แท็กซี่ถือว่าเป็นหนึ่งในภาคส่วนสำคัญของระบบคมนาคม ที่ชูจุดเด่นในเรื่องของความสะดวกสบายและระยะทางที่เราสามารถกำหนดได้ รวมถึงความอิสระในการทำงาน ส่งผลให้หลาย ๆ คนเริ่มที่จะหันมาทำอาชีพในการขับแท็กซี่มากขึ้น
จากข้อมูลของกระทรวงคมนาคม สถิติจำนวนรถที่จดทะเบียนเป็นรถแท็กซี่ ณ วันที่ 31 สิงหาคม 2563 มีจำนวนมากถึง 76,637 คัน ทำให้หลาย ๆ คนอาจจะเกิดความสงสัยหรือความคิดว่ารถยนต์รุ่นไหนที่เหมาะสำหรับการขับแท็กซี่ โดยคัด 5 รุ่นยอดนิยมสำหรับการขับรถประเภทนี้โดยเฉพาะ
ขั้นตอนในการสมัครขับแท็กซี่
สำหรับการขับแท็กซี่นั้นไม่สามารถที่จะขับได้เลย แต่จะต้องได้รับใบขับขี่รถสาธารณะก่อน โดยจะต้องขอผ่านกรมทางบก ซึ่งจะมีการทดสอบสมรรถนะของร่างกาย ทดสอบปฏิกิริยาต่าง ๆ รวมไปถึงการอบรมเป็นจำนวน 5 ชั่วโมงและการทดสอบภาคทฤษฎีอีกด้วย
ซึ่งหลักฐานที่ใช้สำหรับการขอใบขับขี่สาธารณะมีดังต่อไปนี้
- สำเนาบัตรประชาชน
- ใบรถยนต์ส่วนบุคคลชั่วคราวอายุไม่เกิน 1 ปี
- สำเนาทะเบียนบ้าน
- ใบรับรองแพทย์
- หลักฐานการรับรองว่าผ่านการอบรมและการทดสอบทฤษฏีจากทางกรมขนส่งทางบก
หากเราไม่มีใบขับขี่สาธารณะแล้วยังดึงดังจะขับรถแท็กซี่ เราอาจจะโดนปรับไม่เกิน 1000 บาท จำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือว่าอาจจะโดนทั้งจำทั้งปรับก็เป็นได้
การปลดป้ายสำหรับแท็กซี่
หลาย ๆ คนอาจจะไม่รู้ว่าแท็กซี่ในประเทศไทยนั้นมีอายุไม่เกิน 9 ปี เมื่อมีอายุเกินแล้ว เราจะต้องทำเรื่องในการปลดป้ายแท็กซี่ที่กรมขนส่งทางบก โดยต้องใช้หลักฐานดังต่อไปนี้
- ใบคู่มือจดทะเบียนรถ
- สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประชาชน หากเป็นนิติบุคคล ให้ใช้สำเนารองรับการจดทะเบียนนิติบุคคล และสำเนาบัตรประชาชนที่มีอำนาจในการลงนาม
- แผ่นป้ายทะเบียนรถ
- แบบคำขอไม่ใช้รถ ที่กรอกรายละเอียดและลงลายมือชื่อเรียบร้อยแล้ว
- กรณีที่ส่งผู้มอบอำนาจมา ต้องมีหนังสือรับมอบอำนาจและสำเนาบัตรประชาชนของผู้มอบอำนาจ
- ใบตรวจสภาพรถ
เพียงเท่านี้เราก็สามารถที่จะเปลี่ยนรถแท็กซี่เป็นรถบ้านได้แล้ว พร้อมกับเป็นเจ้าของรถอย่างสมบูรณ์ แต่หากว่าเราไม่ยอมทำเรื่องปลดป้ายเมื่ออายุเกิน นอกจากจะเป็นการเสี่ยงในเรื่องของความปลอดภัยแล้ว ยังมีโทษปรับทางด้านกฎหมายอีกด้วย
5 รุ่นรถยนต์ที่นิยมนำมาขับแท็กซี่
Toyota Corolla Altis
ถือว่าเป็นหนึ่งในรถที่หากขึ้นแท็กซี่ 80% มักจะเป็นรุ่นนี้ โดยจุดเด่นของรถรุ่นนี้คือความคุ้มค่าคุ้มราคาอย่างมาก ทั้งในเรื่องของเครื่องยนต์ขนาด 1.8 ลิตร ห้องโดยสารที่กว้างทำให้ผู้โดยสารรู้สึกสะดวกสบาย รวมถึงอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม ในราคาเริ่มต้นเพียง 839,000 บาทเท่านั้น
นอกจากนี้เนื่องจาก Altis ได้รับความนิยมมาก ทำให้เราสามารถที่ได้จะหาร้านซ่อมได้ง่าย ไม่จำเป็นที่จะต้องเพิ่งในส่วนของศูนย์ของ Toyota เสมอ แต่อู่รถต่าง ๆ สามารถที่จะซ่อมได้เช่นกัน เพียงแต่ว่าเราอาจจะหาอู่ที่ไว้ใจได้เท่านั้นเอง
Toyota Innova
