Leasehold กับ Freehold ต่างกันอย่างไร

Jan 19, 2025 | บทความอสังหาฯ

วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไปของคนเมือง ทำให้ความต้องการต่างๆก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงตามไปด้วย โดยเฉพาะในเรื่องของที่อยู่อาศัย การถือครองกรรมสิทธิ์ก็เปลี่ยนไปจากอดีต หลายๆคนหันมาเลือกที่อยู่อาศัยแบบ Leaseholde มากขึ้น ซึ่งหลายคนอาจจะสงสัยว่า Leasehold และ Freehold คืออะไร บทความนี้จะมาตอบคำถามที่คุณและหลายๆคนสงสัยเกี่ยวกับความแตกต่างของ Leasehold และ Freehold เพื่อเป็นประโยชน์กับการถือครองและการลงทุนในอนาคต 

Leasehold และ Freehold คืออะไร 

ไม่ว่าจะเป็นการซื้อคอนโด การซื้อบ้าน เพื่อการอยู่อาศัยหรือการลงทุน มีสิ่งหนึ่งที่เราจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับการถือครองกรรมสิทธิ์ของอสังหาริมทรัพย์ของคอนโด อย่าง Leasehold และ Freehold ซึ่งหัวข้อนี้กลายเป็นเทรนด์การเลือกที่อยู่อาศัยของคนรุ่นใหม่ในปัจจุบัน การรู้ถึงข้อมูลในส่วนนี้จึงมีประโยชน์กับคุณเป็นอย่างมาก

การถือครองกรรมสิทธิ์คอนโดแบบ Leasehold

เป็นการถือครองกรรมสิทธิ์ในรูปแบบที่เจ้าของโครงการปล่อยให้ผู้ซื้อเช่าระยะยาว หรือพูดง่ายๆว่า สิทธิ์การเช่าถือครองอสังหาริมทรัพย์ในระยะยาว

การถือกรรมสิทธิ์แบบ Leasehold ผู้ซื้อหรือนักลงทุนเช่าจะเป็นเจ้าของห้องแค่เพียงชั่วคราว เมื่อครบกำหนดระยะเวลาของกรถือครองกรรมสิทธิ์ ผู้ซื้อหรือนักลงทุนเช่าต้องคืนคอนโดมิเนียมที่ถือครองหรือไม่ก็ต่อสัญญายืดระยะเวลาออกไปจากเดิม ซึ่งปกติทั่วไปแล้วสัญญาแบบ Leasehold จะมีผลอยู่ที่ 30 ปี ตามเงื่อนไขของแต่ละที่ ซึ่งหากครบกำหนดเวลาแล้ว กรรมสิทธิ์ในคอนโดจะตกเป็นของเจ้าของโดยทันที และหากเกิดเหตุร้ายกับคอนโดมิเนียม จะไม่มีสิทธิ์ในการได้รับค่าชดเชย

การถือครองกรรมสิทธิ์คอนโดแบบ Freehold

การถือกรรมสิทธิ์ในการครอบครองอสังหาริมทรัพย์คอนโดมิเนียม จะตกเป็นของผู้ซื้อ 100% หรือเรียกง่ายๆว่า การซื้อขายสิทธิ์ขาด โดยเจ้าโครงการจะทำการขายขาด เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้ซื้อที่จะได้รับกรรมสิทธิ์ในส่วนนี้ไป ซึ่งใครที่ต้องการกู้กับธนาคาร สามารถได้วงเงินสูงสุดเต็ม 100% และมีสิทธิ์โดยชอบธรรมในการเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์นั้น โดยไม่ต้องมีการต่อสัญญาหรือคืนสิทธิ์ให้กับผู้ขาย และหากมีการเวนคืนที่ดิน ภัยพิบัติ ผู้ถือครองกรรมสิทธิ์จะได้รับค่าชดเชย การถือครองกรรมสิทธิ์ในครั้งนี้สามารถส่งต่อกรรมสิทธิ์ไปยังลูกหลานได้

Leasehold และ Freehold ต่างกันอย่างไร 

การถือครองกรรมสิทธิ์

การถือครองกรรมสิทธิ์แบบ Leasehold คือการถือครองแบบให้เช่าในระยะยาว ที่มีกรอบเวลากำจัดอยู่ที่ 30 ปีโดยประมาณ ซึ่งผู้ถือกรรมสิทธิ์คอนโดไม่ใช่ผู้เช่าซื้อ แต่เป็นเจ้าของโครงการ เมื่อถึงเวลาก็ต้องคืนให้ไปกับเจ้าของกรรมสิทธิ์ ส่วน Freehold เป็นการถือครองกรรมสิทธิ์แบบ 100% ซึ่งผู้ซื้อสามารถนำไปขายต่อหรือมอบให้เป็นมรดกของครอบครัว

ผลประโยชน์จากการถือครองกรรมสิทธิ์

การถือครองกรรมสิทธิ์แบบ Freehold ผู้ถือครองจะได้รับผลประโยช์สูงสุดจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ ที่มีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แต่หากเป็นการถือครองกรรมสิทธิ์แบบ Leasehold ผู้ถือครองคอนโดมิเนียม จะไม่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากการขายอสังหาริมทรัพย์หรือการเก็งกำไร แต่จะได้รับในรูปแบบของค่าเช่าในระยะเวลาที่ได้รับการกำหนด เนื่องจากคอนโดมิเนียมในรูปแบบนี้ มักจะอยู่ในทำเลที่สำคัญและมีศักยภาพสูงมาก เช่ยถนนวิทยุ สามย่าน หรือย่านธุรกิจที่สำคัญอย่างเช่น สาทร รัชดา พระรามเก้า ที่ชาวต่างชาติและคนไทยบางกลุ่มมีความต้องการในการเช่าอยู่ในระยะยาว และมักจะได้ราคาปล่อยเช่าที่ดีด้วย

