นับว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในบ้านเรา สำหรับการท่องเที่ยวในรูปแบบของการเดินเขาที่เป็นกิจกรรมที่น่าสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะได้ทั้งความสนุกของเรื่องราวในระหว่างทางเดินขึ้นสู่ยอดเขา และความคุ้มค่าที่ได้เห็นความงดงามของธรรมชาติที่ปราศจากการปรุงแต่ง สิ่งเหล่านี้คือเสน่ห์ที่ชวนให้นักเดินเขาหลายคนหลงใหลและต้องหายอดเขาอื่นๆ เพื่อไปพิชิตให้สำเร็จ
หลายคนที่กำลังสนใจในกิจกรรมนี้อาจเกิดความสงสัยว่า Trekking และ Hiking มีความแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งเป็นคำศัพท์ยอดนิยมที่เชื่อว่าหลายคนคงต้องเคยพบเจอตามโพสต์รีวิวท่องเที่ยวกันอยู่แล้ว วันนี้เราจะพามาหาคำตอบไปพร้อมๆ กัน
ความหมายของ Hiking
คำว่า Hiking คือการเดินศึกษาเส้นทางธรรมชาติแบบไปเช้าเย็นกลับ ไม่มีการพักค้างแรม เป็นการเดินป่าแบบตัวปลิว โดยพกอุปกรณ์เท่าที่จำเป็นไปด้วยเท่านั้น เช่น น้ำดื่ม ขนม เพื่อนำไปกินระหว่างหรือบนจุดชมวิว ลักษณะเส้นทางส่วนใหญ่จะเป็นทางเรียบในป่าที่อาจไม่ได้มีความชันมากนัก เมื่อเดินถึงจุดหมายปลายทางอาจเดินกลับเส้นทางเดิม หรือเส้นทางใหม่
ความหมายของ Trekking
ส่วนคำว่า Trekking จะเป็นการเดินเท้าขึ้นเขาต่อเนื่องในระยะทางไกลที่ใช้เวลาหลายวัน โดยจะไม่ได้พกเพียงแค่ขวดน้ำ หรือขนมเท่านั้น เพราะต้องแบกกระเป๋าสัมภาระที่บรรจุไปด้วยเสื้อผ้า เต็นท์ ของใช้ส่วนตัวต่างๆ โดยระหว่างทางอาจต้องนอนตามโฮมสเตย์ในหมู่บ้าน หรือกางเต็นท์นอน เพื่อวันรุ่นขึ้นต้องเดินไปที่จุดหมายปลางทางแล้วกลับมาเก็บของเพื่อเดินทางกลับตามเส้นทางที่วางเอาไว้
สำหรับนักเดินเขามือใหม่ หรือผู้ที่ยังไม่เคยมีประสบการณ์ในด้านการเดินเขามาก่อน แต่มีใจรักในธรรมชาติและต้องการที่จะพิสูจน์ตัวเอง ก็อาจจะเริ่มต้นด้วยการเดินเขาในประเทศไทย เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยอันตราย รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ไม่ได้มีราคาแพงมาก และเพื่อเป็นการลองความชอบของตัวเองว่าเหมาะกับเดินเขาจริงๆ หรือไม่ เนื่องจากเส้นทางเดินเขาในประเทศไทยมีให้เลือกอย่างหลากหลาย และยังมีสถานที่ที่เหมาะสำหรับนักเดินเขามือใหม่อีกเพียบ วันนี้เราจะมาแนะนำ 5 สถานที่สุดฮิตสำหรับนักเดินเขามือใหม่ จะมีที่ไหนกันบ้าง ตามไปดูกันเลย
1. อุทยานแห่งชาติภูกระดึง
หนึ่งในสถานที่เดินเขายอดฮิตที่การันตีได้ว่าทุกคนต้องรู้จักกับ “ภูกระดึง” นับว่าเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ ของนักเดินเขา หรือนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสบรรยากาศความสวยงามของสถานที่แห่งนี้ และยังเป็นจุดเริ่มต้นของการหลงใหลในเสน่ห์แห่งธรรมชาติของนักเดินป่าหลายๆ คน
โดยลักษณะเส้นทางในการเดินเขาที่ภูกระดึงมีทั้งระยะสั้น และระยะไกล ซึ่งระหว่างทางมีจุดให้นักท่องเที่ยวสามารถหยุดพักแวะชมธรรมชาติ พร้อมกับซื้อน้ำดื่มสดชื่นตามร้านค้าที่คอยให้บริการตลอดจุดพักให้หายเหนื่อยแล้วค่อยเริ่มเดินต่อ จึงทำให้ภูกระดึงเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีและไม่ยากจนเกินไปสำหรับนักเดินเขาหน้าใหม่