หากไม่นับ Toyota Corolla Altis แล้วหนึ่งในรถของ Toyota ที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กันก็คือ Toyota Innova ที่มักจะพบได้บ่อยในเขตสนามบิน ซึ่งจุดเด่นของรถรุ่นนี้คือ ประโยชน์ในการใช้งานที่เราสามารถใช้ในการขนของและผู้โดยสารได้เยอะกว่า Corolla Altis อีกทั้งกำลังเครื่องที่แรงกว่าเพราะเป็นเครื่อง 2.0 หรืออาจจะเป็นเครื่อง 2.8 ก็ย่อมได้
ด้วยความที่เป็นรถ Toyota ทำให้เราสามารถที่จะหาอะไหล่เพื่อซ่อมได้ง่าย ราคาไม่แพง อีกทั้งยังสามารถไปใช้ประโยชน์อื่น ๆ ได้อีกมากมาย ทำให้การซื้อ Innova ค่อนข้างที่จะคุ้มในแง่ของการใช้งานที่หลากหลาย
Nissan Sylphy
สำหรับฝั่ง Nissan แล้วหนึ่งในรุ่นที่พบเห็นได้บนท้องถนนได้แก่ Nissan Sylphy ที่แท็กซี่หลาย ๆ สหกรณ์นิยมนำมาทำให้เช่า ด้วยความที่เป็นรถที่มีความทนทาน สามารถที่จะใช้ได้งานได้นานหลายปี อีกทั้งสมรรถนะของรถเองก็ถือว่าดีมาก ๆ ขี่ในเมืองหรือว่าขี่ไปไกลก็สบายหายห่วง
แต่เป็นที่น่าเสียเนื่องจากทาง Nissan เลิกที่จะทำการตลาดรถรุ่นนี้แล้ว ทำให้การซ่อมแซมอาจจะยาก เนื่องจากอาจจะต้องหาอู่ซ่อมรถเฉพาะทาง ประกอบกับราคาอะไหล่อาจจะสูงจนทำให้เมื่อรถพังมาก ๆ ซื้อรถใหม่อาจจะเหมาะกว่า
Toyota Camry
Toyota Camry นอกจากจะเป็นรถส่วนบุคคลที่หลาย ๆ นิยมขับแล้ว บรรดาสหรกรณ์ต่าง ก็นิยมที่จะนำเอารถรุ่นนี้มาทำเป็นรถแท็กซี่ ที่ชูจุดเด่นด้วยเครื่องยนต์ 2.0 พร้อมกับดีไซน์ภายนอกที่หรู พร้อมจะดึงดูดบรรดาเหล่าผู้โดยสารให้เรียกใช้บริหาร ภายในที่หรูหราและขับสบายเหมาะมากในการขับในเมืองที่การจราจรคับคั่งอย่างกรุงเทพมหานคร
แม้ว่าราคาของ Camry อาจจะมีราคาแพงเมื่อเทียบกับรุ่นรถอย่าง Altis แต่ก็แลกมากับสมรรถนะที่ดีกว่า รวมถึงดีไซน์ที่ดูหรูหรามากกว่า ทำให้หากลูกค้าเรียกหรือว่าโดยสาร ย่อมมีความประทับใจมากกว่ารถรุ่นอื่น ๆ อย่างแน่นอน
Toyota Fortuner
ปิดท้ายกันด้วยรถ PPV ขวัญใจชาวแท็กซี่สนามบินอย่าง Toyota Fortuner ที่เรามักจะได้เห็นกันบ่อย ๆ โดยจุดเด่นของรถรุ่นนี้คือ การเป็นรถที่ได้รับความนิยมอย่างมาก ทำให้สามารถหาอะไหล่มาซ่อมรถได้ง่าย อีกทั้งยังเป็นรถที่มีขนาดใหญ่ ทำให้ขับขี่สบาย ผู้โดยสารก็สะดวก เก็บของได้มาก นอกจากนี้ยังมีระยะเวลาในการใช้งานที่ยาวนานอีกด้วย
สรุป
จะเห็นได้ว่ารถที่นิยมนำมาขับเป็นแท็กซี่ส่วนใหญ่จะเป็นยี่ห้อ Toyota เสียเป็นส่วนมาก เนื่องจากการซ่อมบำรุงที่ง่าย อีกทั้งยังมีระยะเวลาการใช้งานที่ยาวนาน ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลเพราะว่า แท็กซี่ส่วนใหญ่จะเน้นการเช่ามากกว่าการขายขาด การซ่อมบำรุงจึงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
หากเพื่อน ๆ ชอบบทความเกี่ยวกับรถ รีวิวเรื่องของรถ รวมไปจนถึงเรื่องราวต่าง ๆ เกี่ยวกับรถยนต์แบบครอบจักรวาล ก็ขอแนะนำ Kaidee Auto แหล่งรวมเรื่องราวเกี่ยวกับรถยนต์ ที่มีให้คุณครบจบในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่ง มือสอง รถคลาสสิค ฯลฯ อีกมากมาย ลองเลยที่นี่
