
เทศกาลที่ใครหลายคนรอคอยเพราะจะได้อั่งเปา เช่นเดียวกันใครหลายคนก็ไม่อยากให้มาถึงเพราะต้องให้อั่งเปา ในยุคนี้ในช่วงเทศกาลตรุษจีนเราก็ยังคงทำตามประเพณีที่ทำตามกันมาหลายร้อยปี ทั้งไหว้เจ้าและถือเคล็ดต่างๆ ในยุค New Normal นี้ตรุษจีนจะมีเปลี่ยนไปบ้างไหมนะ แล้วสิ่งที่ต้องทำต่างๆมีอะไรบ้าง มาทวนกันให้ดีเพื่อความปังในปีนี้ของเรา
เทศกาลตรุษจีน
เทศกาลตรุษจีน (春节) เป็นเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่ตามปฏิทินของจีน แต่ละปีจะมีวันที่ไม่ตรงกัน เช่นในปี 2021 นี้ตรงกับวันที่ 12 กุมภาพันธ์ แต่ในปี 2020 ตรงกับวันที่ 25 มกราคม ซึ่งคนจีนและคนไทยเชื้อสายจีนจะให้ความสำคัญกับเทศกาลนี้มาก เช่นเดียวกับที่คนทั่วไปที่ให้ความสำคัญกับเทศกาลปีใหม่
ตำนานเรื่องเล่าวันตรุษจีน
หนึ่งในตำนานที่เล่าต่อกันมานั่นคือตำนานของสัตว์ประหลาดอันแสนดุร้ายหน้าตาน่ากลัวที่ชื่อ“เหนียน” (年)
เหนียน (年)

ว่ากันว่าในสมัยก่อนมีสัตว์ประหลาดตัวหนึ่งที่ชื่อเหนียน หัวของมันมีเขาแหลม ฟันของมันแหลมคม ชอบล่าเหยื่อและทำร้ายผู้คน ซึ่งมันจะปรากฎตัวทุกๆวันสิ้นปี (除夕) และจะบุกเข้าไปตามหมู่บ้านมาทำร้ายคนมากมาย ดังนั้นเมื่อไรที่ใกล้ถึงวันสิ้นปี ชาวบ้านจะหนีกันไปอยู่บนเขาเพื่อหลบซ่อนไม่ให้ถูกทำร้ายจากเจ้าเหนียน
จนมีชายแก่ผู้หนึ่งที่มาจากต่างเมือง เข้ามาในหมู่บ้านในวันสิ้นปีพอดี ซึ่งชาวบ้านนั้นก็กำลังรีบร้อนหนีขึ้นไปบนภูเขา จึงไม่มีใครสนใจชายผู้นี้มีเพียงหญิงคนหนึ่งที่จัดอาหารให้และเตือนเขาเรื่องสัตว์ประหลาด แต่เขาขอเพียงให้เขาได้พักที่นี่หนึ่งคืนแล้วเขาจะจัดการกับสัตว์ประหลาดให้ หญิงผู้นั้นจึงหมดหนทาง ยอมตกลงและรีบหนีขึ้นเขาไป
ในคืนนั้นเองเจ้าเหนียนก็ปรากฎตัวขึ้นและเข้ามายังหมู่บ้าน ชายแก่ที่ยังอยู่ในหมู่บ้านนั้นก็ติดกระดาษแดงไว้ที่หน้าประตูบ้านของหญิงที่ให้ที่พัก ภายในบ้านก็มีจุดเทียนสีแดงไว้มากมาย เมื่อเจ้าเหนียนเห็นเข้าก็ส่งเสียงร้องดังก้องและเข้าบ้านมา ชายแก่จึงจุดประทัดที่เตรียมไว้ จนเจ้าเหนียนตกใจกลัวสุดขีดจนสุดท้ายวิ่งหนีออกจากหมู่บ้านไป ชายแก่จึงรู้ว่าเจ้าเหนียนนี้กลัวสีแดงและกลัวเสียงประทัด
วันต่อมาซึ่งเป็นวันปีใหม่แล้ว (正月初一) ผู้คนที่หนีขึ้นเขาไปก็กลับมาที่หมู่บ้านและพบว่าชายแก่ผู้นี้ยังอยู่ดี แต่บ้านของหญิงที่ให้เขาพักค้างคืนนั้นมีกระดาษแดงแปะไว้ที่หน้าประตู ในบ้านก็มีเทียนสีแดงจุดไว้ และสวนในบ้านก็มีเสียงดังจากประทัดที่กำลังจุดอยู่ ชาวบ้านเห็นแล้วต่างก็ยกย่องในตัวชายแก่ผู้นี้ว่าสามารถขับไล่เจ้าเหนียนได้ จึงทำตามด้วยการติดกระดาษสีแดงไว้หน้าบ้าน จุดเทียนสีแดง และจุดประทัดในวันตรุษจีน
