถามเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือแค่เรื่องเล่าจากมุมมองของคนคนหนึ่งเท่านั้น
ต้องบอกว่าวรรณกรรมเยาวชนทั้งห้าเล่มที่หยิบยกมาเล่าสู่กันฟังคร่าว ๆ ครั้งนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของหนังสือที่อยากให้ทุกคนได้อ่าน สำหรับใครที่กำลังมองหาหนังสือคุณภาพดีมือสองมาอ่านสักเล่มสองเล่ม แวะเข้าไปลองเสิร์ชและเลือกซื้อได้ที่ Kaidee เลยค่ะ เจอเล่มไหนถูกใจอยากแชร์ ก็บอกกันได้นะคะ ทางเราพร้อมอ่านมากค่ะ