สิทธิ์ในการถือครองของชาวต่างชาติ

เมื่อเปิดอ่านกฏหมายในประเทศไทย อย่าง พ.ร.บ. อาคารชุด พบว่าชาวต่างชาติสามารถเป็นเจ้าของคอนโนมิเนียมได้ประมาณ 49% ของยูนิตทั้งหมด ซึ่งการถือกรรมสิทธิ์แบบ Leasehold เป็นสัญญาแบบเช่าระยะยาว ซึ่งต่างจาก Freehold ที่ในเงื่อนไขหรือข้อจำกัดเกี่ยวกับการถือครองสิทธิ์ของชาวต่างชาติทำได้ยาก หากชาวต่างชาติต้องการถือครองกรรมสิทธิ์ Freehold คือคำตอบที่ตอบโจทย์ความต้องการมากที่สุด

การจัดสรรพื้นที่ภายในคอนโด

ในข้อนี้อาจจะแตกต่างจากข้ออื่นตรงที่เป็นการจัดสรรพื้นที่ภายในคอนโดของตัวเอง หากคุณเป็นคนที่ถือครองกรรมสิทธิ์แบบ Freehold การจัดการ ปรับปรุงห้อง ตกแต่งห้อง สามารถทำได้เต็มที่โดยไม่ต้องกังวลอะไร เพราะเราเป็นผู้ถือครองกรรมสิทธิ์ 100% ต่างจากการถือครองกรรมสิทธิ์แบบ Leasehold ที่เราผู้ถือครองคอนโดเป็นเพียงเจ้าของในระยะเวลาเช่าทั้งหมด แต่สุดท้ายกรรมสิทธิ์ในการถือครองคอนโดยังคงเป็นเจ้าของโครงการ

จุดเด่นของแต่ละกรรมสิทธิ์

ก่อนตัดสินใจถือครองกรรมสิทธิ์ ลองมาดูจุดเด่นของแต่ละรุปแบบกันดีกว่า

 จุดเด่นของ Leasehold

ไม่จำเป็นต้องใช้ทุนเยอะ

แง่การลงทุน ได้กำไรแบบไม่ต้องลงทุนมาก

จุดเด่นของ Freehold

เป็นเจ้าของได้เลย

มีสิทธิ์ในการตัดสินใจรีโนเวทหรือขายอสังหาริมทรัพย์

ได้รับผลประโยชน์โดยตรง

Freehold และ Leasehold เหมาะกับใคร 

  • เป็นเจ้าของด้วย Freehold 

ด้วยการถือครองกรรมสิทธิ์แบบ 100% การถือกรรมสิทธิ์ในรูปแบบนี้จึงเหมาะกับคนที่มองหาคอนโดเพื่ออยู่อาศัยเอง อยู่เป็นระยะเวลานาน และเป็นสินทรัพย์ส่วนตัว ขายต่อเก็งกำไรได้ หรือจะส่งต่อให้ลูกหลานในอนาคตก็ได้

  • อยู่ยาว แต่ไม่เป็นภาระทางการเงิน Leasehold 

การถือครองกรรมสิทธิ์ในรูปแบบของ Leasehold เหมาะกับคนที่มองหาคอนโดมิเนียมในทำเลที่เดินทางง่าย สิ่งอำนวยความสะดวกครบ มักตั้งอยู่ใจกลางเมือง แต่เป็นการพักอาศัยในช่วงระยะเวลาหนึ่ง ไม่ได้เป็นเจ้าของแบบ 100% ไม่สามารถขายต่อเพื่อเก็งกำไร หรือส่งต่อให้ลูกหลานได้ แต่จะส่งผลดีในด้านการเงิน ไม่ต้องมีภาระหนี้ระยะยาว และผ่อนได้ในราคาที่ด่ำกว่าคอนโดมิเนียมปกติทั่วไปแบบ Freehold

ข้อดี ข้อเสีย ของ Leasehold และ Freehold

Leasehold 

ข้อดี ข้อเสีย ของ Leasehold

ข้อดี 

ทำเลดี

ราคาถูกกว่า

ส่งผลดีต่อชาวต่างชาติในการถือครองกรรมสิทธิ์

มีการบำรุงรักษาจากโครงการมืออาชีพตลอดเวลา

ข้อเสีย

ไม่ได้ถือครองกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ

Freehold

ข้อดี ข้อเสีย ของ Freehold

ข้อดี

ถือครองกรรมสิทธิ์แบบ 100% 

กู้เงินจากธนาคารได้สูงสุด 100%

คอนโดมีโอกาสปรับสูงขึ้น 

ข้อเสีย

ไม่ได้มีการบำรุงรักษาอาคารตลอดเวลาเหมือน Leasehold

เลือกการถือครองกรรมสิทธิ์ตามความสะดวกของคุณ

การถือครองกรรมสิทธิ์ทั้ง 2 รูปแบบ เป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน โดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นและวัยทำงาน ที่ต้องการจุดพักอาศัยที่ช่วยตอบสนองไลฟ์สไตล์อย่างสูงสุด โดยที่ Leasehold และ Freehold มีวัตถุประสงค์ที่แตกต่างกันไปตามความต้องการของผู้ซื้อ หรือแม้กระทั่งนักลงทุนที่สนใจการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งในแต่ละการถือครอง มีประโยชน์ ข้อดี ข้อเสีย ที่เราควรทำความเข้าใจ แต่อย่างไรก็ตาม การศึกษาข้อมูลเชิงลึกของ Leasehold และ Freehold อย่างละเอียด ก็มีผลต่อการตัดสินใจอย่างมาก