ความรู้สึกดีๆ สร้างได้ด้วยโคมไฟ

Nov 21, 2024 | ไลฟ์สไตล์

หากเปรียบเทียบสไตล์การแต่งบ้านเหมือนการเลือกเสื้อผ้าที่ใส่ การเลือกโคมไฟในการตกแต่งบ้านก็เหมือนกับการใส่เครื่องประดับเพื่อฟินิชลุคนั่นเอง ดังนั้นวันนี้เราจะมาเลือกโคมไฟที่ชอบให้กับบ้านที่ใช่ของเรากัน

ในปัจจุบันโคมไฟจัดเป็นไอเทมสำคัญที่ถูกใช้ในการตกแต่งตัวบ้าน ไม่ว่าจะเป็นการตกแต่งให้หมาะกับประเภทการใช้งานในมุมต่างๆ ของบ้าน ความต้องการของแสงสว่างในแต่ละส่วนและการสร้างมิติของตัวบ้านด้วยขนาดของโคมไฟ ซึ่งในแต่ละห้องของตัวบ้านนั้นก็มีการใช้โคมไฟหลากหลายรูปแบบแตกต่างกันออกไปโดยสามารถแยกได้หลักๆ ดังนี้ 

การเลือกโคมไฟให้เหมาะกับขนาดของห้อง

แน่นอนว่าการเลือกโคมไฟที่เล็กไปหรือใหญ่ไปก็ไม่ใช่ความคิดที่ดีเท่าไหร่นัก เพราะหากเลือกโคมไฟที่ใหญ่เกินไปก็อาจจะทำให้ห้องดูรกหรือทำให้รู้สึกอึดอัดต่อการอยู่อาศัย แต่หากจะเลือกที่เล็กเกินไปก็อาจจะทำให้ได้รับแสงไม่เพียงพอ ดังนั้นการเลือกโคมไฟควรพิจารณาจากขนาดของตัวห้องหรือตัวบ้านเป็นอันดับหนึ่งโดยมีเคล็ดลับในการเลือกดังนี้

  • ห้องขนาดเล็ก ควรเลือกโคมไฟติดพนังมาช่วยเพิ่มมิติแสงของตัวบ้าน เพื่อให้บ้านยังคงมีสไตล์และยังคงมีพื้นที่ใช้สอยเหลือใช้ ควรหลีกเลี่ยงโคมไฟขนาดใหญ่หรือโคมไฟแบบแขวนเพราะจะทำให้ห้องดูแคบและน่าอึดอัด
  • ห้องขนาดใหญ่ ในห้องขนาดใหญ่โดยส่วนมากมักจะเป็นห้องนั่งเล่น ห้องครัวหรือห้องนอน การเลือกโคมไฟแขวนติดเพดาน โคมระย้าหรือแชนเดอเรียร์ การเลือกโคมไฟชนิดนี้จะทำให้สร้างจุดเด่นส่วนหนึ่งของห้องเป็นหลัก มักถูกแขวนไว้บริเวณโต๊ะอาหาร โซฟาหรือเตียงนอน การแขวนด้วยลักษณะนี้จะทำให้ตัวบ้านดูอบอุ่นมากขึ้น
  • ห้องที่มีเพดานต่ำ มากเลือกโคมไฟติดพนังหรือโคมไฟแนวนอนเพื่อช่วยพรางความต่ำของเพดาน การติดโคมไฟแนวนอนจะช่วยให้ห้องดูกว้างและดูโปร่งขึ้น
  • ห้องที่มีเพดานสูง อย่างที่เราเห็นกันอยู่บ่อยครั้งไม่ว่าจะเป็นห้องนั่งเล่นหรือโซนโถงบันไดนั้น เหล่าสถาปนิกมักจะเลือกการติดตั้งโคมระย้าเพื่อสร้างสมดุลให้กับตัวบ้านหรือห้องนั้นๆ นั่นเอง
  • การเลือกโคมไฟให้เหมาะกับการใช้งานในแต่ละห้องของตัวบ้านนั้นก็มีความต้องการของแสงไฟที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ทั้งนั้นการเลือกโคมไฟที่เหมาะสมยังสามารถเปลี่ยนอารมณ์ในแต่ละห้องได้อีกด้วย
  • ห้องนั่งเล่น เป็นห้องที่ต้องการแสงไฟเป็นอย่างมาก ข้อดีของห้องนั่งเล่นคือสามารถตกแต่งด้วยโคมไฟหลากหลายรูปแบบโดยไม่ทำให้ห้องดูรกจนเกินไป ห้องนั่งเล่นที่ดีควรมีโคมไฟติดพนังโดยรอบเพื่อสร้างความสว่างอย่างเต็มที่ สามารถเพิ่มจุดเด่นบริเวณระหว่างโซฟากับทีวีด้วยโคมระย้า หรือเลือกวางโคมไฟตั้งพื้นจุดใดจุดหนึ่งในห้องเพื่อสร้างบรรยากาศในการผ่อนคลาย
  • ห้องนอน ควรเลือกไฟติดผนังและไม่ควรมีแสงไฟที่สว่างมากเกินไป การเลือกโคมไฟตั้งโต๊ะหรือโคมไฟตั้งพื้นมาตั้งบริเวณหัวเตียงจะช่วยอำนวยความสะดวก ประหยัดพื้นที่ และยังสร้างมิติของเตียงให้น่านอนได้มากยิ่งขึ้นอีกด้วย
  • ห้องครัว การเลือกโคมไฟติดผนังและโคมไฟแขวนจะช่วยสร้างแสงสว่างในห้องครัวให้สม่ำเสมอมากขึ้น การมีแสงสว่างที่เพียงพอและสม่ำเสมอกับทุกส่วนในห้องจะช่วยให้ห้องดูโปร่งและดูเป็นระเบียบมากยิ่งขึ้น