ตลอดเส้นทางที่ภูกระดึงประกอบไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็น น้ำตก หน้าผา ดอกเมเปิ้ลสีแดงริมธาร หรือจุดชมวิวทะเลหมอกในยามเช้าที่เป็นอีกหนึ่งเส่นห์ให้ทุกคนไม่ควรพลาด และอีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือการได้ถ่ายรูปคู่กับป้าย “ครั้งหนึ่งในชีวิต เราเป็นผู้พิชิตภูกระดึง” ที่เป็นความคลาสสิกตลอดกาลให้ทุกคนได้มาเยือน
2. อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล
นับว่าเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเขาที่ไม่ได้มีความยากในการเดินมากเท่าไหร่ ซึ่งต้องบอกเลยว่าเหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับนักเดินเขามือใหม่ที่กำลังเริ่มต้นและเหมาะเป็นเส้นทางในการซ้อมเดินสำหรับผู้ที่มีประสบการณ์แล้วในระดับหนึ่ง รวมถึงยังเป็นเส้นทางเดินเขาที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ที่ซ่อนเรื่องราวของความสวยงามไม่แพ้ที่อื่นเลยทีเดียว
“อุทยานแห่งชาติดอยขุนตาล” ตั้งอยู่ระหว่างจังหวัดลำพูน และลำปาง นับว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์และธรรมชาติที่ผสมผสานเ้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ดึงดูดเหล่านักเดินเขาทั้งหน้าใหม่และหน้าเก่าให้มาสัมผัสนั่นก็คือ เป็นอุทยานแห่งชาติหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่สามารถเดินทางไปได้ด้วยรถไฟที่ระหว่างเส้นทางจะต้องผ่านอุโมงค์ขุนตานที่มีความยาว 1.3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นอุโมงค์รถไฟที่ยาวที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย
จุดหมายปลายทางเริ่มเดินคือสถานีขุนตาน เมื่อลงจากรถไฟแล้วเหล่านักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้าต่อขึ้นไปสู่อุทยานแห่งชาติขุนตาลที่มีทั้งร้านอาหารตามสั่ง ร้านค้าสวัสดิการขายของชำต่างๆ ไว้บริการนักท่องเที่ยวอย่างครบครัน เพื่อเตรียมความพร้อมให้มากที่สุดก่อนเดินเท้าขึ้นสู่จุดกางเต็นท์
3. อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว มีพื้นที่ครอบคลุม 2 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดพิษณุโลก และจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยยอดสูงสุดของภูสอยดาวมีความสูงจากระดับน้ำทะเล 2,102 เมตร ซึ่งสูงเป็นอันดับที่ 4 ของประเทศไทย เป็นอีกหนึ่งในเส้นทางเดินเขาที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติ ที่พร้อมให้เหล่านักท่องเที่ยวได้มาพิชิตลานสนที่ภูสอยดาวกัน
หนึ่งในเสน่ห์ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวเรียกได้ว่าเป็นไฮไลต์สำคัญของการมาภูสอยดาวเลยนั่นก็คือ “ทุ่งดอกหงอนนาค” ดอกไม้สีม่วงอ่อนที่พร้อมบานสะพรั่งเต็มลานสนในทุกช่วงฤดูฝนประมาณเดือนสิงหาคม-กันยายนของทุกปี และยังมีทะเลหมอกในยามเช้าที่พร้อมต้อนรับในเช้าวันใหม่อีกด้วย
นอกเหนือจากทุ่งดอกหงอนนาคแล้ว ภูสอยดาวยังเต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น น้ำตกภูสอยดาว, น้ำตกสายทิพย์, หลักกิโลเมตรประเทศไทย-ลาว และจุดชมพระอาทิตย์ตกดิน รวมถึงยังมีจุดอำนวยความสะดวก และศูนย์ให้บริการนักท่องเที่ยวทั้งห้องน้ำ จุดเช่าอุปกรณ์เครื่องนอน และสถานที่กางเต็นท์อีกด้วย
4. อุทยานแห่งชาติรามคำแหง