ปัจจุบันกระดาษแดงนั้นกลายเป็นกระดาษที่เขียนโคลงคู่ ที่หลายคนเห็นกันบ่อยๆว่าจะติดเป็นคู่ฝั่งซ้ายขวา เทียนสีแดงที่จุดนั้นก็เป็นเทียนเล่มใหญ่ที่จุดกันตอนไหว้เจ้า และประทัดก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในวัดตรุษจีนที่ต้องจุดเพื่อเป็นสิริมงคล
อยากเฮงๆทั้งปีต้องทำตามทริคนี้
ตามความเชื่อและประเพณีที่ทำตามกันมานั้นวันตรุษจีนมีกิจกรรมที่ต้องทำหลากหลายอย่าง เพื่อความเป็นสิริมงคล และเป็นความเชื่อว่าจะเจอแต่สิ่งดีๆเฮงๆปังๆทั้งปี
วันก่อนตรุษจีนหรือฉูซี (除夕)

ไม่ใช่เพียงเฉพาะวันตรุษจีน แต่ในวันก่อนตรุษจีนนั้นตามประเพณีก็มีเคล็ดความเชื่อที่เชื่อถือและทำตามต่อๆกันมา
1.ไหว้บรรพบุรุษ
เช่นเดียวกับวันเชงเม้งหรือวันสารทจีน การไหว้บรรพบุรุษก็เป็นสิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องทำเสมอ เพื่อแสดงความเคารพและขอพรจากบรรพบุรุษ เพราะคนจีนเชื่อว่าคนที่กตัญญูจะได้เจอแต่สิ่งที่ดีเสมอ
2.กินข้าวกับครอบครัว
ในหนึ่งปีนั้นหลายคนอาจต้องไปทำงานต่างจังหวัดห่างไกลจากบ้านและครอบครัว เมื่อถึงตรุษจีนแล้ว การกลับมาอยู่กับครอบครัว พร้อมหน้าพร้อมตากันกินข้าวจึงเป็นสิ่งที่ทำกันประจำจนกลายเป็นประเพณีอย่างหนึ่งที่ดีงาม เพื่อเติมเต็มความอบอุ่นและเสริมสร้างกำลังใจในการกลับไปทำงานต่อในปีใหม่
3.ติดกระดาษกลอนคู่
เราอาจเคยเห็นกระดาษสีแดงที่เขียนกลอนไว้สองแผ่นคู่กัน กลอนที่เขียนนั้นจะมีความหมายที่เป็นสิริมงคลเสมอ การติดกลอนคู่จึงเป็นการเสริมสิริมงคลทั้งกับบ้านของเราและตัวของเราเอง
ในวันตรุษจีน

นอกจากการไหว้เจ้าที่เราเห็นกันบ่อยๆนั้น ยังมีเคล็ดลับความปังที่หลายบ้านทำกันทุกวันตรุษจีนเพื่อเป็นสิริมงคลอีกด้วย
1.จุดประทัด
จากความเชื่อในตำนานของสัตว์ประหลาดที่ชื่อเหนียน ทำให้การจุดประทัดกลายเป็นสิ่งที่สำคัญเมื่อถึงวันตรุษจีน เพื่อปัดเป่าสิ่งไม่ดีเพื่อต้อนรับสิ่งใหม่ๆที่กำลังจะเข้ามาในปีใหม่
2.ไม่กวาดบ้าน
โดยปกติแล้วเราจะทำความสะอาดบ้านครั้งใหญ่ก่อนวันตรุษจีนประมาณสองถึงสามวันเสมอ เพื่อเป็นการลบสิ่งไม่ดีและรอต้อนรับสิ่งดีๆที่จะเข้ามา และดังนั้นในวันตรุษจีนนี้เราจึงไม่กวาดบ้าน ถูพื้น เพราะมีความเชื่อว่าจะกวาดถูเอาโชคลาภความมงคลออกไปด้วย
3.มื้อเช้าไม่กินเนื้อสัตว์
ข้อนี้เป็นการละเว้นเพื่อเป็นการทำบุญไปในตัว หลังจากไหว้เจ้าเสร็จแล้วก็กินเป็นอาหารเจหรืองดเนื้อสัตว์เฉพาะมื้อเช้า หลังจากนั้นตอนบ่ายก็ค่อยกินอาหารปกติ
ยุค New Normal แบบนี้ ฉลองตรุษจีนแบบไหนดีล่ะ?