Tips : การเน้นจุดตกของแสงไปยังโต๊ะอาหารจะช่วยให้อาหารดูน่ารับประทานมากขึ้น

  • ห้องน้ำ การติดโคมไฟแบบฝังหรือมีโคมไฟหน้ากระจกนั้นสำคัญเป็นอย่างมากโดยเฉพาะกับสาวๆ แสงไฟในห้องน้ำนั้นสำคัญต่อกิจกรรมอย่างเช่นการแต่งหน้าแต่งตัวหรือการโกนหนวดสำหรับหนุ่มๆ นั่นเอง
  • โถงทางเดิน โคมไฟที่นิยมที่สุดในการติดตั้งบริเวณโถงทางเดินนั้นคือโคมไฟขนาดเล็กที่ติดแนวยาวเรียงไปตามทางเดิน ถึงแม้ว่าจะไม่มีความจ้าของแสงที่มากนักแต่ก็เพียงพอต่อการใช้งานในระยะสั้นๆ 

การเลือกโคมไฟให้เหมาะกับสไตล์ของบ้าน

อย่างที่ได้เกริ่นไปก่อนหน้าว่าการเลือกโคมไฟนั้นเปรียบเสมือนการเลือกเครื่องประดับให้กับตัวบ้าน ดังนั้นการจะเลือกเครื่องประดับสักชิ้นก็จะต้องคำนึงถึงสไตล์ของตัวบ้านก่อน เพื่อให้รูปทรงของโคมไฟที่เราเลือกใช้นั้นสามารถเสริมความสมบูรณ์แบบให้กับตัวบ้านได้อย่างเหมาะสมที่สุด 

  • บ้านสไตล์มินิมอลควรใช้โคมไฟทรงกลมที่มีดีไซน์เรียบง่าย โคมไฟโทนสีสว่างอย่างสีขาวหรือสีครีมจะให้บ้านดูสะอาดสดชื่นมากขึ้น
  • บ้านสไตล์โมเดิร์นควรเลือกโคมไฟทรงเหลี่ยม มีสีสันที่โดดเด่นหรือลวดลายที่ชัดเจนจะทำให้มุมในบ้านนั้นโดดเด่นมากขึ้น
  • บ้านสไตล์คอนเทมโพรารีที่เน้นความทันสมัยเป็นหลักควรเลือกโคมไฟรูปทรงเลขาคณิต จะทำให้มุมของบ้านในแต่ละส่วนดูแปลกตาไม่ซ้ำใคร
  • บ้านสไตล์ลอฟท์ ควรเลือกโคมไฟที่ทำจากวัสดุที่เป็นสแตนเลสหรือหลอดไฟเปลือยแขวนตามจุดต่างๆ เพื่อส่งอารมณ์ของบ้านสไตล์ลอฟท์

โคมไฟและหลักการของสี

การจัดวางโคมไฟนอกจากจะต้องคำนึงถึงขนาดห้องและการใช้สอยในพื้นที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปริมาณของแสงที่ได้รับหรือสีของโคมไฟก็ส่งผลต่อความรู้สึกของผู้อยู่อาศัยได้เช่นเดียวกัน ซึ่งตามหลักจิตวิทยานั้นได้มีการวิจัยไว้ดังนี้ 

  • สีที่สว่างหรือห้องที่มีแสงโทนเย็น มักจะมีการกระจายของแสงไปทั่วทั้งห้องจะทำให้ผู้อยู่อาศัยมีความรู้สึกตื่นตัวและมีสมาธิอยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญยังบอกอีกว่า แสงที่สว่างมากจะช่วยแก้ปัญหาอาการซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี
  • ห้องที่มีแสงระดับกลางหรือแสงโทนอุ่น เป็นแสงที่ไม่ได้มีความจ้ามากนัก โดยส่วนมากมักเป็นแสงสีเหลืองหรือสี warm white นั่นเอง แสงสีนี้จะให้ความรู้สึกอบอุ่น สงบ สบายแก่ผู้อยู่อาศัย จึงเหมาะสำหรับติดตั้งในห้องนอนหรือห้องนั่งเล่น
  • แสงไฟสลัวหรือห้องที่แต่งด้วยไฟสีสัน แสงที่มืดเกินไปจะทำให้เกิดความรู้สึกหม่นหมองไม่สดใส ซึ่งในปัจจุบันมีการใช้โคมไฟสีแดง สีเขียวหรือสีจัดมักจะส่งผลกระทบต่อความรู้สึกเป็นอย่างมาก สามารถทำให้หงุดหงิดง่ายหรือมีอาการเครียด จึงไม่ควรใช้ในการติดตั้งห้องทำงานหรือห้องที่ต้องการใช้ความคิดสร้างสรรค์

การเลือกโคมไฟหรือโทนแสงที่ดีจะทำให้บ้านดูน่าอยู่ สามารถเปลี่ยนโทนของบ้านให้ดูสมบูรณ์แบบและเข้ากับไลฟ์สไตล์​ของผู้อยู่อาศัยได้มากขึ้น หวังว่าจะได้ไอเดียการเลือกโคมไฟสวยๆ ไว้ตกแต่งบ้านกันนะ