อุทยานแห่งชาติรามคำแหง หรืออีกชื่อหนึ่งที่เหล่านักท่องเที่ยวคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีนั่นก็คือ “เขาหลวง สุโขทัย” ตั้งอยู่ภายในอุทยานแห่งชาติรามคำแหง เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในจังหวัดสุโขทัย โดยมีความสูงที่ 1,200 เมตร จากระดับน้ำทะเล ประกอบไปด้วย 4 ยอดเขาสำคัญ คือ ยอดเขาเจดีย์, ยอดเขานารายณ์ (จุดชมพระอาทิตย์ขึ้น), ยอดเขาภูกา และยอดเขาแม่ย่า (จุดชมพระอาทิตย์ตก)
โดยระยะทางพิชิตยอดเขาหลวงจากที่ทำการอุทยานไปจนถึงยอดเขาหลวงประมาณ 3.7 กิโลเมตร ลักษณะเส้นทางที่ชัดเจน และมีป้ายบอกทางประจำจุดอยู่ตลอดเส้นทาง ถึงแม้ว่าระยะทางจะสั้นและไม่สุงมากนัก แต่นักเดินป่าหลายคนได้ให้ฉายาของเขาหลวงไว้ว่า “ภูเขาปราบเซียนในภาคเหนือของไทย” เลยทีเดียว
ด้านบนของเขาหลวงยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้กับนักท่องเที่ยวไว้อย่างครบครัน ตั้งแต่ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ ร้านขายของ และสถานที่กางเต็นท์ เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสวยงามไม่แพ้ที่ใด และยังเป็นเส้นทางสุดแสนท้าทายที่รอให้เหล่านักท่องเที่ยวได้มาพิสูจน์กัน
5. อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ
หนึ่งในสถานที่ที่ใครหลายคนต่างรู้จักชื่อเสียงเรียงนามกันเป็นอย่างดี และขึ้นชื่อด้วยว่านี่คือหนึ่งในยอดเขาที่จองยากที่สุดอีกด้วยกับ “เขาช้างเผือก” ยอดเขาที่สูงที่สุดของอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ โดยมีความสูงประมาณ 1,249 เมตร จากระดับน้ำทะเล
เขาช้างเผือก เป็นเส้นทางเดินเขาที่เต็มไปด้วยความสวยงามตลอดสองข้างทาง ประกอบไปด้วยป่าโปร่งตัดสลับกับทุ่งหญ้าที่มีจุดแวะพักให้ถ่ายรูปกันอยู่ตลอด และจุดไฮไลต์สำคัญของที่นี่คือ “สันคมมีด” สันเขาที่สวยงามและน่าหวาดเสียว ซึ่งใครที่กลัวความสูงเราไม่แนะนำเด็ดขาด เมื่อเดินขึ้นไปสู่ยอดเขา เราจะได้สัมผัสกับวิว 360 องศา ที่สามารถมองเห็นความสวยงามของเขาช้างเผือกได้อย่างรอบทิศทาง ที่การันตีจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยซึ่งยกให้ที่แห่งนี้เป็น 1 ใน 10 Dream Destinations ที่นักท่องเที่ยวควรไปเยือนมากที่สุดอีกด้วย
แต่ความยากของการพิชิตเขาช้างเผือกให้ได้นั้นไม่ได้อยู่ที่การเดิน แต่อยู่ที่ว่าคุณจะสามารถจองคิวได้ทันรึเปล่า เพราะได้มีการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในแต่ละวันไว้ไม่เกิน 60 คน และต้องทำการโทรจองล่วงหน้า 7 วัน จึงทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่ใช่สถานที่ที่คิดว่าจะมาตอนไหนก็มาได้เลยทันที เพราะคุณต้องแย่งกับนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่หวังจะมาสัมผัสธรรมชาติของที่นี่ให้ได้ จุดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของเขาช้างเผือกที่รอทุกคนได้มาสัมผัสกัน
สรุป
จบไปแล้วสำหรับ 5 สถานที่สุดฮิตสำหรับนักเดินเขามือใหม่ ซึ่งแต่ละเส้นทางที่เราได้คัดเลือกมานั้นเต็มไปด้วยความสวยงามของธรรมชาติ และเสน่ห์อันน่าหลงใหลที่แตกต่างกันออกไป เชื่อว่าเมื่ออ่านจบแล้วคุณจะต้องมีหนึ่งสถานที่ที่ชอบในใจอย่างแน่นอน
แต่ก่อนที่จะไปเดินเขานั้นนักเดินเขามือใหม่จำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่พร้อมเสมอก่อนออกเดินทาง ซึ่งสามารถเข้ามาเลือกซื้ออุปกรณ์ต่างๆ ได้ที่ Kaidee แหล่งขายของออนไลน์ที่อัดแน่นไปด้วยสินค้ามากมายหลากหลายประเภทที่รอให้คุณคลิกเข้ามา