ยุคนี้ที่เราต้องมีการ Social Distance คอยเว้นระยะห่างและคอยใส่หน้ากากอนามัย การฉลองตรุษจีนก็สามารถปรับให้เข้ากับยุคใหม่นี้ได้ ลองทำตามนี้ดูกันได้เลย
1. ให้อั่งเปาแบบออนไลน์
เลี่ยงการสัมผัสกันโดยเฉพาะเงินตราต่างๆ เพื่อสุขอนามัย แต่ถ้าใครอยากใช้ซองแดงจริงๆก็ต้องล้างมือให้สะอาดก่อนและหลังหยิบซองและเงินให้กับครอบครัวลูกหลานเสมอ
2.เว้นระยะห่างและใช้ช้อนกลางตอนกินข้าวกับครอบครัว
ประเพณีการกินข้าวร่วมกับครอบครัวก็เป็นเรื่องที่ขาดไม่ได้สำหรับตรุษจีน แต่ในยุคนี้ก็ควรเว้นระยะห่างและใช้ช้อนกลาง หรือหากเปลี่ยนได้ก็เปลี่ยนเป็นอาหารจานเดี่ยว นั่งกินแบบจานใครจานมันเพื่อความสะอาดและปลอดภัย
3.ซื้อของขวัญที่ซัพพอร์ทการเรียนหรือทำงานที่บ้าน
ยุคนี้ไม่ว่าจะนักเรียนหรือคนทำงานต่างก็กลับมาทำงานกันที่บ้านมากขึ้น ดังนั้นการให้ของขวัญเป็นสิ่งที่ช่วยให้การอยู่บ้านของเรานั้นมีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้นก็เป็นสิ่งที่ดี เช่น โน๊ตบุ๊คสำหรับเรียนออนไลน์ เฟอร์นิเจอร์ต่างๆเพื่อให้การทำงานสะดวกสบายมากขึ้น ซึ่งหากใครอยากได้เป็นของมือสองสภาพดีราคาประหยัดล่ะก็ ต้องที่ Kaidee นี่เลย
สรุป
ไม่ว่าจะตรุษจีนปีไหนๆทั้งคนจีนและคนเชื้อสายจีนต่างก็ตื่นเต้นและรอคอยกันอย่างมีความสุข ซึ่งตรุษจีนนี้หากเปรียบเทียบแล้วก็คล้ายกับสงกรานต์ของไทยที่คนต่างกลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวกันไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนก็แล้วแต่ เพื่อเริ่มต้นปีใหม่ด้วยความสุขใจ เพราะความเป็นสิริมงคลที่ดีที่สุดในชีวิตก็คงหนีไม่พ้นการได้มีความสุขกับครอบครัวคนที่รักและตัวเราเอง
และไม่ว่าจะเทศกาลไหนหากอยากหาของมือสองสภาพดี ราคาสมเหตุสมผล มาดูกันที่ Kaidee ได้เลย
